ผมต้องหยุดเสียงที่คุยกันในห้องและการเล่นเกมในห้องเรียนให้ได้

ในตอนเช้า 7.20 น. เหมือนเดิมในการมาโรงเรียน ผมก็มาเซ็นชื่อตามปกติ วันนี้อากาศร้อนพอสมควรในตอนเช้า เมื่อนักเรียนเริ่ิมเข้าแถวหน้าเสาธง ทุกทีผมจะไปยืนหลังโรงรถ แต่วันนี้ผมเิริ่มมายืนคุมแถวนักเรียนชั้น ม.2/4 เพราะครูพี่เลี้ยงของผมเป็นครูที่ปรึกษา ผมก็ไปดูความเรียบร้อยของแถว และคุมไม่ให้นักเรียนเล่นกันในแถว เมื่อเสร็จจากการเข้าแถวหน้าเสาธงเสร็จ ผมมีสอนในตอนเช้า ผมสอน ม.4/6 เรื่องที่จะสอนในวันนี้คือ องค์ประกอบของระบบสื่อสาร เมื่อนักเรียนเข้าห้อง ผมก็แนะนำตัวว่าจะมาทำการฝึกสอนและจะได้มาทำการสอนในระดับชั้น ม.4 นักเรียนแต่ละคนก็ดูตื่นเต้นเหมือนห้องอื่น ๆ พอเช็คชื่อเสร็จก็เริ่มการเรียนการสอน แต่ว่าก่อนที่ผมจะมาสอนครูพี่เลี้ยงบอกว่า ห้องนี้เป็นห้องที่สอนแล้วมีความรู้สึกไม่ค่อยดี นี่คือความรู้สึกของครูพี่เลี้ยงของผม แต่ผมก็คิดว่าคงไม่โหดร้ายขนาดแบบว่าไม่อยากสอนหรอกมั้ง และก็เป็นไปตามที่ครูพี่เลี้ยงบอก คือเด็กห้องนี้คุยกันค่อนข้างเสียงดัง และไม่ค่อยตั้งใจฟังเวลาที่ผมอธิบาย ผมก็พยามยามใช้เสียงเพื่อบอกให้กับนักเรียนว่าหยุดคุยไ้ด้แล้ว แต่พอบอกได้ซักพัก เสียงนั้นมันก็ดังขึ้นมาอีก จนถึงเวลาทำงานผมสั่งให้นักเรียนแต่ละคนสรุปเรื่องที่ผมสอนโดยใช้โปรแกรม PowerPoint ในการสรุปเป็นองค์รวม จึงทำให้นักเรียนเริ่มเงียบลงไปบ้าง แต่นั้นตอนที่ระหว่างทำงานนั้นก็มีนักเรียนบางคนเล่นเกม เพราะว่าผมเดินไปดูเป็นรายคน ผมก็เตือนนักเรียนที่เล่นเกมว่าถ้าทำเสร็จก็ไม่มีใครว่าแต่เธอยังทำงานไม่เสร็จต้องทำให้เสร็จก่อนครูถึงจะปล่อยให้เ่ล่น เพราะตามธรรมดานักเรียนทุกคนที่เข้ามาเรียนคอมพิวเตอร์ เป้าหมายหลักของพวกเขาคือมาเล่นอินเตอร์เนตและเล่นเกม ซึ่งสิ่งนี้ผมก็เข้าใจดี เพราะเมื่อก่อนผมก็เป็นอย่างพวกเขา แต่มีข้อแม้ว่าพวกเขาต้องทำงานให้เสร็จก่อน และในที่สุดผมก็สอนจบไปอีกหนึ่งห้อง

ในตอนบ่ายผมไม่มีการสอน แต่ว่าผมก็ไปพูดคุยเรื่องการทำแผนการสอนกับครูพี่เลี้ยงเพื่อขอคำปรึกษา และในตอนเย็นผมก็ไปยืนเวรส่งนักเรียนกับครูพี่เลี้ยงและไปซ้อมกีฬากับนักเีรียนเหมือนเิดิม แต่สิ่งที่ผมต้องไปแก้ไขในวันนี้คือผมต้องหยุดเสียงที่คุยกันในห้องและการเล่นเกมในห้องเรียนให้ได้