พ่อแม่สามารถเดินทางในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แล้วน้องกรูกรูจะต้องขออนุญาตหรือไม่ ทำไมต้องขอ ทำไมสิทธิการเดินทางจึงไม่เหมือนพ่อแม่

โอ้ละพ่อไม่รู้ความบังเอิญหรือนัดกันมา ผมมีข้อเท็จจริงใหม่ ๆ ที่นำไปสู่ List of Issues เพิ่มเติม

 

ด.ช.กรูกรู เกิดที่โรงพยาบาลระนอง เมื่อวันที่ ๑๗/๑๑/๒๕๔๘ ในขณะที่พ่อแม่เป็นแรงงานข้ามชาติ ๐๐ และได้รับสิทธิอาศัยอยู่เป็นกรณีพิเศษในประเทศไทย พ่อแม่ได้แจ้งเกิดลูกในวันที่ ๒๙/๑๑/๒๕๔๘  เด็กได้รับสูติบัตร ท.ร.๐๓ หมายเลข ๑๓ หลัก คือ ๐๐-๘๕๙๙-xxxxxx-x

 

ส่วนพ่อแม่ได้มีการจัดทำทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘/๑ ในวันที่ ๑/๗/๒๕๔๗ และ ๕/๗/๒๕๔๗ ตามลำดับ และได้มีการต่ออายุบัตรทำงานเรื่อยมา ต่อมาพ่อแม่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติ และผ่าน ได้รับหนังสือเดินทางชั่วคราว (T.P.) และวีซ่าประเภท LA-Visa ให้อยู่ในประเทศไทย ๒ ปี พ่อได้รับอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๙/๒/๒๕๕๓-๑๘/๒/๒๕๕๕ แม่ได้รับอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๐/๑๑/๒๕๕๓-๙/๑๑/๒๕๕๔

 

พ่อแม่น้องกรูกรูมีชาติพันธุ์มอญมาจากเมืองเมาะละแหม่ง รัฐมอญ ประเทศพม่า พ่อมาจากเมาะละแหม่ง ๕ วัน ๕ คืน กว่า ๓๐๐ ชีวิต เมื่อฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวามคม ในปี ๒๕๓๓ ส่วนแม่มาในอีก ๑ ปี ถัดมา คนที่มาจากหมู่บ้านเดียวกับพ่อมีประมาณ ๑๐ คน ปัจจุบันแยกย้ายกันไปหมด กับพม่าบ้าง ไปอยู่ส่วนอื่นของพม่าบ้าง ในรุ่นนั้นจึงมีเขาเพียงผู้เดียวในทุกวันนี้

 

ปัจจุบันน้องกรูกรูยังไม่ได้จัดทำทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘/๑ ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนที่ระบุตัวบุคคลชัดเจนกล่าวคือจะมีการถ่ายภาพ และสแกนลายนิ้วมือ และยังไม่มีการถ่ายบัตรประจำตัวผู้ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เพราะยังไม่ชัดเจนว่าหากทำบัตรได้อายุในบัตรควรจะมีระยะเวลาเท่าไร  ๑ ปี ตามอายุบัตรบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยทั่วไป หรืออายุตามระยะวีซ่าของพ่อหรือของแม่ หรือ ๑๐ ปี กันแน่

 

ซ้ำยังเกิดคำถามว่า เมื่อพ่อแม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติดังเช่นกรณีนี้ พ่อแม่สามารถเดินทางในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แล้วน้องกรูกรูจะต้องขออนุญาตหรือไม่ ทำไมต้องขอ ทำไมสิทธิการเดินทางจึงไม่เหมือนพ่อแม่และหากน้องเดินทางจะใช้เอกสารใดพิสูจน์ว่าเด็กชายกรูกรูในสูติบัตร คือเด็กชายที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า บัตรประจำตัว หรือท.ร.๓๘/๑ เป็นต้น

 

 

แต่เรื่องที่สะเทือนใจผมเป็นที่สุดต่อกรณีนี้คือ “กรูกรูได้เรียนภาษาพม่ามั๊ย”                 “ไม่ กลัวตำรวจจับ” กรูกรูสีหน้าสลด