ต้นไม้หนึ่งบ่งบอกถึงความมีสาระแก่นสารของชีวิต ยิ่งถ้าเป็นต้นสาระอินเดียแล้วยิ่งมีความสัมพันกับพระพุทธเจ้า ซึ่งแปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ทำให้คนหายโลภ คลายหลง ทรงปัญญา แต่กลับได้รับการปฏิบัติจากประชาชน เพียงเห็นว่าดอกสวยงาม ยกกล้องมาถ่ายรูป แล้วก็เดินจากไป ไร้ซึ่งจินตนาการ
หลายวันก่อน ผู้เขียนเดินผ่านหน้าพระอุโบสถ์ เห็นต้นไม้หลายต้น แต่ต้นไม้ที่ทำให้ผู้เขียนสนใจอย่างยิ่งคือ ต้นตะเคียนและต้นสาระลังกา
ต้นไม้หนึ่งบ่งบอกถึงความมีสาระแก่นสารของชีวิต ยิ่งถ้าเป็นต้นสาระอินเดียแล้วยิ่งมีความสัมพันกับพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ทำให้คนหายโลภ คลายหลง ทรงปัญญา แต่กลับได้รับการปฏิบัติจากพุทธสาวก เพียงเห็นว่าดอกไม้สวยงาม ยกกล้องมาถ่ายรูป แล้วก็เดินจากไป อย่างไร้ซึ่งจินตนาการ!
อีกต้นไม้หนึ่ง กลับได้รับการกราบไหว้ ให้ความเคารพ มีผ้าหลากสีผูกติดไว้ มีเครื่องบูชา ตลอดทั้งมีดอกไม้ ธูปเทียนหอม มีคนศรัทธา แม้กลางคืนดึก ๆ ดื่น ๆ ก็มีคนเอาแป้งมาทา เพื่อให้ต้นไม้สบายตัวหรืออย่างไรไม่ทราบ พร้อมกับภาวนาในสิ่งที่ต้องการ
อะไรหนอที่ทำให้ต้นสาระและต้นตะเคียนแตกต่าง?
-
ศรัทธาหรือปัญญา
-
ความต้องการสิ่งตอบแทน หรือ ไม่ต้องการ
-
ความรู้ หรือ ความไม่รู้
-
ความเข้าใจหรือไม่เข้าใจ
-
ฤาพระพุทธศาสนาไม่สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมได้?
เห็นด้วยกับข้อคิดของท่านครับ
อะไรหนอที่ทำให้ต้นสาระและต้นตะเคียนแตกต่าง? •ศรัทธาหรือปัญญา •ความต้องการสิ่งตอบแทน หรือ ไม่ต้องการ •ความรู้ หรือ ความไม่รู้ •ความเข้าใจหรือไม่เข้าใจ •ฤาพระพุทธศาสนาไม่สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมได้?
นมัสการพระคุณเจ้า
"อะไรหนอที่ทำให้ต้นสาระและต้นตะเคียนแตกต่าง?"
ทุกคำตอบ คงไม่มีถูก ไม่มีผิดแต่สำหรับผม ขอตอบว่า "คน" นั่นแหละครับท่าน
เจริญพรคุณโยม พ.แจ่มจำรัส ที่เข้ามาแวะชมและแสดงความคิดเห็น หลายครั้ง "ข้อเท็จ" กับ "ข้อจริง" ก็มาคู่กัน
ทำให้คนไม่แยกคำ ๆ นี้ออกจากกัน แต่มักจะใช้ร่วมกัน เป็น "ข้อเท็จจริง" จึงทำให้ข้อเท็จกับข้อจริง ปนกันเสมอมา
เจริญพรอาจารย์ทศพล ที่แวะวนเข้ามาหา อาสาตอบให้ เข้าใจที่แสวงหา สิ่งหนึ่ง ๆ ที่อาจจะได้มา และเป็นค่ายังจิตให้ชื่นใจ ความหวังก็เป็นหนึ่ง ซึ่งอาจได้หรือไม่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า...ใครเขาขออะไร ได้ไม่ได้ก็ว่ากัน....ไป