การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
พระราชบัญญัติการศึกษา ตั้งแต่ปฏิรูปการศึกษาประกาศใช้ไปหลายฉบับ แต่มีหลายฉบับประกาศใช้แล้ว บางมาตราไม่มีการกำหนดหรือออกระเบียบมารองรับ ทำให้พระราชบัญญัติที่อ่านแล้วสวยหรู ดูดี และเป็นไปตามเจตนารมย์ของผู้ร่างและรัฐสภาผู้อนุมัติ กลับไม่ได้ใช้ในบางมาตราจนเสียความสมดุลของผู้ใช้กฎหมายและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากกฎหมาย เช่น การลาศึกษาต่อแต่เงินเดือนยังเลื่อนปกติ การย้ายผู้บริหารทุก 4 ปี การมีกองทุนต่างๆเพื่อช่วยเหลือการศึกษา เป็นต้น
มาถึงวันนี้ กำลังจะมีการพยายามที่จะปรับปรุงกฎหมายการศึกษา โดยเฉพาะพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในปัจจุบัน ซึ่งใช้มาจะครบสิบปี ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เราคงจะต้องเปลี่ยนป้ายสำนักงาน เปลี่ยนตรายาง จำอักษรย่อหน่วยงาน หรือ มีอะไรใหม่ๆ ให้เราได้ตลกขบขันหรือปรับขบวนทัศน์การทำงานใหม่กันอีกในไม่ช้า
ซึ่ง ท่านอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ว่า ขณะนี้คณะทำงานพิจารณาจัดทำร่างแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ได้ดำเนินการใกล้เสร็จแล้วอยู่ในขั้นรับฟังความคิดเห็น และคาดว่าจะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) อนุมัติในการประชุมครั้งหน้า เพื่อรอรัฐบาลใหม่มาผลักดันในเรื่องนี้ ซึ่งจะต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ จะมีการแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ประมาณ 30 มาตรา แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องรับฟังความเห็นจากครู ซึ่งอาจจะมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม การแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ คราวนี้จะเป็นประโยชน์กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหลายประเด็น อาทิ กรณีของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อาจมีปัญหาการพิจารณาบางเรื่องไม่ได้ เพราะไม่ใช่อำนาจการพิจารณาของ สพฐ. แต่เป็นอำนาจของ ก.ค.ศ. อาทิ การแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.สนง.พื้นที่การศึกษา (สพท.) และรองผอ.สพท.จะเป็นอำนาจ ก.ค.ศ.ทั้งหมด ดังนั้นจึงได้แก้ไขให้อำนาจการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นของเลขาธิการ สพฐ. โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ.ส่วนราชการ หรือ อ.ก.ค.ศ.สพฐ.ที่จะกำหนดให้มีขึ้นในร่างแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ
ส่วนกรณีการกำหนดให้ผู้บริหาร รร.อยู่ในตำแหน่งใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ กำหนดให้ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และเมื่อครบต้องย้ายและสามารถต่อได้ครั้งละ 1 ปี ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้มีการบังคับใช้กันอย่างเคร่งครัดนั้น ตนจะผลักดันให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดในร่างแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ให้ชัดเจนไว้ในกรณีที่มีความจำเป็น และกำหนดรายละเอียดไว้ว่ามีกรณีใดและจะอยู่ได้กี่ปี
เราคงจะเปลี่ยนอะไรไปในทางที่ดีขึ้น..เพื่อครูเพื่อเด็กและประชาชนในไม่ช้านี้ ถามว่าทำไมต้องย้ายผู้บริหารทุก 4 ปี ก็เพราะต้องการให้ผู้บริหารได้เปลี่ยนแปลงแนวคิด เปลี่ยนแปลงสถานที่ซึ่งอาจจะมอดดับในด้านความคิดลงที่ละนิดหากยังอยู่ที่เดิม การสร้างอิทธิพล หรืออื่นๆ การเปลี่ยนแปลงสถานที่โดยการย้ายก็จะสร้างบรรยากาศในองค์กรให้มีความ"สด"อยู่เสมอ...เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้
ที่มาบางส่วนจาก ไทยโพสต์ 21 มิถุนายน 2554
ในความคิดส่วนตัวเห็นว่า เมื่อก้าวมาอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารแล้ว พร้อมที่รับสถานการณ์ ควรเปิดใจให้กว้าง ไม่ควรเลือก รร. แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา จะเคลื่อนย้าย แต่ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชา ก็ยึดหลักการ ไม่เล่นพรรคเล่นพวกกัน (แต่ในทางความจริงมันคงเป็นไม่ได้)