ในเช้าวันนั้นเกิดความเข้าใจในเรื่องนี้ขึ้นอย่างฉับพลัน  เข้าใจแล้วว่าเพราะอะไรเราจึงต้องทำให้เด็กเกิดความรู้ขึ้นจากการลงมือปฏิบัติด้วยตัวของเด็กเอง  ก็เพราะว่าปัญญามันต้องเกิดจากการลงมือปฏิบัติ  ไม่ใช่เพียงการคิดเอา  นึกเอา หรือเพียงฟังและจำมา  

 

แล้วความคิดจะมีประโยชน์ตอนไหน?  ก็ตอนที่ความรู้มันเกิดขึ้นแล้ว  กลับมานั่งใคร่ครวญ  ทบทวน จัดลำดับมันอีกครั้งอย่างไรล่ะ

 

ซึ่งนั่นก็คือตอนเขียนบันทึก  เพราะตอนนี้เราจะต้องลำดับเรื่องราว  รวมทั้งการใคร่ครวญไปในประเด็น what why และ how  เพื่อให้เกิดความกระจ่างอีกครั้งหนึ่ง 

 

และทำไมต้องเป็นเรื่องเล่า  เพราะเรื่องเล่ามีชีวิตชีวา  สร้างแรงบันดาลใจ  รวมทั้งเห็นบริบทของเรื่องราวได้ชัดเจนที่สุด

 

ในกรณีของเด็กนักเรียน  ขั้นตอนนี้ก็คือขั้นตอนการบันทึกความรู้ลงในสมุด  หรือการประมวลความรู้ ทั้งหมดเพื่อทำชิ้นงานสุดท้าย หรือการเขียน AAR เพื่อทบทวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อไหร่นั่นเอง

 

และนี่คือความรู้ที่เกิดจากการได้ลงมือทดลองปฏิบัติกับตัวเองทั้ง ๓ เรื่องของดิฉัน  และท้ายที่สุด ความเข้าใจก็เกิดขึ้นผ่านการปฏิบัติ  หรืออาจเรียกได้ว่านี่คือ Active Learning อย่างดีที่เกิดขึ้นในชีวิตความเป็นครูเลยทีเดียว