๓ มิถุนายน ๒๕๕๔
๑๗.๐๐ น. เป็นเวลาเลิกงานของทุกคนในรพ.สต. วันนี้เป็นเวรน้องเตย เรา ชวนน้องอ้อยไปเดินตลาดกันที่ ต.เวียงเก่าพัฒนา เดินออกมาที่หน้ารพ.สต.ก็เห็นแม่แดงกำลังวุ่นวายกับการดูแลคนไข้ ซึ่งมานั่งรอคิว เราเลยเดินไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แล้วก็ต้องตกใจที่เห็นน้องนักเรียนในชุดมัธยมศึกษาตอนต้นนอนอยู่ที่เตียง obserb ที่ขาข้างขวามีแผลถลอก แขนข้างขวาถูกประคบด้วยน้ำแข็ง ใบหน้าของน้องยังไม่หายตกใจดีนัก เราเห็นความอิดโรยและความตกใจระคนกันไปมา สอบถามแม่แดงซึ่งกำลังล้างแผลได้ความว่ารถมอเตอร์ไซด์ชนกัน มีคนเจ็บสองคน เราเลยเดินไปดูที่ห้องทำแผลแล้วก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเพราะน้องอีกคนเจ็บหนักยิ่งกว่าน้องคนเมื่อครู่
อ้อยใจรู้เรื่องเลยเดินเข้าไปช่วยน้องเตยเย็บแผลน้องที่มีอาการสาหัส น้องคนนี้คิ้วแตกข้างซ้าย คางถลอก แขนข้างขวาถลอกลากยาว ขาข้างขวามีแผลถลอกยาวตั้งแต่เข่าถึงปลายเท้า เห็นเลือดแห้งกรังเลอะเสื้อนักเรียนสีขาวเต็มไปหมด ใบหน้าน้องบางส่วนมีเลือดแห้งกรังใบหน้าน้องแสดงความเจ็บปวดจากบาดแผลอย่างชัดเจน เรายืนน้องอ้อยกับน้องเตยทำแผลเงียบๆ พลางถามถึงว่าโทรบอกผู้ปกครองหรือยัง น้องส่ายหน้าอ้อยใจเลยบอกว่าทำแผลเสร็จโทรบอกแม่ด้วยนะ
เมื่อทำแผลเสร็จเรา น้องอ้อย น้องหนิงได้ไปเดินซื้อของกันที่ตลาดเมื่อกลับมาที่ รพ.สต.อีกครั้งก็เห็นน้องที่อาการไม่สาหัสนั่งรอน้องอีกคนหนึ่งที่เจ็บหนักกว่า น้องเตยที่เป็นเจ้าของเวรบอกว่า ความดันน้องตกเลยให้น้ำเกลือและนอนดูอาการไปก่อน เราเห็นน้องนั่งรอท่าทางอิดโรยเลยอาสาจะไปส่งที่บ้าน ขณะนั้นฝนเริ่มตกปรอยๆลงมาจากฟ้า เราขี่มอเตอร์ไซด์ไปส่งน้องกัน มีเรากับน้องอ้อยซ้อนกันคันหนึ่ง น้องหนิงกับน้องคนเจ็บอีกคันหนึ่ง ขับรถออกมาจากรพ.สต.ไม่นานนัก
ฝนเริ่มแรง........ทั้งสนุก......ทั้งหนาว......ทั้งอบอุ่นใจ.......ปนเปกันไปหมด
น้องหนิงไปส่งน้องคนเจ็บที่บ้าน ส่วนเราไปบอกผู้ปกครองน้องที่เจ็บหนักเพราะน้องบอกว่าติดต่อผู้ปกครองไม่ได้ เมื่อไปถึงบ้านน้องคนเจ็บก็เจอพี่ชายน้อง เราแจ้งเรื่องราวและบอกว่าน้องอยู่ที่รพ.สต. จากนั้นเราก็กลับมาที่ รพ.สต.กันด้วยเสื้อที่ชุ่มฝน
ไม่ถึงสิบนาทีแม่ของน้องคนเจ็บกับพี่ชายก็มาถึง พอน้องได้เจอแม่น้ำตาคนเจ็บก็ไหลออกมาทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี้น้องเหม่อลอยและดูหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้องเตย off น้ำเกลือ จ่ายยาแก้ปวดบอกวิธีปฏิบัติต่อคนป่วยกับแม่น้อง ทุกคนลาหมอแล้วกลับบ้าน เรามองตามน้องจนสุดสายตา
เหตุการณ์นี้ทำให้ความรู้สึกอยากกอดแม่ประทุขึ้นมา ตอนที่แม่ของน้องเดินเข้าไปในห้องคนเจ็บแล้วเอ่ยเบาๆกับลูกสาวเป็นภาษาอีกสานว่า
“เป็นจั๋งได๋” มันเหมือนกับคำพูดของแม่เราลอยมาเวลาที่เรามีอาการไข้ขึ้น เราเองไม่ได้กลับบ้านเลยตั้งแต่สงกรานต์เมื่อมีเหตุการณ์นี้มาสอนทำให้เรารู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้เจอแม่เป็นเดือนแล้วทั้งๆที่แม่ยังอยู่ที่บ้าน ซึ่งห่างกันไม่ถึงร้อยกิโลเมตรด้วยซ้ำ แต่เราก็อ้างเหตุผลโน่นนั่นไม่ยอมกลับบ้าน
ขอบคุณเหตุการณ์นี้ที่ได้ประสบ......
คงต้องหาเวลากลับบ้านซักทีแล้วหละ คิดถึงแม่จังเลย ^_^
กลับไปกอดแม่นะครับ
คิดถึงแม่เหมือนกันครับ
แม่แดงเป็นคน Order ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
ส่วนเค้า(เตย)เป็นคนทำการรักษา Suture แค่ 1 stit ไม่ต้องใส่ยาชา
ไม่ได้อยากทำให้น้องเจ็บ แต่มันจำเป็น
ความดันน้องค่อนข้างต่ำ เลยต้องเสริม 0.9 NSS IV
น้องอ้อย;เป็นผู้ช่วยทำแผลที่น่ารักมาก
พี่นี+หนุงหนิง:~ทำหน้าที่เป็นสารถี เจ้าหน้าที่เวร Refer ฮ่าๆๆๆ
เห็นหน้าน้องคนที่นั่งรอเพื่อนแล้วสงสารอ่ะพี่ ; คิดว่าน้องก็คงเสียขวัญ คงอยากพักผ่อน
รถก็ไม่มีอีก อะไรที่เราพอช่วยน้องได้ก็ควรจะทำอ่ะ
ตอนแรกตาอ่อง กะว่าจะเป็นคนไปบอกผู้ปกครองที่บ้านน้องให้นะ เพราะโทรไปหาผู้ปกครองน้องแล้วไม่มีคนรับสายเลย
เตยก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร เด๋วรอพวกพี่นี อ้อย หนิง ก่อน เผื่อจะให้ไปส่งน้องที่นั่งเจ็บอยู่ข้างหน้าและไปบอกผู้ปกครองน้องที่นอน Admit อยู่ข้างในด้วย
ต้องขอขอบคุณทุกความร่วมมือของทุกคนจริงๆนะคะ T____T
ปล.เปลี่ยนเวร หรือขึ้นเวรแทนวันของน้องอ้อยทีไร Pt.เยอะทุกทีเล๊ย ย ยยยยย ฮ่าๆๆ
อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลยค่ะ สัมผัสได้ถึงการทำงานด้วยหัวใจ
ดีใจกับคนไข้ ดีใจกับทุกคนที่มีส่วนร่วมในการเยียวยาคนไข้
ขอบคุณนะสำหรับเรื่องราวดี ๆ
แล้วเก็บมาเล่าให้อ่านอีกน๊า
(^_^)