ผ่านการทำงานเป็นนักกายภาพบำบัดด้านเด็ก มานานนับสิบปี จะว่าเหนื่อยก็เหนื่อยนะ แต่มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ทุกครั้งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็ก ถึงบางครั้งดูเล็กน้อย แต่มีคุณค่าต่อครอบครัวมากเกินพรรณนา เห็นความดีใจ ความตื่นเต้นที่ผู้ปกครองเห็นการเปลี่ยนแปลงของลูก หรือมาบอกเล่าการเปลี่ยนแปลงของลูก อย่างตื่นเต้น ดีใจ เราก็มีความสุข และ นี่คือแรงบันดาลใจให้ฉันเดินทางเส้นนี้ต่อไปอย่างมีความสุขและภูมิใจในการเป็นนักกายภาพบำบัดด้านเด็ก
ทุกครั้งที่ฉันพบผู้ปกครอง และเด็กพิเศษ ฉันจะทำ... จะพูด... จะแนะนำ... จะอธิบาย... เหมือนกับพวกเขาเป็นญาติของฉันเสมอ อยากให้พ่อแม่ พี่น้องของเราดีขึ้นอย่างไร ก็ทำกับเด็กพิเศษ หรือผู้ปกครองแบบเดียวกัน
หลายครั้งที่ความก้าวหน้าของเด็กไม่ดี ฉันมักจะคิดเสมอว่า มีวิธีอะไรอีกมั๊ยที่จะทำให้ดีขึ้น ฉันจะพยายามศึกษา หาข้อมูลความรู้เพิ่มเติม เทคนิคใหม่ๆ เพื่อจะมาฝึกเด็กให้ดีขึ้น ฉันคิดเสมอว่า ปัญหาของเขา คือปัญหาของเรา เราต้องพยายามทำ หรือช่วยสุดความสามารถ
ฉันพยายามคิดเสมอ ว่าให้เอาใจเค้ามาใส่ใจเรา หลายครั้งที่ผู้ปกครองฝึกลูกไม่ได้อย่างที่เราแนะนำ ฉันไม่เคยแสดงความไม่พอใจ ดุ หรือ บ่น ฉันให้กำลังใจเสมอว่า ไม่เป็นไร ทำเท่าที่ผู้ปกครองทำได้ ฉันจะบอกกับผู้ปกครองของเด็กว่า มีปัญหาอะไรให้บอก จะได้หาวิธีแก้ไขกัน ความเห็นอกเห็นใจ และเข้าใจ เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองของเด็กพิเศษต้องการ เมื่อไปรักษาที่ไหนก็ตาม
ฉันเคยได้ยินผู้ปกครองหลายคนพูดถึง การโดนดุว่า หรือไม่พอใจ จากนักกายภาพบำบัด พยาบาล หรือแม้กระทั่งหมอ ฉันรู้ว่าพวกเรา นักวิชาชีพสุขภาพทั้งหลายทำงานเหนื่อย แต่ ผู้ปกครองที่มีเด็กพิเศษก็ไม่เหนื่อยกว่าหรือ เหนื่อยตั้งแต่ความคาดหวังที่มีต่อลูกครั้งแรกไม่เป็นดังหวัง เหนื่อยกับการดูแลลูก 24 ชั่วโมง พวกเรา นักวิชาชีพ เจอเด็กไม่เกินชั่วโมง ต่อคน หยุดพักได้บ้าง เจอเด็กผ่านมาก็ผ่านไป ไม่ต้องคิดถึงอนาคตของเด็กอย่างที่พ่อแม่คิด อะไรอีกมากมาย เหนื่อยๆเหมือนกันแหละ คิดว่าเป็นเราโดนดุว่าจะรู้สึกอย่างไร