ผมอยากสร้างทุนมนุษย์ในภาคเหนือตอนใต้และอยากให้รู้จักจังหวัดพิษณุโลกมากขึ้นครับ
ถึง นักศึกษาปริญญาเอก และผู้สนใจ Blog
การเรียนรู้ทุกท่าน
ก่อนอื่น ผมขอบอกว่า ภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ
มหาวิทยาลัยนเรศวร คือ ผมได้รับเกียรติจาก
มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สอนนักศึกษา ระดับปริญญาเอก วิชา
การบริหารทรัพยากรมนุษย์และพฤติกรรมองค์การ
(Special Topics in Human Resource
Management and Organizational Behavior) ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งใน
หลักสูตร บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารธุรกิจ
ของมหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก
โดยเริ่มเรียนครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน จนถึง
วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม 2554 เป็นการเรียนการสอน
ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ครับ
ประการที่สอง ผมได้เห็นรายชื่อผู้เข้าเรียนแล้ว
น่าสนใจมากครับ คือ
- ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์
-
น่าจะสร้างให้เกิดความสำเร็จได้ครับ
- และในวันอาทิตย์นี้ ผมมี
คุณเขมิกา ถึงแก้วธนกุล ขึ้นไปเป็นผู้ช่วยผมครับ ส่วนในสัปดาห์ต่อ ๆ
ไป ก็จะมี คุณจงกลกร สิงห์โตขึ้นไปเป็นผู้ช่วยผม
- ที่สำคัญ
ผมอยากสร้างทุนมนุษย์ในภาคเหนือตอนใต้
และอยากให้รู้จักจังหวัดพิษณุโลกมากขึ้นครับ
ท้ายสุดนี้ ผมอยากให้นักศึกษาทั้ง 10
ท่าน
รวมถึง ผู้ที่สนใจ Blog แห่งการเรียนรู้นี้ ร่วมกันคิด วิเคราะห์
และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงประเด็นในเรื่องการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านมาทาง Blog นี้ ร่วมกันครับ
รวมถึง ผู้ที่สนใจ Blog แห่งการเรียนรู้นี้ ร่วมกันคิด วิเคราะห์
และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงประเด็นในเรื่องการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านมาทาง Blog นี้ ร่วมกันครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์






ภาพบรรยากาศการเรียนการสอนในวันแรกของวิชานี้วันอาทิตย์ที่ 19
มิถุนายน 2554 ครับ
ภาพบรรยากาศวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2554





เรียน อ.จีระ หงส์ลดารมภ์
ทางโครงการ DBA ได้เปิดโอกาสให้นิสิตเสนอชื่ออาจารย์ที่จะสอนวิชา HR นิสิตก็ได้ปรึกษากัน รายชื่อ อ.ที่เสนอหนึ่งในนั้น คือ อ.จีระ ซึ่งเป็น อ.ที่อยากให้มาสอนมากที่สุด แต่ก็คิดกันว่าอาจจะมีความเป็นไปได้น้อยที่สุด เนื่องจากความมีชื่อเสียงของ อ. และการที่เข้าใจว่าภาระงานของท่าน อ.จีระ น่าจะมีมาก ต่อมาทางโครงการ DBA แจ้งมาว่าผู้สอนคือ อ.จีระ ทุกคนในรุ่นต่างดีใจ และรุ่นพี่ DBA บางท่านที่ผ่านวิชานี้มาแล้วก็แสดงความอิจฉาอยากขอมานั่งเรียนด้วย ซึ่งต้องขอขอบคุณ อ.ดร.ชาตรี ปรีดาอนันทสุข ที่กรุณาประสานงานเชิญ อ.จีระ มาสอนครับ
ขอขอบพระคุณ อ.จีระ หงส์ลดารมภ์ อย่างสูงครับ ที่กรุณาเสียสละเวลาอันมีค่า เพื่อมาให้ควารรู้ให้แก่นิสิต DBA รุ่นที่ 4 ม.นเรศวร ถือเป็นเกรียติอย่างสูงครับ
ขอบคุณครับ
วิเศษ นัจจนาวากุล(เอก)
นิสิต DBA รุ่น 4
สวัสดีครับอาจารย์
ผมเป็นหนึ่งในนิสิต DBA รุ่น 4 ที่มีความรู้สึกปิติ และโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับอาจารย์ในโอกาสนี้ครับ
โดยส่วนตัวแล้วผมมีความสนใจที่จะทำหัวข้อวิทยานิพนธ์ ด้าน HR หรือ พฤติกรรมองค์กร หรือ การจัดการแบบบูรณาการ/สหวิทยาการ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเมตตาจากอาจารย์ครับ
สมพงษ์ ฝูงคน (บอย)
DBA4-NU
ถึงคุณ วิเศษ และคุณสมพงษ์
ยินดีครับ และดีใจที่ทั้งสองท่านได้ให้ความสนใจในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แล้วเจอกันวันอาทิตย์นี้ครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
เรียน อ.จีระ หงส์ลดารมภ์
ขอขอบพระคุณอาจารย์ที่กรุณาเสียสละเวลามาให้ความรู้กับพวกเราในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ครับ รู้สึกยินดีที่จะได้รับความรู้จากอาจารย์ผู้ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในศาสตร์ดังกล่าว ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผมและนิสิตท่านอื่นๆ ในการศึกษาระดับปริญญาเอก รวมถึงประโยชน์ที่จะนำไปใช้การทำงานครับ
ด้วยความเคารพ
ปกรณ์ อุดมธนะสารสกุล(บอย)
นิสิต DBA รุ่น 4
เรียน ท่านอาจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดิฉันเป็นนิสิต DBA รุ่น 4 มีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อาจารย์จะมาสอนพวกเรา ถึงแม้ว่าทั้งท่านอาจารย์และพวกเราจะมีงานมากพอตัว แต่พวกเราก็ปรามปลื้มที่จะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากท่านอาจารย์ และคณะผู้สอนร่วม ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วดิฉันไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านHR เท่าไร หวังเป็นอย่างยิ่งว่าดิฉันจะได้รับความเมตตาและความกรุณาจากท่านอาจารย์คะ
ด้วยความเคารพ
จิตรา ปั้นรูป (นาย)
นิสิต DBA รุ่น 4
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ และพฤติกรรมองค์กร โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน 2554
1.เป็น Special Topics
2.Human Resource
3.Now โลกย้ายไปที่ Human Capital
ถาม
ทำไม HR กับ OB แยกกัน
• เป้าหมายคือ Enhancing พฤติกรรมมนุษย์ในองค์กร
• วัฒนธรรมองค์กรคือตัวสร้างหรือทำลาย Human Capital ของมนุษย์
Value Chain
• หลังจากหลักสูตรนี้แล้วสิ่งที่ทำให้เกิดการประสบความสำเร็จคืออะไร
• Process อันแรกที่ต้องระมัดระวังมากคือเรียนกับอาจารย์คือต้องนึกถึงเป้าหมายของตัวเอง
• อย่างอาจารย์มีเป้าหมายคือให้ทุกคนมีความทะเยอทะยาน (ambition) มีการกระโดด มีการยืดตัวเอง
• แต่สำหรับนักศึกษาต้องดูว่าวิชานี้สามารถช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายหรือไม่
• มองโอกาสในการทำวิจัยด้วย
Concept ของ Managerial Grid
• ต้องศึกษาให้ดี เนื่องจากปัญหาของแต่ละองค์กรไม่เหมือนกัน และมีมาก
• การทำงานไม่ใช่เก่งอย่างเดียวต้องยั่งยืนด้วย เพราะการปลูกฝังให้เกิดทุนมนุษย์ยากอยู่แล้ว เนื่องจากทุนมนุษย์ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคน ต้องอยู่ในบริบทขององค์กร
• อย่างที่พิษณุโลก ควรเอาภาคเหนือ หรือภาคเหนือตอนใต้เป็นตัวตั้ง ดร.จีระเสนอว่าการทำวิทยานิพนธ์ควรทำในบริบทที่เกี่ยวข้อง
• เมื่อมีโอกาสแล้วขอให้ใช้โอกาสอย่างเต็มที่ คือ สนใจ ตั้งใจ และสร้างศักยภาพตัวเองให้สูงขึ้น เน้นการดีขึ้นอย่างยั่งยืน
• ทฤษฎีตัว I คือ Inspiration อยู่ที่แรงบันดาลใจที่จะชนะอุปสรรคต่าง ๆ
• ทฤษฎี 2 R = R ตัวแรกคือปะทะกับความจริง Reality เช่น มีนักศึกษา8คนเรียนป.เอก เขาจะนำไปใช้อย่างไร และจะพัฒนาให้เขาเก่งขึ้นได้อย่างไร Rที่สองคือ Relevance คือเวลาคิดประเด็นต่าง ๆ ต้องตรงประเด็น ไม่ดาวกระจาย
แรงบันดาลใจกับแรงจูงใจต่างกันอย่างไร ?
• แรงจูงใจอาจต้องเกี่ยวกับงาน
• แรงบันดาลใจอาจไม่เกี่ยวกับงานก็ได้ อาจเกี่ยวกับพรมแดนที่เราปกคลุมตัวเอง อย่าง การเรียน Ph.D คือ ต้องหลุดจากกรอบให้ได้ เนื่องจากเราไม่รู้ว่าศักยภาพตัวเราเองเป็นอย่างไรอาจมากกว่าอาจารย์หรือหลายคนก็ได้
• วิชานี้ควรมี Psychology, เศรษฐศาสตร์ , Nero Science (การศึกษาการทำฟังก์ชั่นของสมอง) – Tony Buzan
• ให้นักศึกษาลองไปศึกษา Beni ซึ่งเก่งมากเรื่อง Experimental Psychology
• Tony Buzan บอกว่า การที่ศึกษาเรื่อง Mind Mapping นั้นเนื่องมาจาก ตอนที่เรียนปริญญาตรี ได้
o เห็นถึงการวัดผลบางอย่างของมหาวิทยาลัยในเรื่อง Brain ของมนุษย์ ไม่ถูกต้อง บางครั้งเป็นการวัดคนเก่งบางคนก็ประเมินผิดพลาด
o ดร.จีระ ได้ยกตัวอย่าง ของคนที่เก่งทางด้านการเงินจบจากมหาวิทยาลัยดัง และมีชื่อเสียง แต่เกิดปัญหาในการบริหารเรื่อง Subprime เจ้ง เนื่องจากไม่ควบคุมความโลภของตัวเอง เป็นต้น แสดงถึงการมี IQ อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี Q ตัวอื่น ๆ ด้วย เช่น EQ ,AQ เป็นต้น
• เรื่อง HR เป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวกับเรื่องทุนมนุษย์ และสังคมการเรียนรู้ ส่วน OB เป็นเรื่องวัฒนธรรมองค์กร ค่านิยมองค์กร ความบ้างคลั่งในองค์กร และการสร้างภาวะผู้นำในองค์กร
• สังคมไทยขาด Life long learning บางคนได้เงินเดือนสูงแต่ความสามารถไม่พอ เป็นต้น จึงอยากให้สังคมไทยมี Learning Culture มากยิ่งขึ้น
• ดร.จีระ เสนอว่า การทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาต้องน่าสนใจและต้องเอาชนะมันด้วย
• Happy at work กับ Happy work place คนละตัว
o OB ส่วนมากทำเรื่อง Organizational Happiness ทำอย่างไรถึงมีความสุขในการทำงาน แต่สำหรับอาจารย์จีระ มีแล้ว 5 ตัวคือ
1. Healthy Life,
2. มี Passion ในการทำงานคือชอบงานที่ทำ ไม่ได้มาสอนอย่างเดียว มาหาความรู้ด้วย
3. มี Purpose ที่ดีคือ อยากฝึกลูกศิษย์ทั้ง 8 คนให้ดีและไม่เป็นรองใคร จะต้องเปลี่ยนนิสัยอย่างแรง
ถ้าเราชอบอาชีพของเราและรู้เป้าหมายของเราจะช่วยได้เยอะมาก
4. ทำอะไรก็แล้วแต่ จะมี Meaning ของมัน
• แนะนำหนังสือเรื่อง The Why of work , EQ and Leadership in Asia
• อยากให้ดูตัวอย่างการบริหารคนขององค์กร IBM เพราะว่าเป็นองค์กรที่เน้นการสอนเรื่องคนเยอะมาก อย่างมล.ชัยวัฒน์ ชยางกูร แม้ท่านจบอาชีวศึกษาแต่ท่านได้กลายมาเป็นผู้บริหารระดับแถวหน้าของ IBM เป็นต้น
• ที่สำคัญและมาแรงมากในขณะนี้คือ ทฤษฎี Intangible เช่น Wisdom, Integrity , Passion แต่ข้อเสียคือ วัดยาก ใครสนใจวิทยานิพนธ์เชิงลึกอย่าทิ้งเลือก Quantitative อาจให้ทำเชิงคุณภาพและปริมาณด้วย
• สรุป ถ้าเป็นไปได้ใช้ภาษาอังกฤษให้มากกว่านี้ ถ้าเราจะสอบเป็นภาษาอังกฤษ เอาไหม? อยู่กับอาจารย์จีระ ความสามารถภาษาอังกฤษต้องเพิ่มสูงขึ้น
• ให้นักศึกษาคิดจัดPublic Seminar ขึ้นมาแล้วเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมฟัง ให้ดูตัวอย่างการจัดสัมนนาวิชาการโดย ม.นเรศวร ที่ กรุงเทพฯ ให้ลองคิดว่า การจัดสัมมนานั้น จะทำวันไหน และหัวข้ออะไร สิ่งนี้เป็นการเรียนรู้เรื่อง Teamwork ,Empowerment ในการทำงานร่วมกัน....อย่างไรก็ตาม หัวข้อที่คิดจะจัดสัมมนา ควรต้องเกี่ยวกับเรื่องทุนมนุษย์กับการพัฒนาองค์กร และ มี Impact ต่อประเทศ ด้วย
• เวลาทำอะไร จะทำ 4 เรื่องคือ
o Where are we? ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน
o Where are we going? เป้าหมายเราคืออะไร
o How do we get there? ยุทธวิธีสู่ความสำเร็จคืออะไร
o How to do it successfully and HR Execution อย่าพูดเฉย ๆ และเอาชนะอุปสรรค
• ดร.จีระบอกว่า...ฝรั่งไม่ได้เก่งมากกว่าเราแต่เขาทำวิจัยมากกว่าเรา จึงอยากให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญด้านงานวิจัยมากขึ้น
• หลังจากวันนี้แล้วลองอ่านดู Outline ดูอีกทีว่าอยากให้มีหัวข้ออะไรเพิ่มเติม อยากให้มีการเรียนรู้นอกสถานที่ที่ไหน อย่างเช่น ดร.จีระ ยกตัวอย่าง คือ ออกไปชุมชน เอาความรู้ไปให้ประชาชน ทำ CSR ,Ph.D ต้องเป็นคนติดดิน ทำได้หรือไม่? แล้วสร้างความรู้ให้กับประชาชนได้หรือไม่ ?
• ให้นักศึกษาคิดว่าหลักสูตรนี้มีอะไรควรปรับปรุงบ้าง ?
ความคิดเห็น 1.เสนอให้ความสนใจเรื่องจริยธรรมมากขึ้น อาจทำ Public Seminar เรื่องจริยธรรมกับทุนมนุษย์ เชิญท่านว.วชิรเมธีมา
ความคิดเห็น 2. การเมืองปัจจุบันที่เร่าร้อน การแบ่งเป็น 2 ขั้ว มีจุดแข็ง และจุดอ่อนไม่เหมือนกัน ถ้ารวมกันได้ ก็จะดีมาก
ดร.จีระเสริม ว่า
• การเมืองในครั้งนี้มีความอันตรายอยู่ การทำในเรื่องนี้เป็นเสมือนสงครามในระยะยาว ยืดเยื้อ ไม่ค่อยมีการยอมรับความจริง และตรงประเด็น
• อย่างนศ. ป.เอกจะได้เปรียบในการสร้างสังคมเรียนรู้เนื่องจากมีการผนึกกำลังกัน แต่อยากให้แต่ละคนเรียนเพื่อใฝ่รู้จริง ๆ ไม่ใช่สกอ.สั่งให้มีปริญญาเอกเยอะๆ แล้วถึงเรียนแต่อยาก
• ถ้าวิเคราะห์เป็นคิดเป็น ได้มีการแข่งขัน ก็จะได้ประชาธิปไตยที่ดี
• ความคิดเห็น 3. Best Practice หรือ Model ทางด้าน Human Resource
ดร.จีระเสริม ว่า
• Best Practice ทาง HR 1.ต้องเป็นองค์กรที่สนใจเรื่องคนไม่ใช่สนใจเรื่องเงินแต่เรื่องเงินอย่างเดียว 2.มี Smart HR 3. Line Manager
• HR ต้อง Communicate ต้องสร้าง Value ,HR ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มไม่ใช่สร้างปัญหาให้องค์กร HR ควรมียุทธวิธี
• OB เป็นทั้งลบและบวก
• อาจได้ทำ Case Study ในภาคเหนือ เช่นอาจไปดูตัวอย่างที่ Bank ปัจจุบันเป็น-เสมือน Robot ซึ่งถ้าวัดทุนแห่งความสุขใน Bank อาจเห็นว่ามีทุนแห่งความสุขน้อย
• ความคิดเห็น 4. การสร้าง Talent Management กับสร้างความเข้มแข็งทางภูมิปัญญาในท้องถิ่น
ดร.จีระ เสริมว่า
• ให้เอาภูมิปัญหาท้องถิ่นกับ Modern Management ไปรวมกัน เช่น กศน. ประมาณ 40 % เอานักธุรกิจที่เกษียณแล้วมาช่วยสอน ,Study tour มารวมกัน... ซึ่งถ้ารวมกันในเรื่องนี้ น่าจะดีกว่า
• รายได้ของคนอยู่ที่ Demand ,Supply นี่คือทุนมนุษย์ คนเก่งรายได้สูงเพราะไม่มีคู่แข่ง อย่างเกษตรฯ สังเกตว่าทำเหมือนกันหมดเลย และถ้าอยู่พิษณุโลก จึงคววรทำเรื่องนี้ด้วย ถ้าพูดเรื่องจริยธรรม หรือ เกษตรฯ ก็ควรเชิญจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมด้วย ให้เป็นหัวข้อที่อาจารย์สนใจ และเกี่ยวกับทุนมนุษย์ และ OB
• ความคิดเห็นที่ 5. แนวทางแก้ปัญหาขององค์กรในหน่วยงานราชการ
ดร.จีระ เสนอว่า
• ปัญหาของผู้นำท้องถิ่นคือเรียนเยอะเรียนในตำราเยอะ ถ้าจะทำต้องเน้น 2 R’s คือ ต้องดูจากความจริง และสิ่งที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเขาได้ ถ้าจะจัด Seminar อยากเชิญผู้นำท้องถิ่นด้วย เพราะท้องถิ่นก็มีความต้องการทุนมนุษย์อย่างมาก ซึ่งต้องใช้เวลาและ ต้องเน้นการทำอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างควรทำที่พิษณุโลก ควรเป็นข้าราชการ ท้องถิ่น ธุรกิจ ชุมชน และขอเน้นไปที่งานที่เป็นทุนมนุษย์เหล่านี้ ท้องถิ่นปัจจุบันมี 3 อบจ. เทศบาล อบต. เป็นต้น
• ความคิดเห็นที่ 6. สนใจเรื่อง Loyalty ในตอนแรก แต่พอดูเรื่อยๆ สนใจเรื่อง CSR กับทุนมนุษย์ให้ร่วมกันควรทำอย่างไร
ดร.จีระ เสนอว่า
• อาจให้มีอยู่ใน Case Study หรือ จัด Public Seminar ขึ้นมา
• ความคิดเห็นที่ 7 วัฒนธรรมองค์กรมีส่วนในการสร้างทุนมนุษย์มากน้อยแค่ไหน
ดร.จีระ เสนอว่า
• วัฒนธรรมองค์กรคือ ค่านิยม ความเชื่อ บางอย่าง
• วัฒนธรรมองค์กรขึ้นอยู่กับปัจจัย 4 อย่าง
1. องค์กรนั้นเกิดขึ้นมานานแค่ไหน ยิ่งนานยิ่งฝังรากลึก
2. ใครเป็นคนก่อตั้ง
……………………..
• ความคิดเห็นที่ 8 ทุนมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลง
ดร.จีระ เสนอว่า
• ควรเพิ่มหัวข้อ Management of Change ดร.จีระบอกว่าสิ่งที่อันตรายที่สุดคือ คนไม่มีคุณภาพจะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ดร.จีระ มีทฤษฎีอันหนึ่งคือ ทฤษฎีแว่นตา ลองทายว่าทำไมแว่นตาถึงเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง ?
• ตอบ คือ ต้อง เห็น และรู้ลำดับ (Know the consequence) ถ้ามัวก็เปลี่ยนแว่นตาใหม่
• อยากให้ทุกคนคิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ตั้งแต่วันนี้เลย วางแผนตั้งแต่ปัจจุบันนี้ วิทยานิพนธ์ในไทยต้องเป็น Process คือยิ่งนานแล้วยิ่งใกล้ความสำเร็จ และถ้าฝึกแบบนี้เรื่อย ๆ เส้นทางไปสู่ความสำเร็จจะสูง
• วัฒนธรรมองค์กรเป็นตัวร้ายเนื่องจากจับต้องไม่ได้ คนวิจัยน้อย และคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือผู้นำ ต้องเอาจริง เปิดโอกาสให้คนในองค์กรมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
• สรุปการทำสอบออกข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษ แต่สามารถเขียนตอบเป็นภาษาไทย และให้มี Case Study เป็นภาษาอังกฤษ
• เรื่อง Ph.D ควรฝึกการเขียนไว้ ฝึกเยอะ ๆอย่าให้ตัวสะกดผิด ต้องสร้างมูลค่าในการเขียนให้ได้
• ความคิดเห็นที่ 9 อาจารย์ชาตรี อยากให้เพิ่ม Learning Organization กับ Strategy
• สรุป 50 % ของหลักสูตรที่ไม่เกี่ยวข้องกับ OB คือการเตรียมตัวให้ทุนมนุษย์ของเราสามารถไปแข่งขันได้
• OB ในหนังสือ นั้น ผมขอเรียกว่าเป็นทฤษฎี 3 วงกลมซึ่งจะสอนในคราวต่อไป
• การปลูกข้าวไม่พอ ต้องเก็บเกี่ยวด้วย มนุษย์ ต้องมีความพึงพอใจอย่างเต็มที่ เก็บเกี่ยวในทางเศรษฐศาสตร์หมายความว่า Output หารด้วยคน สิ่งที่เก็บเกี่ยว สำคัญกว่าการปลูก อย่างวันนี้เราอยู่ในบรรยากาศที่ Dynamisms กับ Flexible จึงสามารถให้ทุกคนร่วมคิด..และมองถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต
แผนพัฒนาที่ 11 ถ้าเราไม่กำหนดทิศทางทุนมนุษย์ในระยะยาวจะมีคนจบปริญญาเยอะ แต่เมื่อทำในธุรกิจแล้วจะแผ่วลง ให้คิดว่าโปรเจคที่เราคุยอยู่ไปสร้างอะไรให้กับสังคม วิชาการอยู่ที่ชนิดของข้อมูลที่เจอ ไม่ได้อยู่ที่ความขยันอย่างเดียว เพราะฉะนั้น เรื่องคุณภาพของทุนมนุษย์กับความสามารถในการแข่งขันและยั่งยืน ต้องเปลี่ยนเป็นคุณภาพของทุนมนุษย์ที่พึงประสงค์กับความสามารถในการแข่งขันและยั่งยืน
สิ่งแรกคือต้องรู้ว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหน
1. การแข่งขันดีที่ว่าเราต้องอยู่ได้ ในฐานะเศรษฐศาสตร์เราเคยล้มละลายมาครั้งหนึ่งตอนฟองสบู่แตก แต่ตอนนี้เราอยู่ได้เพราะเคยล้มมาแล้ว
2. ประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจเปิด ส่งออกและนำเข้าเยอะ ลงทุนเยอะ เราอยู่ได้ด้วยการเชื่อมโยงกับโลกภายนอก เพราะฉะนั้นคนของเราไม่ควรอยู่ในกะลาครอบ เราต้องพร้อมสู้กับโลกภายนอก ไทยเป็นประเทศที่พึ่งimport มาก ไทยถือเป็นเศรษฐกิจที่เสี่ยงมาก ๆ ไทยต้องหันมาดูเป้าหมายทางธุรกิจว่าเราจะแข่งกับเขาเพราะอะไร
ตัวเลขของอาจารย์ยงยุทธ์ มีการ ranking ลำดับความสามารถในการแข่งขันอยู่แล้ว….ในที่อันตรายมากที่สุดคือ HR ของไทยไม่เก่ง เวลา ranking มา จะเห็นว่าเรื่อง Education ไทยต่ำมาก จึงอยากบอกว่า ความจริงแล้วปริญญาไม่ใช่เครื่องชี้วัด เด็กไทยส่วนมาก คิดไม่เป็น การเรียนยุคใหม่ต้องปล่อยให้เด็กคิดบ้าง ให้มีการเรียนแบบเป็นทีม ไม่ควรแยกเป็นส่วน ๆ
สาเหตุของปัญหาคือควรเริ่มต้นจาก Macro ขึ้นมา การเป็นทุนมนุษย์ได้ ต้องมีเรื่องการศึกษา คุณภาพอนามัย โภชนาการ ครอบครัว ค่านิยม
1. Sequential Model ถ้า 0-18 ปี ไม่ดี เข้ามหาวิทยาลัยไม่ดี เข้าทำงานก็ไม่ดี ดังนั้นควรพูดถึง Macro เข้าถึง Micro ต้องพูดถึงประเทศด้วย รูป สังเกตว่า supply มีแต่ปริมาณไม่มีคุณภาพ
2. ปริญญาไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าเราฉลาด แต่ขึ้นกับ วิธีการเรียนรู้ที่จะเป็นตัวกำหนดให้เราฉลาดหรือไม่
3. มหาวิทยาลัยส่วนมากมีปัญหา เพราะเราสอนให้เด็กได้ปริญญา แต่ไม่มีส่วนไหนสอนให้เขาคิด ถ้าจะสอน ต้องฝึกให้คิด วิเคราะห์ มีเหตุมีผล
4. ทุนสำคัญอีกอันหนึ่งคือ ทุนทางจริยธรรม คุณภาพของคน คือต้องเก่ง ต้องมี และมีความสุข
5. ทุนแห่งความสุข trend ของโลกอยู่ที่ Happy Workplace ถ้าเรามีความสุขแล้ว Happy Workplace สุขด้วย ก็บวก ๆ
6. ทุนทางสังคม อย่าทำตัวเป็นกบในกะลาครอบ ต้องหัดทำตัวอยู่ในโลกกว้างบ้าง สร้าง Networking มีการเจรจาต่อรอง หาตัวเองให้เจอ
7. ทุนแห่งความยั่งยืน ตัดสินใจในวันนี้ต้องดีในวันหน้า Short term ต้องไปสร้าง Long Term ให้ได้ ทุนเป็นทั้ง Dependent variable กับ Independent Variable ด้วย
เวลา run equation ต้องแยกทั้งสองอย่าง อย่างต้องการมีความสุขในการทำงาน ต้องมีความสุขดังต่อไปนี้....... ต้องเตรียมความพร้อม ในเรื่องใดบ้าง
8. การสร้างทุนมนุษย์ให้ดี ต้องมีทักษะ ความรู้ และ Mindset ที่เหมาะสม ทัศนคติคืออะไรที่หล่อเลี้ยงคุณภาพของคน
• ทำอะไรให้สำเร็จ ต้องมีความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และไปทำโครงการ
• การทำอะไรต้องเน้นที่Customer Value นี้คือ Value ที่สำคัญที่สุดสำหรับคนในห้องนี้
• คนไทยต้องรู้จักมีการควบคุมทุนอารมณ์ให้ดี
• 8K’s , 5K’s เกิดขึ้นจากตัวเราเป็นส่วนหนึ่งของทุนมนุษย์
• Capital คือ การลงทุนคือ สิ่งที่เสียไปในวันนี้เพื่อให้ได้ผลในอนาคต
• ทุนมนุษย์ เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ สามารถทำให้ที่ดินดีขึ้น มีเงินดีขึ้น
• เรียน PhD.แล้วควรสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร
• ไทยไม่ได้ขาด Human Capital แต่ขาดคุณภาพที่พึงประสงค์ ดังนั้นต่อไปถึงต้องพยายามพัฒนาทุนมนุษย์อย่างต่อเนื่อง พัฒนาคนเข้าไปสู่ตลาดแรงงานให้ได้ ตั้งแต่ 22 – 60 ปีให้ได้ ให้รู้ และใฝ่รู้ รู้ และวิเคราะห์เป็นด้วย
• ปัญหา Surplus กับ Deficit ของตลาดแรงงาน Surplus เยอะ Science น้อย เราจะมีแรงงานสูงอายุมากขึ้น
• Productivity ไทยขึ้นไม่ถึง 2 % แต่จีนกับเวียดนามขึ้น 5-8% ลองคิดดูว่าเพราะอะไร และไทยควรทำให้เพิ่มขึ้นได้อย่างไร ?
• ต้องมี Knowledge Based Economy ต้องมี Creativity กับ Innovation ให้ได้
• ต้องเปลี่ยนแรงงานราคาถูกมาเป็นแรงงานซึ่งมีความรู้ ดังนั้นแผนพัฒนาฉบับที่ 11 เขียนไว้เฉย ๆ แต่ถ้าไม่ทำตามลำบาก
เราจะไปทางไหน ?
1. ต้องสมดุล ยั่งยืน และแข่งขันได้ ถ้าการกระจายรายได้ สมดุลมากขึ้น เสื้อเหลือง เสื้อแดงก็จะไม่มี ถ้าเรามีความรู้มากขึ้น ประเทศเราก็เปลี่ยน
2. ทิศทางสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย
3 ห่วง คือ 1. ต้องเดินสายกลาง – สุขภาพกับความรู้เพิ่ม
2.ต้องรองรับความเสี่ยงให้ได้ – คือมีภูมิคุ้มกัน (การแสวงหาความรู้ , การมีความสุข, จริยธรรม , ความสมดุลของร่างกายและจิตใจฯลฯ)
3. มีเหตุมีผล
3. 4 L’s Learning
• Learning Methodology กระบวนการ และวิธีการเรียนรู้ เน้นการกระตุ้น
• Learning Environment สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ให้อบอุ่น เป็นธรรมชาติ
Life Changing Moment ต้องรู้ว่ามนุษย์ต่อสู้กับอะไรบ้างแล้วหาช่องทางให้เขาอยู่รอด ต้องฟังคนอื่นบ้าง ต้องมีวิธีการกระตุ้นให้มีการโต้ตอบกัน สร้างบรรยากาศให้เกิดอารมณ์ที่จะมีส่วนร่วม
• Learning Opportunities การได้ปะทะกันทางปัญญา 1. อาจารย์จีระพูดก่อน 2. ต้องคิดไม่เหมือนอาจารย์
• Learning Communities หลังจากจบการเรียนรู้ยังมีอารมณ์ในการแสวงหาความรู้ หรือนึกถึงเรื่องการเรียนรู้อยู่มั้ย
4. เราจะมุ่งเน้นไปที่ภาคบริการมากขึ้น วันนึงประเทศไทยจะเป็น Trading Country เราควรจะเป็นตัวกลางระหว่างอินเดียกับจีน และเป็นเกษตรมูลค่าเพิ่ม เช่น เกษตรท่องเที่ยว เกษตรแปรรูป และรักษาความสมดุลให้ดีระหว่างอาหารกับพลังงาน อย่างเช่น กำแพงเพชรทำเรื่องมันสำปะหลังเยอะ ต่อไปอาจทำเรื่องพลังงาน
How to we get there ?
• ให้ธุรกิจเป็นตัวบอกว่าเขาต้องการอะไร
• อุตสาหกรรมต้องมีไป Biotech เยอะ ๆ พึ่งภูมิปัญญาตัวเองมากขึ้น ไปที่ Creative Economy , ธุรกิจใหม่ ๆ คือสิ่งที่เราต้องคิดให้ดี ถ้าจะสอน อบต. อบจ. สอนให้เป็น Entrepreneur คิดแบบ Business Mind
• ต้องเปลี่ยน Mindset พร้อมที่รุกกับมหาวิทยาลัย และทำให้ธุรกิจเป็นธุรกิจระหว่างชาติ
• คนจะทำเรื่องคนได้ต้องอยู่นาน และทำงานต่อเนื่อง ค่อย ๆ ชนะ
• วิชานี้คือ How to overcome difficulty แล้วรวมตัวกันสร้างBrand เรื่องคน
ให้ทุกคนร่วมแลกเปลี่ยนในห้องเรียนว่า หลังจากเรียนรู้แล้วได้อะไร?
1 . ฟังแล้วตัวเองได้อะไร
2. องค์กรที่ตัวเองทำงานอยู่ได้อะไร
3. จังหวัดที่คุณอยู่ได้อะไร
4. ประเทศได้อะไร
คุณอัญญุมา พงศ์ศรีโรจน์
1. ตัวเองได้อะไร...ปกติ เป็นคนแสวงหาความรู้น้อย แต่หลังจากเรียนในวันนี้ ทำให้เป็นการกระตุ้นตัวเอง ให้ใฝ่รู้เยอะขึ้น ถ้าเรียนรู้เยอะ ก็จะไปถ่ายทอดเยอะขึ้น มีพื้นฐานทางธุรกิจเยอะ ต่อไปก็จะหาความรู้ในด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย
2.องค์กรไทยพาณิชย์ แต่ก่อนทำเพื่อองค์กรอย่างเดียว แล้วลืมมองสังคมอื่นไป อยากให้องค์กรเรามีความรู้เพิ่มขึ้นด้วย นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปถ่ายทอดให้องค์กรมากขึ้น เนื่องจากแต่ก่อนมองข้ามไปว่าเราจะสะท้อนอะไรให้กับไทยพาณิชย์ได้บ้าง
อ.จีระ เสริมว่าอยากให้แต่ละคนมีจิตสาธารณะ
3. สังคมจังหวัดเพชรบูรณ์ จะเริ่มมองพิจารณาถึงวัฒนธรรมพื้นบ้านแล้ว คงต้องมองในส่วนภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วย
อ.จีระ เสนอให้มองวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความรู้ มูลค่าเพิ่ม ค้นหาความรู้ของจังหวัดนั้นแล้วสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่นเกษตรสร้างสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมในภาคเกษตร Agro tourism เป็นต้น
4. ประเทศ คิดว่าทำให้ประเทศยากจนน้อยลงพัฒนารายได้
อ.จีระ เสนอว่าควรพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ด้วย เช่น Home stay เน้นภูมิปัญญาท้องถิ่น การบริหารจัดการยุคใหม่ ข้าราชการส่วนใหญ่เรียนหนังสือเยอะ แต่พอจบไปแล้วก็กลับไปสู่คุณภาพเดิม
ผศ.ปาณิสรา จรัสวิญญู
1. มองในแง่องค์ความรู้ ได้แรงบันดาลใจ และรู้สึกว่า มีแรงบันดาลใจในหัวข้อthesis คิดไว้ คือการประเมินเรื่องคน ทำให้รู้ว่าการประเมินคนควรทำเรื่องไหนดี อาจลงไปที่ทุนมนุษย์ และลงศึกษาเพิ่มเติม
o ดร.จีระ อยากให้ราชภัฏกำแพงเพชรใช้ทฤษฎี 2 R’s รู้ธุรกิจที่แท้จริงของกำแพงเพชรคืออะไร แล้วตัวอาจารย์เองควรเป็น commentator บ้าง
o อยากให้แต่ละคนทำ Individual development plan การประเมินอาจดูของต่างประเทศเป็นตัวอย่าง ดูทฤษฎี Competency อยู่ในองค์กรไหนก็ตาม ต้องสามารถลากองค์กรนั้นให้เป็นเลิศ ไม่ได้หมายความว่ามีสมรรถนะอย่างไร แต่ต้องรู้ว่าธุรกิจของคุณแข่งกับใคร? แล้วคุณเก่งกว่าเขาจริงหรือเปล่า ? ส่วนใหญ่บริษัทประเมิน Competency แต่ลืมประเมิน implement ,Competency ต้องทำให้เกิดความสำเร็จด้วย
2. การมาเรียนเมื่อเรามีคุณภาพก็กลับไปพัฒนาองค์กรได้ ไปพัฒนาการสอนของตัวเอง ไม่ใช่ลักษณะนกแก้ว นกขุนทอง มีการเชิญผู้ประกอบการมาคุยกับนักศึกษาให้เขารู้
วัดคุณภาพทุนมนุษย์ไม่ใช่จากปริมาณ ดูจาก ทฤษฎี 8K’s , 5K’s
3. การทำแผนยุทธศาสตร์เช่นอาจช่วยจังหวัดกำแพงเพชรเรื่องการวางแผนพัฒนาคนจะทำอย่างไร กำแพงเพชร มีมรดกโลก ในเรื่องการท่องเที่ยว อาจมีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่ขับเคลื่อนด้วยกัน จึงทำให้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
4. ยกระดับชุมชนห่างไกลให้ดีขึ้น เช่นบางชุมชนที่ห่างไกลทางด้านการศึกษา
คุณจิตรา ปั้นรูป
ถ้าตัวเองชัด องค์กรชัด ประเทศก็จะชัดขึ้น การพัฒนาบุคลากรก็เริ่มที่ตัวเราก่อน
1. ได้รับความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องทุนมนุษย์นั้นมีความสำคัญมาก
2. นำทุนมนุษย์มาพัฒนาการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา
3. จังหวัดทำให้ในจังหวัดน่าน ผู้ประกอบการขาดความรู้และทักษะ ดังนั้นควรสร้างทักษะ และสังคมการเรียนรู้ให้คนในจังหวัดน่าน
4. เมื่อประเทศมีทุนทางทรัพยากรมนุษย์ที่ยั่งยืน ประเทศก็สามารถแข่งกับต่างชาติได้
o ดร.จีระ เสริมว่า การแข่งขันบางครั้งมอง logistic, มองทุกอย่างแต่ถ้าขาดคุณธรรมจริยธรรม ไม่แสวงหาความรู้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยก็จะไม่ทันเขา ดร.จีระมีทฤษฎีที่ใช้เป็นประจำคือ ความรู้ต้องสด และทันสมัย
o ถ้าไม่มีคนเก่งและคนดี โครงสร้างพื้นฐานก็ไปไม่รอด
o ทุนมนุษย์ขึ้นอยู่กับทุกคนในสังคม
o การหาความรู้ต้องรู้จริง
o เราไม่ได้พูดเรื่องทุนมนุษย์อย่างเดียว เราพูดเรื่องการบริหารจัดการทุนมนุษย์ด้วย
o ทฤษฎี HR Architecture เน้นเรื่องครอบครัว
คุณปกรณ์ อุดมธนะสารสกุล
1. ได้แนวทางไปพัฒนาการเรียนการสอน เอาแนวคิดไปสอนต่อนักศึกษาว่าเกษตรกรสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถ้าเอาแนวความคิดด้านการพัฒนาทุนมนุษย์เข้ามา
คนเรียนเกษตร น้อยมาก ถ้าสามารถผลักดันให้ค้นหาตัวเองได้ ก็จะดี
2. องค์กร พยายามพลักดันให้เป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับทางเกษตรโดยเฉพาะ อาจเป็นบริหารธุรกิจเชิงเกษตร หรือต่อยอดเกษตรกร เนื่องจากเกษตรเป็นรากฐานของคนไทย และแม่โจ้ เกษตรถือว่าเป็นอันดับ 1
สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรได้ก็สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ เกษตรกรก็ไม่ต้องไปทำงานในเมือง อนาคตมองว่าเรื่องอาหารการกินต่างชาติคงสู้ไทยไม่ได้ เนื่องจากอาหารเป็นเรื่องสำคัญที่สุดดังนั้นต่อไปไทยสามารถเป็นมหาอำนาจด้านการเกษตรได้
อ.จีระ เสริมว่าถ้าจะทำเรื่องผู้นำจะทำผู้นำจาก 1.เกษตรกร 2.กรมส่งเสริมต่าง ๆ 3.ธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร Green Economy และความยั่งยืน 4.อยากให้ NGO ส่งเสริมการเกษตรขึ้นมา และผู้นำการเกษตรต้องเน้น Entrepreneur
ทุนมนุษย์ ต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการ และมีภาวะผู้นำด้วย วิทยานิพนธ์ ถ้าฟื้นความสามารถทางการเกษตรขึ้นมาได้ ก็จะถือว่าดีมาก
คุณสมพงษ์ ฝูงคน
1. ได้อะไร นึกถึงเรื่องปัญญาคิดว่าตัวเองยังใฝ่รู้ไม่พอ ต้องพยายามใฝ่รู้ตลอดเวลา
2. องค์กร แยกระหว่าง Happy Workplace กับ Happiness Capital
ดร.จีระ เสริมว่า Happy workplace เป็นเรื่อง OB ส่วน Happiness Capital เป็นเรื่องทุนทางพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สังเกตได้ว่าปกติปัจจุบันจะเป็นองค์กรกฎระเบียบเยอะมาก
3. ถ้า 2 ส่วนนี้เกิดการประสานกันได้ ก็จะดีมาก
ดร.จีระ ถามว่าอะไรเป็นความสุขในการทำงาน...ความพอใจในการทำงานของตัวเองต้อง run 2 อันร่วมกัน องค์กรจะสร้าง Happy Workplace ได้อย่างไร ประเทศที่ต้องการ Advice มากสุดคือสิงคโปร์เนื่องจากมีรู้สึกว่าไม่สนุกในการทำงาน
4. ทุนทางนวัตกรรมถ้ามีการต่อยอดหรือสร้างมูลค่าเพิ่มในสิ่งเหล่านี้จะดีมาก
เชียงใหม่กำลังเสนอให้เป็น Creative Cultural City พยายามให้เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีผลประกอบการดี มีทุนมนุษย์ที่มีความสามารถด้วย
คุณประทีป จตุรพงศธร
1. มองจาก Micro แล้วไป Macro สำหรับตัวเองการนำนโยบายไปปฏิบัติ ในทฤษฎี HR มีอะไรมากมายที่ต้องเรียนรู้ เป็นทฤษฎีเชิงบูรณาการเป็นการมองให้ครบทุกด้านทำให้รู้ว่าการพัฒนาคนควรมีการพัฒนาทางด้านใดบ้าง
2. องค์กร การพัฒนาทาง HR อาจปรับใช้เปลี่ยนแปลงการบริหาร HR ในองค์กรให้ครบรอบด้าน ถึงแม้เปลี่ยนได้ไม่มากแต่ก็ขอให้เปลี่ยนแปลงขึ้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลในการจัดการ
3. เมื่อองค์กรบริการดี ทำให้ลูกค้าประชาชนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงองค์กรไปด้วย
4. ระดับประเทศ TQM การบริหารการเปลี่ยนแปลงทุกด้าน Competency Advantage ในไทยยังด้อยกว่าที่อื่น แต่ถ้าเราพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพิ่มขึ้นก็จะสามารถแข่งกับประเทศอื่น ๆ ได้
สรุปคือ Life Changing นำสู่ Organization Changing จะนำสู่ Country of Changing
o ดร.จีระ องค์กรในมุมมองของอาจารย์จีระคือ Open mind กับ Open heart
o ไม่มีคนไหนที่ออกนอก Line แล้วอยู่รอด หมายถึงความจริงแล้วแก่นต้องแน่น และแม่นยำซะก่อน ปัญหาของเมืองไทยไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้ เน้นให้เห็นถึงประโยชน์ของสังคมไทยเป็นหลัก
o อยากให้ นศ. ปริญญาเอกในห้องนี้เรียนรู้ที่จะต่อยอดด้วย
คุณจิระ ประสพธรรม
1. ได้คุณค่าอย่างแท้จริง มองว่าต้องพัฒนาตัวเองและเอาชนะอาจารย์ให้ได้
องค์กรตัดสินใจมาอยู่สายอาจารย์เพราะว่าชอบทางด้านนี้ และรู้สึกมีความสุขมากขึ้น
การเป็นอาจารย์ต้องมีชีวิตที่ใฝ่รู้และฝึกฝนคนให้ดีขึ้น
เราต้องพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น 2 ไป 3 , 3 ไป 4
2. เป็นสมาชิกที่ดีพร้อมพัฒนาเป็นทุนมนุษย์ได้
วิธีการคือสร้างเป็นพันธมิตร การเมืองเรื่องที่ขัดแย้งมากสุดคือ การขัดแย้งกันคนละวัย ดังนั้นการเมืองในองค์กรน่ากลัว แต่ต้องยอมรับว่ามันเกิดขึ้นทุกแห่งจาก Perception
ดร.จีระ เสริมว่า...ปัญหา ของราชภัฏคือเป็นทรัพยากรของชาติ ต้องระมัดระวัง เกณฑ์จะเล่นคือการสร้าง Coalition …..Life Changing Moment
ภาษาอังกฤษ ต้องฝึก อย่าคิดว่าพูดไม่ได้ สถานการณ์บางอย่างอาจทำให้เราเด่นขึ้นมาก็ได้ ต้องฝึกการพูดต่อหน้าชุมชน Rhythm and Speech มนุษย์ต้องมีจังหวะเวลาที่ฉลาด สร้างผู้นำเล็กน้อย ค่อย ๆ ฝึกไป อาจารย์จีระ ทำได้ ทุกคนก็ทำได้
3. องค์กรไหนให้ความสำคัญด้านทรัพยากรมนุษย์ ก็จะมีภาวะผู้นำมากขึ้น นำสู่ การพัฒนาจังหวัดดีขึ้นด้วย
4. ประเทศได้ ปัจจัย 4 ที่มีคุณค่าที่แท้จริง
ดร.จีระ เสริมว่า เวลาพูดเรื่องจริยธรรมควรต้องบอกมาด้วยว่าจะสร้างอะไรทางจริยธรรมให้เพิ่มขึ้น
นาวาโทวิเศษ นัจจนาวากุล
1. Value Chain, Globalization การทำงานของคนในองค์กรมีความสัมพันธ์กัน และส่งมอบคุณค่าไปสู่Globalization สนามใหญ่ขึ้น ต้องพัฒนามากขึ้น HR จึงเข้ามามีบทบาท
2. ตนเอง หน่วยงาน ประเทศต้องมีความสอดคล้องเป็น Value Chain ด้วย ต้องตอบสนอง Demand ตัวเดียวกัน HR ผม ดูแลลูกน้อง ทำดีตอบสนองต่อหน่วยงาน ต่อประเทศ แล้ว Demand คนเดียวกัน ทำ Supply ให้สอดคล้องกับ Demand
3. มองจังหวัดในลักษณะความเชื่อมโยงในด้านต่าง ๆ จังหวัดหรือหน่วยงานข้างเคียงต้องเป็น Network ต้องตอบสนองกับลูกค้าคนเดียวกัน
ลูกค้าของทหารเรือ คือประเทศ ทั้งในประเทศ และนอกประเทศ
ดร.จีระ เสนอว่า อยากให้ย้อนไปด้วยว่าที่ผ่านมาทำอะไรบ้างที่มีประโยชน์ อยากให้เชื่อมโยงกัน สุดท้ายคือจบและมีความรู้ ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า Horizontal ไม่ได้สอนให้รู้ลึกอย่างเดียว หลักสูตรของอาจารย์กระทบกับวิชาอื่นด้วย แล้ว Compliment กัน เพราะมี Value Chain
Assignment ครั้งที่ 1 จาก ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ถึงนักศึกษา DBA ทุกท่าน
Assignment 1 วันที่ 19 มิถุนายน 2554
1. Work Group นำเสนอเป็น Case ที่ 1 ทำเป็น Paper present เป็น Powerpoint ครึ่งชั่วโมง ในการเรียนการสอนครั้งต่อไป
1. ให้เลือก 3 ทุนจากทฤษฎี 8K’s ว่าทั้ง 3 ทุนนั้นเบื้องหลังมีอะไรบ้าง
2. จุดแข็งของทุนที่เลือกคืออะไร
3. จุดอ่อนของทุนที่เลือกคืออะไร
4. ยกตัวอย่างของทุนดังกล่าวที่เป็นบุคคล
5. ยกตัวอย่างองค์กรที่เป็นตัวอย่างของทุนดังกล่าว
6.จะมียุทธวิธีที่จะ Develop ทุนดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไรทั้งในระดับ Macro และ Micro อธิบายให้ชัดเจน ยกตัวอย่างกรณีที่ล้มเหลว และกรณีที่สำเร็จ
o กลุ่ม 1 ทุนทางสังคม, จริยธรรม,ทุนทางความรู้ทักษะและทัศนคติ
o กลุ่ม 2 ทุนทางปัญญา,ทุนแห่งความยั่งยืน, ทุนแห่งความสุข
2. ให้แต่ละคนวิจารณ์จากหนังสือเรื่องทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ว่ามีจุดอ่อน 5 เรื่องอะไรบ้าง ส่งผ่าน Blog ภายในวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2554
ถึงอาจารย์ชาตรี และ DBA ทั้ง 8 ท่าน
- ก่อนอื่นผมต้องขอยกย่อง อาจารย์ชาตรีที่มาร่วมฟังและคิดไปด้วยตลอดเกือบทั้ง 7 ชั่วโมง
- ทั้ง 8 คน มีคุณสมบัติพิเศษคือ มีความมุ่งมั่นสูง มีเป้าหมายในชีวิตเรื่อง DBA ชัดเจนว่าจะเรียนเพื่อรู้และทำงานที่สูงขึ้น เป็นลูกศิษย์อาจารย์จีระ
- สำคัญว่าจะทำได้ตามเป้าจริงหรือเปล่า
- อาจารย์ชาตรี มีประสบการณ์จากญี่ปุ่นสูง และดีมาก คงจะช่วยให้หลักสูตร DBA สำเร็จตามเป้าหมาย
- ก่อนวันศุกร์ที่จะส่งการบ้าน ผมเลยขอให้ทุก ๆ ท่าน รวมทั้งอาจารย์ชาตรีสรุปว่า วันแรกได้อะไรบ้าง เกี่ยวกับเรื่อง HR 1 เรื่อง เกี่ยวกับเรื่อง OB 1 เรื่อง ช่วยส่งการบ้าน ด่วนครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
จากการฟังบรรยายเรื่อง การบริหารทรัพยากรมนุษย์ และพฤติกรรมองค์กร โดย
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ สามารถสรุปประเด็นทั้งสองได้ดังนี้
การศึกษาเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource: HR) และพฤติกรรมองค์กร (Organizational Behavior: OB) มีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กร ซึ่งท่านอาจารย์ได้แสดงทัศนะว่า การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเรื่องของทุนมนุษย์ ตลอดจนสังคมการเรียนรู้ ส่วนพฤติกรรมองค์กร เป็นเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร ค่านิยมองค์กร รวมถึง การสร้างภาวะผู้นำในองค์กร จากคำกล่าวของอาจารย์ สามารถสรุปได้ว่า การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นการมองในภาพกว้างขององค์กร ในขณะที่ พฤติกรรมองค์กร เป็นการมองเรื่องของบุคคล กลุ่มบุคคล และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มบุคคล
ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นการให้ความสำคัญในเรื่องของ ทุนมนุษย์ (Human Capital) การศึกษาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับบุคคลเพื่อสร้างความพร้อม และความสามารถของคนให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร โดยการสร้างคุณค่าของระบบการบริหารงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่องค์กรต้องการ ดังนั้นการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จึงเป็นกระบวนการทำงานภายในองค์กรที่มุ่งเน้นในการจัดหา และจัดการมนุษย์ ให้เป็นในทิศทางเดียวกับองค์กร ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นหลายประการ เช่น ค่าตอบแทนการจ้างแรงงาน, การจัดการประสิทธิภาพการพัฒนาองค์กร, ความปลอดภัย, สุขภาพ, สิทธิประโยชน์ ตลอดจนการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน เป็นต้น
สิ่งที่ได้รับจากการศึกษาเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์ทำให้ได้ข้อสรุปว่า องค์กรจะต้องมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้ทรัพยากรมนุษย์เกิดศักยภาพสูงสุด ในการทำงาน ดังนั้นองค์กรจึงควร
การที่องค์กรพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทำให้ทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรเกิดประสิทธิภาพในการที่จะสร้างสรรค์ผลงาน ส่งผลให้ผลผลิตขององค์กรเกิดประสิทธิผล ทำให้องค์กรสามารถที่จะอยู่รอดได้ในสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่สูง
ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมองค์กร
การศึกษาพฤติกรรมองค์กร เป็นการศึกษาเพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งที่คนในองค์กรแสดงออก ทั้งที่เป็นบุคคล กลุ่มบุคคล รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม ซึ่งแสดงออกมาทางวัฒนธรรม หรือค่านิยมขององค์กร
วัฒนธรรมหรือค่านิยมองค์กร เป็นพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ที่จะปฏิบัติตามแบบแผนของกฎระเบียบหรือวิธีการที่อยู่ในองค์กรมาเป็นเวลานาน มีทั้งที่ส่งผลบวกและลบให้กับองค์กร เช่น พฤติกรรมในการทำงานที่มีความร่วมมือ หรือความขัดแย้ง เป็นต้น
ดังนั้นสิ่งที่ได้จากการศึกษาพฤติกรรมขององค์กร สามารถให้ข้อสรุปได้ดังนี้
จะเห็นได้ว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับพฤติกรรมองค์กร การที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้นั้น จะต้องเข้าใจบริบทของพฤติกรรมองค์กร โดยเฉพาะพฤติกรรมของคนในองค์กร HR จะต้องมีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ตลอดจนมีกลยุทธ์ในการสร้างประโยชน์ให้เกิดกับองค์กรให้ได้มากที่สุด
ปกรณ์ อุดมธนะสารสกุล(บอย)
นิสิต DBA รุ่น 4
เรียน อาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
จากฟังบรรยาย เรื่อง การบริหารทรัพยากรมนุษย์และพฤติกรรมองค์กร สรุปได้ว่า
Human Resource ( HR) เป็นเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์และสังคมการเรียนรู้ สร้างมูลค่าเพิ่ม จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร ส่วนOrganizational Behavior (OB) เป็นเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร ความเชื่อ ค่านิยม และภาวะผู้นำในองค์กร ซึ่งมีทั้งด้านบวกและด้านลบ เกิดจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละองค์กร ในระดับ บุคคล กลุ่มคน ตลอดจนความสัมพันธ์ของบุคคล และกลุ่มคน
การพัฒนามนุษย์ขององค์กรถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเกิดจากทุนหลายด้าน เช่น ทุนทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรม ทุนความรู้ ทุนทางปัญญา ทุนแห่งความสุข ทุนแห่งความยั่งยืน จึงเป็นหน้าที่หลักของ HR ในการจัดหาพนักงานที่มีคุณภาพให้กับองค์กร
เริ่มตั้งแต่ ระบบการคัดเลือกพนักงาน บรรจุและแต่งตั้ง อัตราจ้าง รางวัลและสวัสดิการ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พัฒนา
จนเกิดทักษะ ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญงาน จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรในระยะยาว
พฤติกรรมองค์กรที่แตกต่างกันเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น อายุขององค์กร วัฒนธรรมขององค์กร กฎเกณฑ์และระเบียบปฎิบัติ นโยบายของผู้นำในองค์กร ความเชื่อ ค่านิยม เป็นสาเหตุของการแสดงพฤติกรรมของคนในองค์กร องค์กรที่ดีจะมี HR ช่วยสื่อความให้มีความเข้าใจตรงกัน ในระดับผู้บริหารและพนักงานขององค์กร รู้ถึงเป้าหมายและทิศทาง เพื่อช่วยกันพัฒนาภารกิจต่างๆ ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง บรรลุวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร
อัญญุมา พงศ์ศรีโรจน์ (นัท)
นิสิต DBA รุ่น 4
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
โจทย์ วันแรกได้อะไรบ้าง เกี่ยวกับเรื่อง HR 1 เรื่อง เกี่ยวกับเรื่อง OB 1 เรื่อง
ในชั้นเรียนแรกนั้น อาจารย์ได้พูดถึง Trend 2 Trends ที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสุขก็คือ Happy at work และ Happy Workplace
Happy at work นั้นเป็นเรื่อง HR เป็นทุนแห่งความสุข unit of analysis คือ ตัวบุคคล ซึ่งอาจารย์ได้ยกตัวอย่างของ Passion, Purpose เป็นต้น
ส่วน Happy Workplace นั้นเป็นเรื่อง OB เป็นองค์กรที่อยู่แล้วมีความสุข ซึ่ง ได้มีการรณรงค์โดย สสส เป็นต้น
Trend ปัจจุบันยังคงอยู่ที่ Happy Workplace
ถ้าเรา มีความสุข แล้วอยู่ในองค์กรที่อยู่แล้วมีความสุข ความสุขก็จะ บวก บวก ส่งผลในทางบวกต่อ Performance ของคน และองค์กร
แต่ถ้าเรา ไม่มีความสุข แม้นจะอยู่ในองค์กรที่มีความสุข ความสุขก็จะ ลบ บวก โดยรวมแล้วอาจส่งผลกระทบต่อ Performance ขององค์กรได้น้อยกว่ากรณีแรก
ในทางกลับกัน ถ้าเรามีความสุข แต่ต้องอยู่ในองค์กรที่ไม่มีความสุข ความสุขก็จะบวก ลบ ซึ่งอาจส่งผลต่อ Performance ขององค์กรเช่นกัน
สรุปคือ ถ้า 2 ส่วนประสานกันได้จะเป็นสิ่งที่ดีมาก
จาก Class แรก ทำให้ตัวผมเองมีความชัดเจนในหัวข้อวิทยานิพนธ์ และได้แรงบันดาลใจว่า จะทำหัวข้อเกี่ยวกับ Happiness at work ซึ่งคงต้องขอคำชี้แนะจากท่านอาจารย์ต่อไปด้วยครับ
สมพงษ์ ฝูงคน (บอย DBA4)
53030578
การบ้านครั้งที่ 1 วิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์และพฤติกรรมองค์การ
(Special Topics in Human Resource Management and Organizational Behavior)
เสนอ ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
โดย นางสาวจิตรา ปั้นรูป
สาขาบริหารธุรกิจ
รหัสนักศึกษา 53030509
เรียน ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
คำถาม สรุปว่า วันแรกได้อะไรบ้าง เกี่ยวกับเรื่อง HR 1 เรื่อง และเกี่ยวกับเรื่อง OB 1 เรื่อง
1. Human Resource
ได้ทราบว่า HR มีความสำคัญต่อการบริหารองค์การ เพราะต้องใช้มนุษย์เป็นผู้ให้บริการที่สำคัญ ซึ่งการจัดการทรัพยากรมนุษย์จะช่วยให้มีคนทำงานที่เพียงพอและต่อเนื่อง ได้คนดีมีความสามารถมาทำงานที่เหมาะสมกับงาน มีการรักษาคนให้อยู่กับองค์การโดยมีการพัฒนา การให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการ และการประเมินผลที่เหมาะสม ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนทำงาน ซึ่งจะส่งผลให้สามารถใช้ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างเหมาะสมในการทำงานให้องค์การบรรลุตามวัตถุประสงค์
นอกจากนั้นยังสามารถสรุปองค์ความรู้ในแต่ละประเด็นความคิดเห็นที่อาจารย์นำเสนอได้ดังต่อไปนี้
ความคิดเห็น1 เสนอให้ความสนใจเรื่องจริยธรรมมากขึ้น อาจทำ Public Seminar เรื่องจริยธรรมกับทุนมนุษย์ เชิญท่านว.วชิรเมธีมา
ตอบ ในส่วนประเด็นความคิดเห็นที่ 1 ถ้าจัด Public Seminar ขึ้นหน้าจะได้รับองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมกับทุนมนุษย์จากวิทยากรรับเชิญ โดยคาดว่าองค์ความรู้ที่ได้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของ HR
ความคิดเห็น 2 การเมืองปัจจุบันที่เร่าร้อน การแบ่งเป็น 2 ขั้ว มีจุดแข็ง และจุดอ่อนไม่เหมือนกัน ถ้ารวมกันได้ ก็จะดีมาก
ดร.จีระเสริม ว่า
• การเมืองในครั้งนี้มีความอันตรายอยู่ การทำในเรื่องนี้เป็นเสมือนสงครามในระยะยาว ยืดเยื้อ ไม่ค่อยมีการยอมรับความจริง และตรงประเด็น
• อย่างนศ. ป.เอกจะได้เปรียบในการสร้างสังคมเรียนรู้เนื่องจากมีการผนึกกำลังกัน แต่อยากให้แต่ละคนเรียนเพื่อใฝ่รู้จริง ๆ ไม่ใช่ สกอ.สั่งให้มีปริญญาเอกเยอะๆ แล้วถึงเรียนแต่อยาก
• ถ้าวิเคราะห์เป็นคิดเป็น ได้มีการแข่งขัน ก็จะได้ประชาธิปไตยที่ดี
ตอบ ในส่วนประเด็นความคิดเห็นที่ 2 จากองค์ความรู้ที่อาจารย์เพิ่มเติมมาเกี่ยวกับการไม่ยอมรับความเป็นจริงในสังคมส่งผลให้เกิดการแบ่งขั้วทางการเมือง และหน่วยงานไม่มีการวางแผนในการผลิตบุคลากรทางการศึกษา กรณีเหตุการณ์เช่นนี้ถ้าบุคลากรที่เกี่ยวข้องในประเด็นข้างต้นมีองค์ความรู้ทางด้าน HR จะส่งผลต่อกระบวนการทำงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีจริยธรรม ยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคม ลักษณะการทำงานของคนในองค์กรมีการวางแผนที่เป็นแบบแผน
ความคิดเห็น 3Best Practice หรือ Model ทางด้าน Human Resource
ดร.จีระเสริม ว่า
• Best Practice ทาง HR 1.ต้องเป็นองค์กรที่สนใจเรื่องคนไม่ใช่สนใจเรื่องเงินแต่เรื่องเงินอย่างเดียว 2.มี Smart HR 3. Line Manager
• HR ต้อง Communicate ต้องสร้าง Value, HR ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มไม่ใช่สร้างปัญหาให้องค์กร HR ควรมียุทธวิธี
• OB เป็นทั้งลบและบวก
• อาจได้ทำ Case Study ในภาคเหนือ เช่นอาจไปดูตัวอย่างที่ Bank ปัจจุบันเป็น-เสมือน Robot ซึ่งถ้าวัดทุนแห่งความสุขใน Bank อาจเห็นว่ามีทุนแห่งความสุขน้อย
ตอบ ในส่วนประเด็นความคิดเห็นที่ 3 จากองค์ความรู้ที่อาจารย์เพิ่มเติมมาเกี่ยวกับ Best Practice หรือ Model ทางด้าน Human Resource ในส่วนนี้อาจารย์ได้ให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรในองค์กรอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ซึ่งจะส่งผลดีต่อบุคลากรในหน่วยงานทางด้านการสร้าง Value แก่องค์กรในอนาคต
ความคิดเห็น 4. การสร้าง Talent Management กับสร้างความเข้มแข็งทางภูมิปัญญาในท้องถิ่น
ดร.จีระ เสริมว่า
• ให้เอาภูมิปัญหาท้องถิ่นกับ Modern Management ไปรวมกัน เช่น กศน. ประมาณ 40 % เอานักธุรกิจที่เกษียณแล้วมาช่วยสอน ,Study tour มารวมกัน... ซึ่งถ้ารวมกันในเรื่องนี้ น่าจะดีกว่า
• รายได้ของคนอยู่ที่ Demand ,Supply นี่คือทุนมนุษย์ คนเก่งรายได้สูงเพราะไม่มีคู่แข่ง อย่างเกษตรฯ สังเกตว่าทำเหมือนกันหมดเลย และถ้าอยู่พิษณุโลก จึงควรทำเรื่องนี้ด้วย ถ้าพูดเรื่องจริยธรรม หรือ เกษตรฯ ก็ควรเชิญจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมด้วย ให้เป็นหัวข้อที่อาจารย์สนใจ และเกี่ยวกับทุนมนุษย์ และ OB
ตอบ ในส่วนประเด็นความคิดเห็นที่ 4 จากองค์ความรู้ที่อาจารย์เพิ่มเติมมาเกี่ยวกับการสร้าง Talent Management กับสร้างความเข้มแข็งทางภูมิปัญญาในท้องถิ่น ทำให้ได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับการสร้างความเข้มแข็งทางปัญญาในท้องถิ่นผ่านทรัพยากรที่มีอยู่ (ทุนมนุษย์) ดังตัวอย่างของระบบการศึกษาของ กศน. และการพัฒนาด้านการเกษตรให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชนท้องที่
ความคิดเห็นที่ 5 แนวทางแก้ปัญหาขององค์กรในหน่วยงานราชการ
ดร.จีระ เสนอว่า
• ปัญหาของผู้นำท้องถิ่นคือเรียนเยอะเรียนในตำราเยอะ ถ้าจะทำต้องเน้น 2 R’s คือ ต้องดูจากความจริง และสิ่งที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเขาได้ ถ้าจะจัด Seminar อยากเชิญผู้นำท้องถิ่นด้วย เพราะท้องถิ่นก็มีความต้องการทุนมนุษย์อย่างมาก ซึ่งต้องใช้เวลาและ ต้องเน้นการทำอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างควรทำที่พิษณุโลก ควรเป็นข้าราชการ ท้องถิ่น ธุรกิจ ชุมชน และขอเน้นไปที่งานที่เป็นทุนมนุษย์เหล่านี้ ท้องถิ่นปัจจุบันมี 3 อบจ. เทศบาล อบต. เป็นต้น
ตอบ ในส่วนประเด็นความคิดเห็นที่ 5 จากองค์ความรู้ที่อาจารย์เพิ่มเติมมาเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาขององค์กรในหน่วยงานราชการ ในองค์ความรู้ที่รับคือ การใช้ทฤษฎี 2 R’s ในการเพิ่มศักยภาพรวมกับ HR เพื่อพัฒนาบุคลากรในภาคส่วนข้าราชการ ท้องถิ่น ธุรกิจ ชุมชน
ความคิดเห็นที่ 6 สนใจเรื่อง Loyalty ในตอนแรก แต่พอดูเรื่อยๆ สนใจเรื่อง CSR กับทุนมนุษย์ให้ร่วมกันควรทำอย่างไร
ดร.จีระ เสนอว่า
• อาจให้มีอยู่ใน Case Study หรือ จัด Public Seminar ขึ้นมา
ตอบ ในส่วนประเด็นความคิดเห็นที่ 6 จากองค์ความรู้ที่อาจารย์เพิ่มเติมมาเกี่ยวกับ Loyalty และ CSR โดยความเป็นไปได้จัดทั้ง Case Study หรือ จัด Public Seminar ขึ้นมาได้จะส่งผลให้ประสิทธิภาพของ HR บนพื้นฐานการทำงานร่วมกันระหว่าง Loyalty หรือ CSR เพิ่มขึ้น
ความคิดเห็นที่ 7 วัฒนธรรมองค์กรมีส่วนในการสร้างทุนมนุษย์มากน้อยแค่ไหน
ดร.จีระ เสนอว่า
• วัฒนธรรมองค์กรคือ ค่านิยม ความเชื่อ บางอย่าง
• วัฒนธรรมองค์กรขึ้นอยู่กับปัจจัย 4 อย่าง
1. องค์กรนั้นเกิดขึ้นมานานแค่ไหน ยิ่งนานยิ่งฝังรากลึก
2. ใครเป็นคนก่อตั้ง
ตอบ ในส่วนประเด็นความคิดเห็นที่ 7 จากองค์ความรู้ที่อาจารย์เพิ่มเติมมาเกี่ยวกับความหมายของวัฒนธรรมองค์กร และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมขององค์กร ซึ่งองค์ความรู้ทั้งสองส่วนจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของ HR
ความคิดเห็นที่ 8 ทุนมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลง
ดร.จีระ เสนอว่า
• ควรเพิ่มหัวข้อ Management of Change ดร.จีระบอกว่าสิ่งที่อันตรายที่สุดคือ คนไม่มีคุณภาพจะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ดร.จีระ มีทฤษฎีอันหนึ่งคือ ทฤษฎีแว่นตา ลองทายว่าทำไมแว่นตาถึงเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง?
• ตอบ คือ ต้อง เห็น และรู้ลำดับ (Know the consequence) ถ้ามัวก็เปลี่ยนแว่นตาใหม่
ตอบ ในส่วนประเด็นความคิดเห็นที่ 8 จากองค์ความรู้ที่อาจารย์เพิ่มเติมมาเกี่ยวกับ Management of Change ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้รับทำให้เราสามารถประเมินสถานการณ์ขององค์กรในอนาคตได้ ซึ่งจะเป็นผลดีพัฒนาป้องกัน และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้
2. Organizational Behavior
ได้ทราบว่า OB มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้บริหาร เพราะจะทำให้ผู้บริหารเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชา เข้าใจเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนเข้าใจบุคคลอื่น และสภาวะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบาย โดยความเข้าใจเหล่านี้จะทำให้สามารถทำนายพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้น และสามารถปรับปรุงพฤติกรรมตนเอง จูงใจ สนับสนุน และควบคุมพฤติกรรมของบุคคลอื่น อันเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้บริหารสามารถบริหารตนเองและบุคคลรอบข้าง และทำให้องค์การประสบความสำเร็จได้
3.ประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียน HR กับ OB
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
จากการเรียนในวันแรกนั้นได้อะไรบ้าง สำหรับทางด้านพฤติกรรมองค์กร (OB) ทำให้เข้าใจชัดเจนมากขึ้นว่าการศึกษาทางด้าน OB เป็นการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับคน การกระทำของบุคคลบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มคนที่อยู่ในองค์กร ซึ่งคนถือว่าเป็นสมบัติที่มีค่ายิ่งในองค์กรและนำมาซึ่งความสำเร็จและก่อให้เกิดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยสิ่งสำคัญเพื่อให้การบริหารงานประสบความสำเร็จเราจะต้องเข้าใจคนเสียก่อนว่า “ทำไมเขาจึงมีพฤติกรรมแบบนั้นแบบนี้” โดยการศึกษาจะเริ่มจากระดับ Micro ไปสู่ระดับ Macro คือ จากระดับบุคคล ไปยังระดับกลุ่มและระดับองค์กรต่อไป
ส่วนทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR) นั้นมองว่าเป็นการจัดการเกี่ยวกับคนทั้งนี้เพื่อให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร ดังเช่นที่คุณพารณได้กล่าวไว้ว่า จะต้องได้คนเก่งและคนดีเข้ามาทำงานในองค์กร โดยในการบริหารทรัพยากรมนุษย์นั้น จะต้องดูแลเขาโดยเริ่มตั้งแต่เข้ามาทำงาน ขณะปฏิบัติงาน และจนกระทั่งเขาต้องออกจากที่ทำงานเราไปเพื่อให้เขาสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุดที่ได้จากการเรียนในครั้งนี้ ทำให้ดิฉันเริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่อยากจะค้นหานั่นคือคำว่า “คุณภาพของคน” ซึ่งเราสามารถวัดได้เพื่อให้การบริหารคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม “ถ้าหากคุณวัดสิ่งนั้นไม่ได้ คุณก็บริหารสิ่งนั้นไม่ได้” นั่นหมายความว่า หากเราสามารถวัดความสามารถของคนได้หรือคุณภาพของคนได้ เราก็สามารถทำให้คุณค่าของคนเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน”
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ปาณิสรา จรัสวิญญู
DBA4 ม.นเรศวร
ถึง DBA นเรศวรทุกท่าน
-การบ้านส่งได้ดี
-เริ่มมี Concept ของตัวเอง
-ทำแนวคิดให้ชัด
-Apply กับสภาพความจริง
-เช้าวันศุกร์ คน Click ไปแล้ว 178 น่าสนใจ
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ได้อะไรบ้างเกี่ยวกับ HR และ OB
อ.จีระ ได้ให้ความเห็นว่าทั้ง HR และ OB ไม่ควรจะแยกกับ ในความเห็นส่วนตัวมีความเห็นสอดคล้องกับ อ.จีระ เนื่องจาก
HR คล้ายกับว่าเป็นองค์ประกอบหรือกิจกรรมย่อยที่จะบริหารทุนมนุษย์ แต่ในธรรมชาติของมนุษย์จะมีการแบ่งเป็นกลุ่ม หมวดหมู่ หรือระดับ ทั้งที่เกิดจากการเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ทำให้เกิดองค์ประกอบย่อยที่จะต้องมีการประสานการทำงานร่วมกัน
สำหรับ OB ถ้าเราสามารถบริหารให้ แต่ละกลุ่ม หมวดหมู่ หรือระดับที่กล่าวข้างต้น สามารถจับมือกับ มีเป้าหมายร่วมกัน ช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยจะต้องอาศัยบุคคลที่มีภาวะผู้นำเป็นตัวช่วย ก็จะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในภาพรวมขององค์กรให้มีความยั่งยืนได้
ดังนั้น HR กับ OB ไม่อาจแยกกันได้ เพราะ OB เหมือนการบูรณาการ HR เข้าด้วยกัน จึงขอสรุปดังนี้
HR เป็นแนวคิด เพื่อให้ทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่ในองค์กรมีความสามารถทำงานได้อย่งมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนเพื่อความอยู่รอดและความเจริญก้าวหน้าขององค์การ ซึ่งองค์กรจะต้องดูแลพัฒนาหรือลงทุนกับบุคลากรขององค์กรให้มีความสามารถ มีทัศนคติที่เหมาะสม และมีความสุขกับการทำงาน ซึ่งเป็นการลงทุนในทรัพยากรที่มีความคุ้มค้ากว่าการลงทุนกับทรัพยากรในรูปแบบอื่น ๆ
OB เป็นแนวคิด เพื่อให้พฤติกรรมทั้งระดับบุคคล กลุ่ม และองค์กร มีความสอดคล้องกันโดยมุ่งเน้นเพื่อให้ใช้ในการเพิ่มผลิตภาพ ความสุขในการทำงาน ซึ่งพฤติกรรมแต่ละส่วนนั้นย่อมมีผลกระทบซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดได้ทั้งผลดีและผลเสีย ดังนั้นจึงควรใช้ศาสตร์หลาย ๆ ด้านมาใช้ในการบริหรหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น วิทยาศาสตร์ จิตวิทยา สังคมวิทยา รัฐศาสตร์ ฯ ทั้งนี้มีมีการดำเนินพฤติกรรมในส่วนต่าง ๆ ได้ระยะหนึ่งแล้วในภาพรวมขององค์กรจะเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กร ค่านิยม ความต้องการ ขององค์กร
นอกจากนั้น ยังมีความสอดคล้องตามทฤษฎีตัว I ( Inspiration อยู่ที่แรงบันดาลใจที่จะชนะอุปสรรคต่าง ๆ) และทฤษฎี 2 R ( R ตัวแรกคือปะทะกับความจริง Reality และ Relevance คือเวลาคิดประเด็นต่าง ๆ ต้องตรงประเด็น ไม่ดาวกระจาย)
ในการนำทฤษฎีนี้ไปสู่การปฏิบัติ ไม่สามารถกระทำได้ในเฉพาะบุคคล แผนก หรือระดับองค์กรเท่านั้น ซึ่ง OB จะต้องมีบทบาทในการบูรณากรตั้งแต่จุดเล็ก ๆ(ที่เป็นในลักษณะของ HR ขยายใหญ่ไปสู่ระดับขององค์กร สู่ความสัมพันธ์ในระดับองค์กรที่จะต้องมี Inspiration ร่วมกัน เนื่องจากว่าการแข่งขันในยุคปัจจุบันเป็นการแข่งขันระหว่างกลุ่มขององค์กรที่ส่งมอบคุณค่าร่วมกันในลักษณะของ Value Chain ทั้งนี้ในการกำหนดทิศทางหรือการบริหารจะต้องคำนึงถึง Reality และ Relevance นั้นก็คือ OB จะต้องเข้าใจสภาพความเป็นจริง และใช้ทรัพยากร หรือ HR ให้ตรงประเด็นกับเป้าหมาย และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญต้องมีจริยธรรมด้วย
วิเศษ นัจจนาวากุล
นิสิต DBA รุ่น 4
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
จากการที่ดิฉันได้อ่านหนังสือเรื่องทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ทำให้ดิฉันได้เข้าใจถึงการให้ความสำคัญกับคนในองค์กรมากยิ่งขึ้น โดยได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของคน ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติที่มีค่าขององค์กรควรต้องให้การดูแลและรักษาดังเช่นที่คุณพารณและท่านอาจารย์จีระได้กล่าวถึง จากการนำเสนอเนื้อเรื่องในหนังสือเล่มนี้เริ่มจากทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ทั้งสองท่านซึ่งมากด้วยประสบการณ์ในเรื่องของการบริหารคน โดยได้กล่าวถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านทั้งสองมีเหมือน ๆ กันหรือคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับคน แต่ถึงกระนั้น ดิฉันยังคิดว่าน่าจะมีภาคสอง (เล่มต่อไป) โดยสามารถเขียนเล่าถึงวิธีการหรือขั้นตอนปฏิบัติเกี่ยวกับทรัพยากรมนุษย์ที่ประสบความสำเร็จและวัดผลได้อย่างชัดเจน ตลอดจนบางสิ่งบางอย่างที่ดิฉันคิดว่ายังค้างคาใจสำหรับการอ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้เล่มนี้ ซึ่งก็เป็นที่มาของการวิพากษ์หนังสือเล่มนี้ โดยอยากให้ท่านอาจารย์เพิ่มเติม หรือเขียนเล่มใหม่เพื่อให้หายคับข้องใจในเรื่องดังต่อไปนี้
๑.ในหนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึง “ทฤษฎี ๘ K’s” ซึ่งประกอบด้วย ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนแห่งความสุข ทุนทางสังคม ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และทุนทางความรู้ ทักษะและทัศนคติ ซึ่งปรากฏว่าในบทที่ ๕ ได้ขยายความแค่เพียง ๓ ตัวแรกเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ขยายความทุนตัวอื่น ๆ ที่เหลืออีก ๕ ตัว ดังนั้นดิฉันจึงอยากให้ท่านอาจารย์ได้เขียนขยายความเพิ่มเติมทุนตัวอื่น ๆ เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นและเข้าใจอย่างถ่องแท้ค่ะ
๒.หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำ “ทฤษฎี ๘ K’s” ไปใช้ในการปฏิบัติจริงน่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้นเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่จะได้เห็นความสำคัญของคนมากขึ้น และรู้จักที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าและคุณภาพต่อไปโดยใช้“ทฤษฎี ๘ K’s” และ ๕ K’s
๓.ในความคิดเห็นส่วนตัวของดิฉัน จากการอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วคิดว่าการให้ความสำคัญกับคนเป็นสิ่งที่ควรลงทุนและท้าทายทั้งนี้เพื่อให้คนมีความจงรักภักดีต่อองค์กร แต่มีบางประเด็นที่ดิฉันเห็นว่าบทบาทของผู้นำมีส่วนสำคัญในการที่จะทำให้คนจงรักภักดีต่อองค์กร และคนดีก็จะอยู่กับองค์กรต่อไป ฉะนั้นจึงอยากเห็นบทบาทของผู้นำ (Leadership) ที่ลึกซึ้งมากกว่านี้ หากสามารถเขียนเนื้อหาที่สามารถสื่อถึงบทบาทของผู้นำที่มีส่วนสำคัญต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์และสามารถนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ก็จะดียิ่ง
๔.สิ่งหนึ่งที่โดนใจดิฉันจากการอ่านหนังสือเล่มนี้คือ “การมีความเชื่อความศรัทธาในระบบการเรียนรู้ (Learning) มากกว่าเน้นรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการดังเช่นที่ผ่านมา” เป็นสิ่งหนึ่งที่คุณพารณได้กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ว่าหากเราจะทำอะไรสักอย่าง เราจะต้องมีความเชื่อและศรัทธาในสิ่งนั้นว่าเป็นสิ่งที่ดีและทำได้ ดังเช่น ได้นำแนวคิด Constructionism มาใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งทฤษฎี Constructionism นี้ครูกับนักเรียนต้องเรียนไปด้วยกัน รวมทั้งผู้ปกครองด้วย และที่สำคัญการเรียนรู้จะเรียนรู้ได้ดี จะต้องลงมือปฏิบัติเอง หากเป็นไปได้ควรมีการประยุกต์ใช้แนวคิดนี้กับการบริหารธุรกิจและการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร
๕.สิ่งหนึ่งที่ทำให้ดิฉันมีแรงบันดาลใจเพิ่มมากขึ้น คือการที่ได้เห็นทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ทั้งสองท่านมีบุคลิกเป็นผู้ใฝ่รู้ (Learner) สำหรับการอ่านหนังสือครั้งนี้ โดยปกติแล้วดิฉันมักจะอ่านไม่จบ อาจจะด้วยเหตุการณ์คับขันว่าต้องอ่านให้จบไม่เช่นนั้น จะเขียน Blog ส่งการบ้านถึงอาจารย์ไม่ได้ และด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ ทำให้ดิฉันอ่านหนังสือเล่มนี้ได้จบอย่างสมบูรณ์และรู้สึกภูมิใจกับตัวเองที่ทำได้สำเร็จ เพราะน้อยครั้งมากที่จะทำได้เช่นนี้ และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ดิฉันคิดว่าการทำงานให้สำเร็จได้ ต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ เพราะการใฝ่รู้ทำให้เราได้ความรู้มากมาย มีกำไรเป็นทุน ซึ่งถือว่าเป็นทุนมนุษย์อย่างหนึ่ง หากจะให้เข้าใจได้ลึกซึ้งมากขึ้น และหากท่านอาจารย์จะกรุณา ดิฉันก็หวังว่าจะได้อ่านหนังสือในเล่มต่อไปของท่านอาจารย์ในเรื่อง “ทุนมนุษย์พันธุ์แท้” ค่ะ ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
สรุปสุดท้าย...ท้ายสุด ดิฉันขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ทำให้ดิฉันมีความอดทนในการอ่านหนังสือเป็นอย่างสูงค่ะ ดิฉันใช้เวลาในการอ่านหนังสือเล่มนี้ ๒ คืน ตอนแรกคิดว่าจะอ่านจบหรือเปล่า ไม่แน่ใจ แต่เมื่อได้ลงมืออ่านแล้ว กลับชวนให้ติดตามน่าอ่าน จนไม่อยากจะวางลง และจากผลบุญผลกุศลที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ ดิฉันได้นำแนวคิดจากคุณพารณและจากอาจารย์จีระ ไปถ่ายทอดต่อให้กับลูกศิษย์ในชั้นเรียน เพื่อให้ลูกศิษย์ได้เห็นความสำคัญและคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์มากขึ้น และได้ชี้ให้เห็นว่า “หากเราพึงปฏิบัติต่อทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรดีฉันใด คุณภาพของงานและผลสำเร็จขององค์กรก็ดีฉันนั้น”
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ปาณิสรา จรัสวิญญู
DBA4 ม.นเรศวร
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
จุดอ่อนหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้
ตามที่ท่าน อ.จีระ กรุณามอบหมายการบ้านให้หาจุดอ่อนของหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ขอเสนอดังนี้ครับ
หนังสือมีการดำเนินเรื่องเป็นลำดับขันตอนตั้งแต่แนะนำผู้ที่สร้างสรรค์แนวคิดที่มีประสบการณ์ทำให้ผู้อ่านเกิดความเชื่อถือ มันใจว่าแนวคิดที่อยู่ในหนังสือเพราะเป็นแนวคิดที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว จนถึงการยกตัวอย่างกรณีศึกษาและแนะนำวิธีการปฏิบัติ ทำให้ผู้อ่านได้เห็นถึงความสำคัญของการที่จะลงทุนกับมนุษย์ ซึ่งเมื่อลงทุนกับการสร้างคนแล้วก็จะได้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่ามากกว่าการลงทุนในทรัพยากรอย่างอื่น ถ้าหากใครยังไม่เห็นความสำคัญเชื่อมั่นว่าเมื่ออ่านแล้วก็จะเห็นถึงความสำคัญของทุนมนุษย์
อย่างไรก็ตามประโยชน์อย่างามหาศาลจะเกิดขึ้นหากผู้คนจำนวนมากได้มีโอกาสอ่าน แต่จุดอ่อนก็คือการเสียโอกาสที่จะทำให้ผู้คนจำนวนมากได้เข้าถึงและเข้าใจในสาระของหนังสือเล่มนี้ เนื่องจากการที่ยากต่อการเข้าถึง ดังนั้นจะทำอย่างไรที่จะทำให้องค์ประกอบหรือจุดเด่นต่าง ๆ ของหนังสือเล่มนี้สามารถเข้าถึงและดึงดูดผู้ที่ยังไม่เห็นถึงความสำคัญของทุนมนุษย์ได้มีโอกาสโดยง่าย หรือให้ผู้ที่เห็นคุณค่าของทุนมนุษย์อยู่แล้วเกิดแรงบันดาลใจยิ่งขึ้นไปอีก ดังนี้
1.รูปแบบปกและชื่อหนังสือ ที่ดึงดูด
2. ความง่ายของเยาวชนหรือผู้คนทั่วไป ที่จะติดตามเนื้อหาสาระภายในหนังสือ ที่เกิดจากภาษาที่ชวนติดตามและเข้าใจง่ายสำหรับคนทั่วไป
3.แนวคิดและทฤษฎีเพื่อการพัฒนา หน้า 256-259 อยากให้มีการขยายความของแผนภาพ และหัวข้อ เพื่อง่ายต่อการเข้าถึงและการนำไปใช้
4.สิ่งที่ได้รับจากหนังสือคือการตระหนักถึงความสำคัญ และเมื่อผู้อ่านได้เห็นถึงความสำคัญแล้ว ก็มักจะเปรียบกับประสบการณ์ของตน ซึ่งจะทำให้เกิดคำถามต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่แต่ละผู้อ่านได้พบเจอ แน่นอนหนังสือเพียงเล่มเดียวไม่สามารถตอบคำถามได้หมด ทั้งนี้อาจมีช่องทางอื่น ๆ เพื่อเป็นการขยายแนวคิดแบบ Two way Communication ที่เริมต้นจากหนังสือเล่มนี้เพื่อใช้ในการตอบคำถามด้านทรัพยากรมนุษย์ของผู้อ่าน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
ขอบคุณครับ
วิเศษ นัจจนาวากุล
นิสิต DBA 4 ม.นเรศวร
ประทีป จตุรพงศธร DBA มหาวิทยาลัยนเรศวร
สำหรับโดยทั่วไปคงแยกไม่ออกให้ชัดเจนมากนัก ระหว่าง วิชา ด้านพฤติกรรมองค์กร (OB) และวิชา บริหารทรัพยากรบุคคล(HR) เนื่องจากเป็นวิชาว่าด้วยการ บริหารคน ซึ่ง คน เป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และยั่งยืน ดังนั้นจึงต้องมีการค้นหาวิธีการ แนวทางปฏิบัติที่จะต้องนำไปสู่ภาคการปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นเพียงแนว ในทางทฤษฎี หรือในตำราเท่านั้น
จากได้ฟังการบรรยายครั้งนี้ ท่านอาจารย์ได้ตระหนักถึงแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และรอบด้าน รวมทั้งไปมองภาพที่ครบทุกด้าน ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ดังทฤษฎี ๘ K’s” และ ๕ K’s ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ของทางการบริหารคน เพื่อให้เกิดประโยนช์สุงสุด แก่การพัฒนาองค์กร ที่คบทุกด้าน โดยเฉพาะ องค์สมัยใหม่ที่มีความซับซ้อน มากขึ้น มีปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะ การเปลี่ยนแปลงที่เราเรียกว่า โลกในยุค โลกาภิวัฒน์นั่นเอง ดังนั้นเราจะมีวิธีการใด ที่จะทำให้องค์กรเราอยุ่รอดได้ หนทางทีเหมาะสม และสมควร คือการ คิดหาวิธีการที่จะจัดการกับคนในองค์กร แนวคิด ทฤษฎี ๘ K’s” และ ๕ K’s เป็นวิธีคิดอย่างหนึ่ง ทำไห้ผมเข้าใจ เกี่ยวกับ HR มากขึ้น และลึกซึ่งมากขึ้น
นอกจากได้เรียนรู้ เกี่ยวกับแนวคิด ทฤษฎี ๘ K’s” และ ๕ K’s ยังต้องนำแนวคิดนี้ไปสู่ภาคปฏิบัติให้ได้ เพื่อก่อให้เกิด เป็น รูปธรรม จับต้องได้ นำไปสู่ภาคปฏิบัติที่แท้จริง ด้วยสภาพ สถานการที่เกิดขึ้นจริง และมีการพัฒนาปรับปรุงแนวคิด แนวทาง ที่สมบูรณ์แบบ ยกตัวอย่าง เช่น การปลูกฝังเรื่องคุณธรรมให้แก่คนในองค์ เช่น ถ้าเราจะมองประเทศก็เป็นองค์กรหนึ่ง คน ภายในประเทศควรได้รับการพัฒนา โดยเฉพาะ ผู้บริหารองค์กร สำหรับประเทศ ผู้บริหารคือ ส.ส จะต้องได้รับการพัฒนา ด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นในปัจจุบันคือ เรื่องคุณธรรม เราจะทำอย่างไรทำให้องค์กร(ประเทศ)มีวิธีการพัฒนาคนในองค์กร โดยเพาะผู้บริหาร (ส.ส) วิธีการของ HR สมควรนำมาปรับใช้กับองค์กร ที่เรียกว่า องค์กรปรเทศ นั่นเอง
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
จุดอ่อนหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้
โดย ประทีป จตุรพงศธร DBA มหาวิทยาลัยนเรศวร
ก่อนอื่นผมขอเรียนตามตรงๆ นะครับ ว่าผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับ HR ที่อ่านจบทั้งเล่ม เล่มแรกครับ เพระเนื่องจากที่ผ่านมา เพียงแต่อ่านเนื้อหาบางตอน ภายในเล่ม เอาเฉพาะที่เราจะใช้ เท่านั้น หรือใม่ก้ อ่านเป็นบทความ งานวิจัย เสียมากกว่า เมื่อผมได้มีโอกาศได้อ่านหนังสือของอาจารย์ จึงรู้ว่าหนังสือเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่ง สมกับการตีพิมพ์หลายๆครั้ง ซึ่งตอ่ไปนี้ผมขอเพิ่มเติมแนวคิด เฉพาะของผมนะครับ เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ ขอย้ำเฉพาะของผมจริงๆ นะครับ
1. หนังสือควรจะมี รูปแบบ หรือวิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติ ที่จะทำให้ผู้อ่านนำไปปฏิบัติได้จริง โดยอาจจะบอกเป็นขั้นตอนตามลำดับ 1 2 3 ...... เพือให้ผุ้อ่านนำไปใช้ปฏิบัติได้จริงครับ
2. หนังสือควรมีการยกตัวอย่างที่เกี่ยวกับ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่เกี่ยวกับคน ในองค์กร แต่ละปัญหา พร้อมวิธีการแก้ไขปัญหา แนวทาง ให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น
3.ควรมีการนำเอาทฏษฏี เกี่ยกับ HR มาใส่ไว้ด้วย พร้อมทั้งวิภาค ข้อดี ข้อเด่น ข้อด้อยของแต่ละแนวคิด
4.ผมคิดว่าควรจะเป็นหนังสือกึ่งวิชาการ มีทษฤฏ๊อยุ่เพือเป็นหนังอ้างอิง ในวงการวิจัย หรือวงการวิชาการได้
5. ในหนังสือ มีการเขียนเป็นบทสนทนา มากไปครับ เพราะมันอาจจะสร้างความไม่หน้าเชื่อถือให้กับหนังสือ อาจจะจัดเป็นหนังสืออ่านเล่นครับ
ขออภัยนะครับ ไม่วิจาย์เพื่อทำรายจริงๆครับ แต่เพือ่เป็นข้อมูลให้ได้สิ่งดีๆๆๆๆๆยิ่งขึ้นไปครับ
First of all, I would like to thanks Professor Dr. Chira for encouraging me to write in English. We all know that English is very important for Doctoral level but we lack confidence to use English in our daily life. Before reading your book – HR Champions, I’m not sure that I would be able to write this assignment in English as you suggested but this book changed my mind after I finished reading it. As you said in the book, humans are the most important capital in an organization. To be the “champion”, I need to start to improve my writing skill.
HR Champions is a very useful book for people who are interested in Human Resources. In order to make a critical analysis of this book, I am quite nervous because of my HR knowledge limitation; however, those limitations provide me the opportunity to give some personal points of view as the following:
1. The story of two champs - The story of Dr.Chira and Khun Paron is very inspiring for the reader. Learning is the key success factor for both of them. Social background however, is a factor that influences their levels of success. Dr. Chira and Khun Paron are from upper class families with access to knowledge, higher education, and money. However, they are still enthusiastic in finding knowledge and always try to develop their capacity for HRM. At this point, I’m very curious about how to make people who are from lower social backgrounds to have a positive attitude toward learning. It would be interesting if Dr.Chira write the book to encourage and inspire them.
In this part, there is a minor mistake at the end of Chapter 1 in the top of the comparison table. There are two 4 L’s with Khun Paron’s name, when one should be for Dr. Chira.
2. 8 K’s and 5 K’s Theory – Both theories are key for developing human resources. This book describes them briefly. However, I would like to know more detail.
3. It would be very helpful for the reader who wants to know more about human resources if the author recommended other books relating to “ HR – Champions”
The benefits from the book are very high because the reader comes to know about the key points and topics of Human Resource Management.
Pakorn Udomthanasansakul
DBA 4