สงสัยว่าจะชอบอะไรที่เป็นสาย ๆ เห็นว่าเป็นฤดูฝน นึกถึงสายน้ำสายหมอกขึ้นมา ถนนลาดยางราบเรียบแต่คดโค้ง พาเราข้ามภูเขาผ่านอำเภอวังสะพุง เลี้ยวออกซ้ายมุ่งสู่หล่มสัก ลูกเล็กลูกน้อยสูง ๆ ต่ำ ๆ ซับซ้อนไปมา ทว่าไกลออกไปป่าก็ไม่ทึบนัก ยิ่งเห็นชัดว่าใกล้ถนนเปลี่ยนเป็นภูข้าวโพด 2 สายพันธุ์หลัก ที่ปักป้ายชื่อบอกตามขอบไร่ชัดเจน อืมมมม....กระบวนการเปลี่ยนป่าเหมือนไม่น่าตั้งใจ แต่ไฉนไร่ข้าวโพดสัมพันธ์กับเส้นทางลาดยางที่เรากำลังมุ่งไป ทะลุออกหล่มสักได้ หาของกินลือชื่อ ขนมจีนนั่นเอง เฉพาะราคาขนมจีนจานละ 20 บาท ตักน้ำยาได้ไม่จำกัดทั้งปริมาณและชนิดตามชอบ เติมผักตามใจ....มีให้ไม่จำกัด ไข่ต้ม หมูปิ้ง คิดตังค์เพิ่ม อิ่มทุกคนหารแล้วไม่ถึง 35 บาท ใช้เงินเป็น.....น่าจะมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ยามแก่เฒ่าสบาย ๆ หนทางขรุขระพิสูจน์ใจ ไม่ใช่มือใหม่....แต่เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ ดังนั้น เจ้าของรถจงขับเองต่อไป มิมีใครกล้าเปลี่ยนมือ สายฝนช่วงเที่ยงรินเป็นสายปานกลาง เพิ่มความน่าหวาดเสียวให้ถนนดินเลนลื่นไถล แต่เราก็ปลอดภัยมาด้วยการช่วยกันดูทาง ดูรถสวน และห้ามชวน.....คนขับชมวิว ชมแปลงปลูกกะหล่ำเพลิดเพลิน กลับไปสงสัยไม่กล้ากิน แม้ดินจะดี ความชื้นตามธรรมชาติพอเหมาะ แต่เมื่อภูทับเบิกเป็นแหล่งปลูกเพื่อคนไทยทั้งประเทศ เท่าที่เห็นคนปลูกเดินแบกกระบอกฉีดรดตามแปลง ไม่กล้ามองโลกในแง่ดีว่าเป็นน้ำหมักจากสะเดาเอาไว้รดฆ่าแมลง ไม่ได้จองที่พัก เพราะไปช่วงนักท่องเที่ยวน้อย แวะถามไปเรื่อย ๆ รวมทั้ง สถานีอนามัยทับเบิก มีห้องพักน่านอน เราแค่ขอข้อมูลและเข้าห้องน้ำ...ขอบคุณนะคะ สำหรับน้ำใจ วันนี้ไม่ได้พัก เพราะคณะอีกคันยังไม่ออกจากกรุงเทพ และเป็นรถเก๋ง หากมาถึงนี่มืดค่ำ...อันตรายเกินไป นัดเจอกันที่เขาค้อปลอดภัยกว่า กลับลงมาพื้นราบ มุ่งสู่เส้นทางเข้าค้อ-เพชรบูรณ์ กม. 105 แวะชิมมอคค่าหอมกรุ่น อืมมม....บรรยากาศดี ภูเขาสวยอีกแล้ว ไม้ดอกสดชื่น ลัดเลาะรีสอร์ทนั้น แวะเข้ารีสอร์ทนี้ มีบ้านตากอากาศแบ่งขาย พาคุณนายมาลีเดินชม....ยังไม่พอใจ เราก็ไม่พัก ถึงเขาค้อทะเลหมอกรีสอร์ท มีหมาน้อยต้อนรับ บ้านปูนสีเหลืองสดใส....เราก็ไม่เลือก ชอบบ้านไม้สไตล์คันทรี เห็นแต่หลังคา ต้องไต่ภูเขาไล่ระดับลงไป ไฮไลต์อยู่ที่ระเบียงหลังบ้าน มองลงไปในหุบเขาเห็นอ่างน้ำอยู่ไกล ๆ ชอบใจหลังนี้...ใช่เลย หลับฝันดีแน่นอน ถูกใจมากมาย.....สายหมอกขาวใต้ราวระเบียง อ้อยอิ่งนานพอ ไต่บันไดขึ้นไปที่ห้องอาหาร เตรียมการพร้อมพรั่ง นั่งในระเบียงยื่นออกหน้าผา อาหารเช้าแสนธรรมดา ข้าวต้มหมู ขนมปังปิ้งร้อน ๆ กาแฟควันฉุย....แต่ที่คุยได้ คือ กินข้าวเช้าเคล้าสายหมอก ยังเย็นสบายเมื่อถึงหอสมุดนานาชาติเข้าค้อ มีประวัติความเป็นมา เหตุการณ์น่าสนใจให้ค้นคว้ามากมาย ศิลปะวัฒนธรรมพื้นเมือง งานไม้แกะสลัก ที่สำคัญเป็นแหล่งพันธุ์ไม้หลากชนิด ดึงดูดทั้งแมลง แมงมุมและนางแบบ ที่พระตำหนัก มีจุดชมวิวสวยงาม สุดลูกหูลูกตา กลับลงมาที่เขาค้อกาแฟสด จับจ่ายถูกใจของฝาก งานฝีมือ อาหารแห้ง ผักสด น้ำผลไม้จากโครงการหลวง ห้องน้ำยอดเยี่ยมรับประกันโดยคุณพยาบาลก้อย จากกระทรวงนนทบุรี (เกี่ยวกันไหมนี่) พร้อมพ่วงอีกตำแหน่ง นางแบบมือธรรมชาติ คือ ธรรมชาติยังไงก็ถ่ายภาพยังงั้น ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่า 2 หนุ่มข้างหลังนั่น สิ่งแวดล้อมแบบใดจึงจะทำให้เขาสนใจได้หนอ มาที่พิพิธภัณฑ์อาวุธและอนุสาวรีย์เขาค้อ เป็นอนุสรณ์สถานสำหรับผู้วายชน ที่สู้รบกับผู้ที่มีแนวคิดทางการเมืองต่างกัน ส่วนหนึ่งก็คนไทยด้วยกัน เรายังก้าวข้ามความต่าง หันหน้าเข้าหาสามัคคี อยู่ร่วม....เพื่ออยู่รอด แต่นี่จะรอดไหมหนอ ลงเรือลำเดียวกัน สิริรวมอายุแล้ว....ไม่กล้าบอก ยังดีมีน้องหมอสัตวแพทย์จบใหม่ 2 คนเป็นตัวช่วย ช่วยให้ค่าเฉลี่ยอายุไม่สูงเกินไป ถึงกระนั้น คนที่ใจเกินร้อย สนุกเกินคาด คุณนายมาลี วัย 62 ปี.....เราไม่ได้มาน้ำเข็กกันบ่อย ๆ นะ (ยังไม่หายเหนื่อยดี) พรุ่งนี้แม่จะล่องแก่งอีกรอบ ใครจะไปกับแม่บ้าง ?....
บรรยากาศสวยมากๆค่ะ
มีความสุขไปด้วยค่ะ
ประสบการณ์ดี ๆ ทั้งสวยงามและตื่นเต้นเช่นนี้ หากไม่นำตัวเองไปกับหมู่คณะ โอกาสที่จะไปด้วยตนเองคงยากนะครับ
อยู่วังทองมาหลายปี แต่ยังไม่เคยไปทัศนาสายน้ำเข็กเลย
สวัสดีค่ะ คุณ krukorkai
ขอบคุณ ครูคิม นพวรรณ นะคะที่ให้กำลังใจ
สวัสดีค่ะ คุณคณิน อุดมความสุข
นมัสการ ท่านพระมหาแล อาสโย ขำสุข