|
4S กับ การดำเนินชีวิต
เขียนโดย EDDY
ขณะขับรถกลับบ้านแล้วติดไฟแดงอยู่ ก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ถึงชีวิตของคนเราที่ไม่มีอะไร แน่นอน แต่ว่าชีวิตของเราจะต้องนอนแน่ๆ นั่นก็คือ ต้องตายแน่ๆ ตอนเราดีๆ มีสามี/ภรรยา/ลูก เราก็หลง เหมือนกับเราหลง เงิน ทอง แต่เมื่อครั้นเราต้องจากไป คนที่รารักเขาแทบตาย และสามารถตายแทนกันได้ พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่สามารถไปส่งเราได้ไกลเพียงใด สุดท้ายก็ไปส่งเราได้แค่เพียงเชิงตะกอน ซึ่งจะแตกต่างจาก บุญที่ทำ กรรมที่สร้างของตัวเรา มันจะไม่ห่างเหินจากเราไป ขอเพียงให้เราเป็นคนที่ พูดดี คิดดี ทำดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะติดตัวเราตลอดไป ดังนั้น เราทุกคนควรจะพยายามควบคุม และหมั่นแต่งจิตใจ อันเป็นพื้นฐานในการทำให้เกิดปัญญาที่ดีทำจิตใจให้เบิกบาน อารมณ์แจ่มใส อย่าให้สติเตลิด ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหากับปัญญาของเราในที่สุด
จิตใจ ⇒อารมณ์ ⇒ สติ ⇒ ปัญญา
จิตใจที่ดีเป็นรากฐานของปัญญาที่ดีเสมอ
ชีวิตของคนเราจึงควรมี 4S ไว้ เพื่อทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข นั่นก็คือ
ยิ้มแย้มแจ่มใส อ่อนน้อมถ่อมตน
ทำอารมณ์ให้ราบเรียบ ทำหน้าที่ให้สง่างาม
-
SMILE ยิ้มแย้ม แจ่มใส ทำจิตใจให้เบิกบานอยู่เสมอ
ยิ้มจากข้างใน จะปรากฏออกมาทางผิวหน้า ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องหล่อ ต้องสวย ก็ดูดีได้
-
SMALL อ่อนน้อม ถ่อมตน ลดทิฐิ อย่าอวดดี
ทำไมเราต้องทำแบบนี้ เราจะสังเกตเห็นว่า ระหว่างลิ้นกับฟัน อันไหนอยู่ทนกว่ากัน คำตอบก็คือลิ้น เพราะว่าลิ้นอ่อนกว่า อะไรที่อ่อนและพร้อมปรับสภาพ ปรับตัวกับสิ่งแวดล้อม มักจะอยู่รอดและอยู่ทนกว่า
-
SMOOTH ราบเรียบ นุ่มนวล
เราควรทำตัวให้เรียบง่าย ไม่ยึดติดกับสิ่งต่างๆ ซึ่งไม่จีรัง ยั่งยืน ทำให้ผู้อื่นที่ร่วมงานด้วย รู้สึกสบายใจ มีความสุขที่ได้พูดคุยกับเรา เกือบจะทุกเรื่อง ที่คุยกันแล้วเขาสบายใจ เราก็สบายใจ ได้ความรู้ และเอื้ออาทรกับผู้อื่น
-
SMART ทำหน้าที่ให้สง่างาม เตรียมตัวดูจุดอ่อน ที่ควรปรับปรุง
หน้าที่ คือ ชีวิต ไม่มีอะไรสำคัญกว่าหน้าที่ หน้าที่พาชีวิต รวย รอด ปลอดภัย ทำให้เรามีหน้า มีตาในสังคม
ก่อนที่ชีวิตของคนเราจะราบรื่นได้นั้น มันจำเป็นต้องมีอุปสรรคบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา อุปสรรคเป็นเครื่องชูกำลัง ที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าอุปสรรคเหล่านั้น เราจะผ่านมันด้วยดีได้เพียงใดก็ตาม เราจึงควรเตรียมพร้อม ต้อนรับมันอย่างดี เพื่อพร้อมที่จะฝ่าฟันไปให้ได้ ตามที่ใจเราต้องการ โดยให้เราพึงกระทำดังนี้
-
หมั่นรักษาอารมณ์ของเรา อย่าให้บูดในตอนเช้าอย่าให้เน่าในตอนเพล อย่าให้เหม็นในตอนค่ำ จงพยายามทำให้อารมณ์ ราบเรียบ เปรียบเสมือนถนนก็จะมีทั้ง ลูกรัง ลาดยาง และคอนกรีต ตอนเราขับรถวิ่งไป เราก็จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้น แบบไหนที่เราชอบ หรือไม่ชอบ เราจึงควรรักษาใจคนเรา และอารมณ์ของเราให้พูดดี คิดดี และทำดีให้ได้ในที่สุด
-
ก่อนนอนให้สงบสติ นึกถึงพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และพยายามหมั่นใส่บาตรให้กับพระภิกษุสงฆ์ให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 รูป (ปัจจุบันมี หลายคนเรียกเป็นองค์กันหมด ต้องระวัง) ถ้าเราทำได้เป็นประจำ ก็เท่ากับว่า เราสามารถใส่บาตรให้กับพระภิกษุได้ถึง 365 รูปต่อปี สิ่งของที่ใช้ทำบุญ เพื่อใส่บาตรไม่จำเป็นต้องเป็นข้าว กับข้าวหรือขนมเสมอไป อาจจะเป็นนม 1 กล่องก็ได้ เราควรประยุกต์ให้เป็น อย่าเอากฎเกณฑ์อะไรต่างๆ มากำหนด เป็นกรอบเพื่อครอบเรา ซึ่งจะทำให้เราต้องลำบากและเป็นทุกข์เมื่อเราทำไม่ได้
-
เรามีเวลาอยู่เท่ากัน แต่ละคนทำงานไม่เท่ากัน บางคนทำมาก บางคนทำน้อย แม้กระทั่งเวลาที่เราจะไปทำบุญยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนเวลาทั้งหมด เราจึงหมั่นตรวจสอบตัวเราเองอยู่เสมอว่า เราเป็นแบบนี้หรือเปล่า
ตอนนี้เราก็ทราบวิธีที่ช่วยให้เราฝ่าฟันอุปสรรคไปได้แล้ว ตอนนี้เรามาสมมติกันว่า ถ้าเรามีเพื่อนอยู่ 3 คนซึ่งแตกต่างกัน เราจะพึงปฏิบัติกับเพื่อนทั้งสามของเราแบบใด ที่จะทำให้เรามีความสุขแบบยั่งยืน ขอให้ท่านโปรดพิจารณา แล้วเลือกเอาเองนะครับ
- เพื่อนคนแรก เรารักเขามาก แต่เขาไม่รักเราเลย
เช่น ทรัพย์สิน เงินทอง เครื่องประดับ ของเหล่านี้ เรามีได้ แต่อย่าหลง มีได้ ก็จากได้ /เกิดได้ ก็ดับได้ / มีได้ ก็หมดได้ / มีอด ก็ต้องมีทน / มีจน ก็ต้องมีรวย / มีรักได้ ก็หน่ายได้
- เพื่อนคนที่ 2 เรารักเขามาก แต่เขารักเรา ครึ่งเดียว
เช่น สามี/ภรรยา/ลูก ที่เรามีเขา เขามีเรา มีได้ ก็จากได้ ตอนเรามีชีวิตอยู่ ก็ได้ยินว่า รักพี่สุดชีวิต ยอมตายเพื่อพี่ได้ หรือ รักน้องสุดชีวิต ยอมตายเพื่อน้องได้ แต่เมื่อครั้นพี่/น้อง ตายไป เราก็บอกว่า ขอให้ไปที่ชอบๆ เถิดน้อง เราต้องควรระลึกไว้เสมอว่า เรามาคนเดียว เราก็ไปคนเดียว ลาภ/ยศ/สรรเสริญ ต้นทุนของเรา ดังคำกล่าวที่ว่า ตอนเจ้าเกิดมา มีอะไรมาด้วยเล่า ตอนเจ้าไปก็เหมือนกับตอนที่เจ้ามา ตอนเรามีชีวิตอยู่ร่วมกัน ชวนไปทำบุญ ก็ไม่ค่อยจะไปกัน อย่าลืมนะว่า บุญที่ทำ กรรมที่สร้าง ไม่เคยห่างเหินไปจากเราเลย
-
เพื่อนคนที่ 3 เขารักเรามาก ทุกลมหายใจ แต่เราไม่รักเขาเลย
เช่น การทำบุญ ตอนเราไปวัด เราควักแบงก์ 10 /20/50 ซึ่งจะสังเกตได้จากที่วัด ในงานบุญ จะเขียวชอุ่ม พุ่มไสว ไปทั่ว ศาลาการเปรียญ คนเราอาจลืมไปว่า บุญเป็นชื่อของความสุข การทำบุญที่แท้จริง เราจึงมักจะไม่ค่อยเห็นมีใครทำบุญแล้วเกิดทุกข์
สิ่งที่ได้เขียนมา ได้นำมาจากแง่คิดจากสิ่งที่ได้ฟังและประสบการณ์ ที่ผ่านมา นำมาเรียบเรียง เพื่อทำให้เข้าใจง่ายขึ้นนะครับ
|