รักบ้านเกิด

      บึงปลาเน่า เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ประมาณ ๑๐๐๐กว่า ไร่  ตั้งอยู่ที่หมู่ ๘ ตำบลศรีภิรมย์     อำเภอพรหมพิราม  จังหวัดพิษณุโลก  ชื่อบึงปลาเน่าเป็นที่รู้จักกันของชาวบ้านตั้งแต่เมื่อ  ๕๐  ปีมาแล้ว  ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านได้เล่าถึงความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านว่า “ในน้ำมีปลา  ในนามีข้าว”  สมจริง  เนื่องด้วยในบึงเต็มไปด้วยน้ำที่ใสสะอาด มีปลาอาศัยอยู่จำนวนมาก  ในช่วงหน้าน้ำ น้ำใสสะอาดมากจนสามารถใช้อาบหรือดื่มได้เลย  และตอนเย็นชาวบ้านมักจะพาลูกหลานไปว่ายน้ำเล่นหรืออาบน้ำ เป็นที่สนุกสนาน บึงปลาเน่าจึงเป็นศูนย์รวมของชาวบ้านและชุมชนใกล้เคียง  หลังจากอาบน้ำแล้ว ชาวบ้านมักจะไม่ลืมเก็บดอกบัว  สายบัว  หรือจับปลาติดมือกลับบ้าน  เมื่อถึงหน้าแล้ง  น้ำในบึงจะไม่แห้งหมด ฝูงนกและปลาจึงยังคงอาศัยอยู่ได้เป็นจำนวนมีมาก แต่ก็ยังมีปลาจำนวนหนึ่งว่ายไปติดสวะหรือเศษหญ้าตายเอง  ชาวบ้านนำมาทำเป็นอาหารไม่ทัน  ทำให้เน่าเหม็นไปทั้งบึง  จึงตั้งชื่อบึงนี้ว่า  “บึงปลาเน่า

            บ้านบึง  ตั้งอยู่หมู่ที่ ๘  ตำบลศรีภิรมย์  อำเภอพรหมพิราม  จังหวัดพิษณุโลก   รหัสไปรษณีย์   ๖๕๑๘๐       ละติจูด  ๑๗ ๑๐’ ๑๙.๒๗” เหนือ   ลองติจูด  ๑๐๐   ๐๘’ ๑๘.๕๔” ตะวันออก

 สภาพทางภูมิศาสตร์ 

ทิศเหนือ     ติดต่อกับ           บ้านคลองเรียงงามและบ้านบึงบัว  ตำบลบ้านโคน

อำเภอพิชัย  จังหวัดอุตรดิตถ์

ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านคลองมะแพลบ  บ้านคลองห้วยชัน  ตำบลศรีภิรมย์

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ  บ้านท้องโพลง  ตำบลดงประคำ

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ  บ้านห้วย  ตำบลศรีภิรมย์

สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบริมบึงเหมาะในการทำนา และเป็นที่ราบริมคลองเหมาะในการทำไร่

            ที่ราบริมบึงมีพื้นที่ประมาณ  ๑๐,๐๐ ไร่ เศษ บริเวณบึงมีพื้นที่ประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่เศษ ชาวบ้านเรียนว่า “บึงปลาเน่า” (เหตุที่ได้ชื่อว่าบึงปลาเน่าเพราะ ในฤดูฝนมีน้ำท่วมทุกปี และมีปลาชุกชุมมาก พอถึงฤดูแล้ง น้ำในบึงแห้ง ปลาตาย เน่าเหม็นไปทั่วบึง แต่ปัจจุบันได้มีการสร้างเขื่อน สิริกิติ์ป้องกันน้ำท่วม น้ำไม่ท่วมบึงอีกต่อไป ปลาก็ลดจำนวนลงและไม่มีปลาเน่าตายในบึงอีกแล้ว)

            คลองหางบึง  อยู่ท้ายบึงมีการขุดลอกคลองและสร้างฝายกั้นน้ำ เพื่อนำน้ำในบึงไปใช้ในการทำนา

            คลองขาม  อยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ได้รับการขุดลอกคลองให้ลึกกว่าเดิม  เพื่อนำน้ำจากทุ่งพระเจ้ามาใช้ในการเกษตร

  การเดินทางเข้าหมู่บ้านบึงมาได้    ๓    เส้นทางคือ

๑.   จากที่ว่าการอำเภอพรหมพิรามขึ้นไปทางทิศเหนือ เป็นถนนลาดยางตลอดทาง ผ่านตลาดหนองตม ถึงบ้านคลองมะเกลือแล้วแยกไปทาง บ้านคลองมะแพลบ  จนถึงบ้านบึง รวมระยะทาง ประมาณ   ๒๑  กิโลเมตร

๒.      จากสถานีรถไฟบ้านบุ่ง  ไปทางทิศตะวันออก  ถึงบ้านบึง เป็นระยะทาง   ๓.๕๐  กิโลเมตร  เป็นถนนลาดยาง

๓.      แยกจากถนนสาย บ้านโคน - บ้านนาอิน  ตรงบ้านคลองกระพั้ว  ไปทางทิศใต้ ถึงบ้านบึง  เป็นระยะทาง  ๔.๐๐  กิโลเมตร  เป็นถนนลาดยาง พาหนะที่ใช้ได้ทุกฤดูกาล คือ  รถยนต์  รถจักรยานยนต์  รถไทยแลนด์

อาชีพหลักของประชากรในหมู่บ้านคือ เกษตรกรรม

- ทำนาปีละ ๒ ครั้ง

- ทำไร่ เช่น ไร่ถั่วเหลือง พริก อ้อย มะเขือ มะละจีน

- เลี้ยงสัตว์ เช่น วัว หมู ไก่ ปลา เป็ด

            อาชีพเสริม  คือ  ค้าขาย  รับจ้างทั่วไป และขายแรงงาน

 ประชากร บ้านบึงมี   ๑๗๒ หลังคาเรือน มีประชากร   ๗๐๒   คน เป็นชาย ๓๔๑คน   เป็นหญิง ๓๖๑   คน

ในหมู่บ้านไม่มีสถานีอนามัย  เมื่อประชาชนเจ็บป่วยจะไปตรวจรักษาที่ สถานีอนามัยตำบลศรีภิรมย์  โรงพยาบาลพรหมพิราม  คลินิกหมอในตลาดหนองตม และคลินิกหมอในตลาดอำเภอพิชัย

ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี 

            ประชากรบ้านบึงทุกคนนับถือศาสนาพุทธ  วัฒนธรรมประเพณีสืบทอดมาจากชาวไทยภาคกลาง  ประเพณีที่นิยมถือปฏิบัติสืบต่อกันมา คือ  การทำบุญตักบาตร  การบวชนาค  การแต่งงาน  การขึ้นบ้านใหม่  วันขึ้นปีใหม่   วันสงกรานต์  และการลอยกระทง

            ประชากรในหมู่บ้านส่วนมากมีฐานะยากจน  เป็นหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตร  ขยันในการทำมาหากิน  มีความสามัคคีกันในหมู่บ้าน  ใจดีมีความเมตตาต่อกัน  ชอบความสนุกสนานและชอบดื่มสุราทั้งชายและหญิง

สถานที่สำคัญ 

   วัดบ้านบึง อยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน

   โรงเรียนบ้านบึงวิทยา อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน

  วัดเก่าริมคลองขาม เช่น วัดโนน วัดยาง วัดน้อย และวัดสัก อยู่ทางทิศตะวันออก

    ของหมู่บ้าน (ปัจจุบันเหลือแต่ซากเศษวัสดุในการก่อสร้าง เช่น อิฐและศิลาแลง)

ภูมิปัญญาท้องถิ่น   การทอเสื่อกก  การจักสานเครื่อง

ผมได้นำทีมเยาวชนลงพื้นที่ เก็บข้อมูลพร้อมพัฒนาบึงบางส่วนแล้วครับ วันหลังผมจะนำรูปภาพมาให้ชมกันนะครับ