ปีนี้ รมต. และคณะไม่มา เพราะมีการยุบสภาและต้องเตรียมหาเสียงเลือกตั้ง เป็นการไม่มาแบบกระทันหัน ไม่ได้เตรียมแจ้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่เตรียมการณ์ไว้แล้ว ได้ข่าวว่าต้องจัดการเรื่องห้องพัก เรื่องรถเช่า และอีกหลายอย่าง เช้าวันที่ ๑๖ พ.ค. ๕๔ ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุม เราจึงได้อาศัยรถตู้ที่เช่าไว้ในการเดินทางไปที่ Palais des Nations   ตั้งแต่ ๗.๔๐ น. เพื่อไปหาที่ประชุม Briefing  

          อาศัยความเก๋าของทีมไทย และเนื่องจากเราไปตั้งแต่เช้า   เราไปยึดโต๊ะตรงหน้า เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ๒ โต๊ะ จัดประชุม Briefing ของ ๔ กลุ่มที่ยุบรวมเป็น ๒ กลุ่ม   ผมอยู่กลุ่ม อ. บุ๋ม ที่หมอสุวิทย์มอบให้เป็นครูใหญ่   ผมได้เรียนรู้ว่า ทุกเช้าผู้มาประชุม WHA จะต้องเข้า website ของการประชุม คือ www.who.int/gb/   เข้าไปเอาเอกสาร Journal เพื่อหาข่าวคราวของการประชุม   จะได้รู้ว่ามีการย้ายวาระ หรือย้ายห้องประชุมบ้างหรือไม่   หรือจะมาเอาเอกสารนี้ตรงที่เขาแจกก็ได้   อ. บุ๋มใช้เอกสาร Journal เป็นแนวทาง Briefing ในเช้านี้   มีการเตือนกันว่าต้องมีคนไปจองที่นั่งด้วย เพราะคนเยอะ   ดู Journal 1 ของวันนี้ได้ที่นี่

          เราได้เรียนรู้ว่าที่ประชุมอยู่ ๒ ตึก  Plenary อยู่ที่ตึกหนึ่ง   ส่วนการประชุม Committee A  และ Committee B อยู่อีกตึกหนึ่ง ที่มีทางเดินเชื่อมต่อกัน  

          การประชุมประกอบด้วย การประชุม Plenary หรือการประชุมใหญ่ ใช้ห้อง Assembly Hall   กับการประชุม Committee A   ซึ่งอยู่ห่างกันพอควร   แต่ละวันจึงต้องใช้กำลังขามากที่เดียว เป็นการออกกำลังโดยไม่รู้ตัว

          คนมาร่วมประชุมคงจะ ๒ – ๓ พันคน   ที่นั้งใน Assembly Hall เพียงพอสำหรับตัวแทนประเทศเท่านั้น   โดยมีป้ายบอกชื่อประเทศไว้  ซึ่งของไทยมี ๓ คน คือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  รองปลัดศิริวัฒน์  และ นพ. สุวิทย์   และมีอธิบดี ๓ ท่านนั่งข้างหลัง   พวกเราที่เป็นผู้เข้าร่วมประชุม ต้องไปหาที่เอาเองที่ชั้นลอย

          การประชุมเปิดช่วงเช้า ๙.๓๐ น. เป็น Plenary 1  ต่อด้วย Plenary 2  เป็นพิธีกรรม เลือกประธาน ซึ่งเป็นไซปรัส  และมีการกล่าวสุนทรพจน์ โดย UN, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  สนับสนุนแนวทางที่ WHO ร่างไว้  หรือแสดงความยินดีต่อประธาน   หรือย้ำประเด็นสำคัญที่ประเทศตนจะดำเนินการหรือดำเนินการไปแล้ว

          ตั้งแต่ Plenary 2 ประธานเป็นผู้ดำเนินการ   เริ่มด้วยสุนทรพจน์จากประธาน ซึ่งกล่าวถึงประเทศของตนยาวหน่อย   และชักชวนให้ดำเนินการกับข้อท้าทายด้านสุขภาพสำคัญๆ ให้ได้ผลกว่านี้   ตามด้วยรายงานจาก EB (Executive Board)   ซึ่งมีเอกสาร ดูได้ที่นี่   เขาเพียงสรุปประเด็นสำคัญในที่ประชุม  

          พอใกล้เที่ยง อ. วิมก็มาตามไปประชุมตอนเที่ยงของ World Health Professional Alliance   ที่เป็น side meeting จัดที่โรงแรม Intercontinental  ที่เราได้รับมอบหมาย ๓ คน รวมทั้ง อ. ดร. กฤษดา แสวงดี จากสถาบันพระบรมราชชนนี   โดยวันนี้เรามีรถตู้ใช้   ไม่ต้องเดินระยะทางประมาณ ๑ ก.ม.

          มีคนไปร่วมประมาณ ๑๐๐ คน  เขาเชิญเวลา ๑๒.๐๐ – ๑๔.๐๐ น.  แต่กว่าจะเริ่มก็ประมาณ ๑๒.๓๐ น. มีการพูดแนะนำองค์กร และกล่าวคำรณรงค์ต่อต้านการระบาดของ NCD   โดยเน้นที่ การเข้าถึงบริการสุขภาพ  เปลี่ยนลีลาชีวิต  ที่อยู่อาศัย  และลดความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ   อ่าน press release ของเขาได้ที่นี่   จะเห็นว่างานเลี้ยงอย่างดีนี้สนับสนุนโดย IFMPA (International Federation of Pharmaceutical Manufacturers & Associations )   เป็นการส่งเสียงให้เป็นที่รู้จักกันว่า WHFA และ ภาคีอื่นๆ รวมทั้ง IFMPA ห่วงใยสุขภาพคุณนะ   โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อสู้กับ NCD

          จากการประชุม ผมได้หนังสือดีมาเล่มหนึ่ง ชื่อ Caring Physician of the World   ซึ่งในหน้า ๓๒ มีเรื่องราวของ นพ. สมสิทธิ์ ตันศุภสวัสดิกุล แห่ง รพ. บำราศนราดูร เป็นหมอไทยที่ได้รับยกย่อง   เป็นหนังสือที่หนักสัก ๒ ก.ก.  ผมตั้งใจขนมาให้ห้องสมุด 

          Plenary 3 ในช่วงบ่าย เริ่ม ๑๔.๓๐ น.  พวกทีมไทยเริ่มเคร่งเครียดกับการเตรียม intervention   เราจึงไปถึงที่ประชุมจวนเจียนเวลาและที่นั่งถูกจับจองไปแล้ว   ต้องไปหาที่แทรกเอา   ดูท่าทางคนเตรียมมาฟัง DG Magaret Chan กันอย่างกระตือรือร้น  และตามกำหนดจะพูดประมาณ ๒๐ นาที   แต่พูดจริงกว่าครึ่งชั่วโมง   ท่าเริ่มด้วยการกล่าวชมเจ้าหน้าที่ของ WHO ซึ่งเราเห็นทันทีว่า นี่คือ Political Speech   ที่มีเนื้อหาสาระทางวิชาการที่ดีด้วย   ผมฟังไปคิดไป ว่ามีอะไรที่ตกหรือผิดไปสักอย่างที่สำคัญมาก แบบเส้นผมบังภูเขา

          “เส้นผม” นั้นเฉลยโดย นพ. สุวิทย์ ในการประชุม Committee A เรื่อง Health Systems Strengthening ช่วงเย็น   ว่า “เส้นผม” ที่บังภูเขามิดนั้น คือกระบวนทัศน์ด้านสุขภาพที่เน้น Bio-Medical Health   ไม่มีมุมมองด้าน Bio-Social Health   มองเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ และการให้บริการ   ไม่ได้มองที่ “สุขภาวะ” ที่เป็นองค์รวม   ทั้งๆ ที่ WHO เองได้นิยามเรื่อง health ไว้ว่ามี ๓ มิติ คือ physical, mental และ social (spiritual)   มองเป็น holistic  แต่พอปฏิบัติจริง WHO ก็ถูกกระบวนทัศน์ Bio-Medical (ที่เอื้อต่อระบบทุนนิยม) ครอบงำ

          รายงานการประชุมวันนี้อ่านได้จาก Journal ของการประชุม ฉบับที่ ๒  วันที่ ๑๗ พ.ค. ๕๔ ที่นี่ โดยดูที่หน้า ๙ – ๑๒ 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๗ พ.ค. ๕๔

 

briefing กลุ่มที่ ๑ และ ๒


 

briefing กลุ่มที่ ๓ และ ๔


 

พิธีเปิด WHA 64


 

อีกมุมหนึ่งของห้องประชุมตอนพิธีเปิด


 

ทีมไทยในพิธีเปิด


 

Side meeting จัดโดย World Health Professions Alliance


 

สถานที่ทำงานของทีมไทยที่เราหาเอาเอง


 

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ. ไพจิตร กล่าวปราศรัย ใน Plenary 3


 

บรรยากาศในห้อง Committee A