การใช้บริการตอบคำถามและช่วยค้นคว้าผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์

การใช้บริการตอบคำถามและช่วยค้นคว้าผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์

 

วัตถุประสงค์เพื่อ

 

1.ศึกษาข้อมูลทั่วไปของผู้ใช้บริการตอบคําถามและช่วยค้นคว้าผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์

2.ศึกษาการใช้บริการตอบคําถามและช่วยค้นคว้าผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์

3.ศึกษาความต้องการในการใช้บริการตอบคําถามและช่วยค้นคว้าผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีภาคปกติสาขาสารสนเทศศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

จํานวนคน 96 คนได้มาโดยวิธีสุ่มแบบเจาะจงเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปการใช้บริการตอบคําถามและช่วยค้นคว้าผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลนและความต้องการของผู้ใช้บริการตอบคําถามและช่วยค้นคว้าผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์สถิติที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา

 

ผลการวิจัยพบว่า

          1.ข้อมูลทั่วไปของผู้ใช้บริการตอบคําถามและช่วยค้นคว้าประกอบด้วย ผู้ใช้ที่เป็นเพศชายร้อยละ 58.3 เพศหญิงร้อยละ 41.7 อายุ 18-20 ปีมีจํานวนมากที่สุดรองลงมาอายุ 21-24  ปีระดับ

การศึกษาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ร้อยละ 61.5 นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ร้อยละ 38.5 ระยะเวลาในการใช้บริการ

มากที่สุดคือ 2 ชั่วโมง (ร้อยละ39.2) รองลงมาคือ 1 ชั่วโมง (ร้อยละ36.3) ระดับปานกลาง 3-4 ชั่วโมง

(ร้อยละ16.7) ลําดับน้อยที่สุด คือ 5-6 ชั่วโมง(ร้อยละ2)

           2.การใช้บริการตอบคําถามและช่วยค้นคว้าผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลนพบว่าลําดับที่ 1 คือมีอุปกรณ์ที่จัดให้บริการตอบคําถามและช่วยค้นคว้าผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์อยู่ในลําดับมากที่สุด (X =3.96) รองลงมาได้แก่สามารถใช้ประโยชน์จากการ

สืบค้นสารสนเทศ (X =3.93) ลําดับที่ 3 การใช้งานบริการค้นหาหนังสืออ้างอิง (X =3.84) ลําดับต่ำสุดการ

ใช้งานบริการค้นหาสื่อมัลติมีเดีย (X =3.19) 3) ความต้องการในการใช้บริการตอบคําถามและช่วยค้นคว้า

ผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์ พบว่าลําดับที่ 1 คือความต้องการในการสืบค้นหนังสือประเภทตําราเรียน

( X =3.47) รองลงมาได้แกควรมีการจัดอบรม/สัมมนาโปรแกรมสนทนาออนไลนให้นักศึกษา (X =3.11)

ลําดับ ที่ 3 คือสามารถสอบถามปัญหาผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์ได้รวดเร็วเมื่อมีปัญหา (X =2.70)

และลําดับต่ำสุดคือควรมีการยืม-คืน ส่งให้ทางไปรษณีย์ (X =1.33)