ระยะเวลาสั้นจนน่าเป็นห่วง

    ท่านที่เข้ามาอ่านช่วยบอกต่อด้วยค่ะว่าเป็นห่วง

          ช่วงเดือนมิถุนายน มีหลายโรงเรียนขอรับการประเมินค่ะยอมรับว่าเป็นห่วงนะคะ เกรงว่าจะใช้ระยะเวลาสั้นเพื่อปรับการเรียนเปลี่ยนการ สอนแล้วผลจะไม่อยู่ที่นักเรียนจริงจัง เราไม่ประเมินเอกสาร ไม่ประเมินผลงาน ที่ได้รางวัล (เด็กเพียงคนเดียวหรือจำนวนน้อย ไม่ok นะคะ) ไม่อยากให้นำเสนอกิจกรรมซ้ำๆไม่พัฒนาต่อยอด จึงต้องขอให้ศึกษารวมกำจัดจุดอ่อน ไม่เข้าใจประเด็นไหนขอให้ถาม (คิดว่ายังไม่ได้ศึกษาจึงไม่มีคำถามที่สอดคล้องกับเรื่องที่เขียน) 

         การประเมินเราสนใจวิธีการเรียนรู้ที่นักเรียนได้ถูกสะสมจากการเรียนการสอน(ที่ปรับเปลี่ยน)มาตลอด เคยแนะนำว่าการปรับเปลี่ยนที่เห็นชัดคือ คำถาม บัตรงานที่เปลี่ยนไป เน้นการคิดวิเคราะห์มากขึ้น เนื้อหาสาระการเรียนรู้อาจจะปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยได้ ตามConcept โรงเรียนในฝันที่ว่า ความรู้หาได้ตลอดไม่รู้จบ แต่ความสามารถในการใช้เครื่องมือ ทักษะการเรียนรู้นี่ซิต้องแสดงเต็มที่

      เช่น วิทยาศาสตร์ น่าจะเห็นการเรียนรู้ โดยการทำโครงงานบ้างเช่น โรคระบาด /เรื่องราวบนท้องฟ้า(เพราะมีปรากฎการณ์สำคัญ)

    สังคมศึกษาควรต้องมีสาระที่เกี่ยวกับปรากฎการณ์ธรรมชาติ วันสำคัญต่างๆ(ตลอดปียิ่งดี) เพราะมีวันสำคัญทางศาสนาในช่วงนี้ควรนำเสนอให้เห็นวิธีการเรียนรู้ไม่ใช่มาเล่าข้อมูล ดังนั้น วิธีการนำเสนอ ต้องมีบัตรงาน บัตรกิจกรรมซึ่งจะเป็นการสะท้อนวิธีสอนของครู  เห็นการเรียนรู้ เห็นการสืบค้นผ่านระบบICT และผลงานที่ผ่านมา เป็นต้น

      วิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมคือการเรียนรู้ผ่านโครงงาน (Project Approch) ขอทบทวน

 การเรียนรู้โดยโครงงาน เป็นการเรียนรู้โดยเน้น ศึกษา ค้นคว้า สืบค้นข้อมูล รูปธรรมในการศึกษาที่เห็นได้ชัด คือ การใช้คำถาม การกำหนดกิจกรรมให้มีการสืบค้น ในแผนการสอน มีบัตรงานที่เน้นให้ค้นหาข้อมูลจากหนังสือหลายเล่ม จากแหล่งข้อมูลหลายแหล่งเช่น จาก web site จากe-book จากโปรแกรมสำเร็จ จากแหล่งเรียนรู้อื่น ทั้งแหล่งข้อมูลที่ครูนำเสนอและแหล่งข้อมูล นักเรียนแสวงหาเอง และหรือจากการทดลอง การลองทำดู และปรับปรุง จนได้ผลงานที่น่าพอใจเป็นต้น การเรียนรู้โดยโครงงานเป็นการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลึก อธิบายลักษณะการเรียนรู้โดยโครง ดังนี้

1) มีวิธีการเรียนรู้หลายๆวิธี 2 )เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้หลายๆแหล่ง 3 ) นำข้อมูลจากการเรียนรู้มาเชื่อมโยงเป็นคำตอบ เป็นผลงาน  จากความหมายนี้จะให้การทำโครงงานแต่ละเรื่องต้องมีคำถาม อาจกำหนดเป็นกิจกรรมการเรียนการสอน (แผนการจัดการเรียนรู้ ) ดังนี้  

(เป็นตัวอย่างแผนการสอนหน้าเดียวจบถ้าสนใจนำไปปรับใช้กับวิชาอื่นๆได้  )                                        

              

    กิจกรรมสำหรับครู

 

          

           กิจกรรมสำหรับนักเรียน

 1.กระตุ้นให้อยากเรียนรู้ ด้วยผลงานจากนักเรียนรุ่นที่ผ่านมา/ จากสาระการเรียนรู้ /จากเหตุการณ์ที่น่าสนใจอาจ ด้วยวิธีการระดมคำถาม

2. ให้อภิปรายความสำคัญของคำถาม เน้นความสำคัญและเหตุผล

3.ให้สำรวจแหล่งข้อมูล แหล่งเรียนรู้ ให้ ได้มากที่สุด (หนังสือหลายเล่ม Web สถานที่บุคคล อืน) ในขั้นนี้ต้องให้เวลาและถามถึงผลการสำรวจเป็นระยะ และกำหนดระยะเวลาในการนำเสนอแหล่งเรียนรู้     

 4. ให้นำเสนอแหล่งเรียนรู้ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายตามความเหมาะสม

5. ให้ออกแบบเครื่องมือในการเก็บข้อมูล ออกแบบการทดลอง(กรณีเป็นการทดลอง) เช่นกำหนดประเด็นการสัมภาษณ์ ประเด็นการสำรวจ ประเด็นการบันทึก

 6. กำหนดระยะเวลาการหาข้อมูลและถามหาข้อมูลเป็นระยะ  ถามถึงการเชื่อมโยงข้อมูลเป็นคำตอบเป็นผลงาน 

7. ถามหาคำตอบ ผลงาน เป็นระยะและกระตุ้นให้รายงาน/ทำ งานทที่ใช้ที่ความสามารถทางComputer

 8. และจัดสถานการณ์ให้นักเรียนนำเสนอผลงานคำถามที่ครูควรถาม 1) มีความรู้อะไรเพิ่มบ้าง 2) จากผลงานนี้จะพัฒนาต่ออย่างไร  เป็นต้น

 

1.ตั้ง คำถาม อย่างหลากหลาย อาจใช้เทคนิคMapping 

2 อภิปรายความสำคัญคำถามและจัดกลุ่มคำถาม

 3.สำรวจหนังสือ แหล่งเรียนรู้ ระบุความเชื่อมโยงข้อมูลที่ได้จากการค้นพบกับถามหรือความต้องการที่จะเรียนรู้ 

 

4. นำเสนอแหล่งข้อมูล พร้อมการเชื่อมโยงข้อมูลกับคำถามเดิม/อยากรู้ใหม่

 5.ออกแบบการเก็บข้อมูล พิจารณาความเชื่อมโยงกับคำถามและแหล่งข้อมูล

 

6.ดำเนินการเรียนรู้ตามแหล่งข้อมูล แบบบันทึกที่กำหนด ( ถ้ามีการค้นพบเพิ่ม ปรับปรุงแบบบันทีกจะเป็นเรื่องที่ดี )และนำเสนอข้อมูลเป็นระยะ

7. ตรวจสอบคำตอบ ออกแบบ รายงานหรือผลงาน เตรียมการนำเสนอผลงานด้วยการบูณาการกับความสามารถทางComputer เช่น เป็นe-book animation รายงานที่ใข้ความสามารถด้านComputer

8.นำเสนอผลงาน ตอบคำถาม พัฒนาต่อ

 จุดอ่อนที่พบจากการนำเสนอการเรียนรู้โดยโครงงาน กรณืที่พบ

          1. เน้นการนำเสนอโครงงาน ลักษณะรายงานการวิจัย ถ้าอ่านรายละเอียดจะมีความขัดแย้งว่าเป็นผลงานของนักเรียนหรือครูที่ปรึกษา

          2.ความรู้ที่ได้จากการทำโครงงานไม่ชัด เป็นลักษณะลอกความรู้จากเอกสารมาตอบ คำตอบไม่เกิดจากการคิด- วิเคราะห์

          3.ไม่ให้ความสำคัญกับวิธีการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ (ถามตอบไม่ได้ บอกแหล่งไม่ได้ ถึงบอกได้ก็เพียง 1 วิธีและ1 แหล่งเรียนรู้เท่านั้น )

          4.ไม่ให้ความสำคัญต่อการสืบค้นและนำเสนอผ่าน ICT

          5.ผลงานนักเรียนเหมือนกัน เป็นรูปแบบเดียวกัน (ทำโครงงานเรื่องเดียวกันควรมีคำตอบ ผลงานที่หลากหลาย ตามความสนใจ )

     อีกเรื่องที่เป็นห่วงคือรักการอ่าน เท่าที่พบมา ไม่พัฒนาและไม่ok เลย   (ที่รับรองเพราะมีด้านอื่นช่วยไว้)