นางวรวรรณ วัชรเสถียร เลขที่ 27 รหัสนักศึกษา 532306021 นักศึกษา ป.โท บริหารการศึกษา ม.นอร์ทกรุงแทพ
|
สรุปการศึกษาค้นคว้าอิสระ เรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับพนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด The Development of Computer-assisted Instruction on Information Technology Security Awareness for Staff of United Overseas Bank Company Limited |
หัวข้อ การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ๒ เลขที่ ๒๒ – ๒๘
|
ความสำคัญของปัญหา ในการศึกษา ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นสิ่งจำเป็นที่พนักงานธนาคารทุกคนต้องศึกษา เนื่องจากธนาคารมีการนำระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รวมถึงระบบงานคอมพิวเตอร์มาใช้ในกาปฏิบัติงานของธนาคาร ทั้งในส่วนการให้บริการลูกค้า ผ่านเครือข่ายinternet และการอำนวยความสะดวกแก่พนักงานที่ธนาคารผ่าน intranet อย่างต่อเนื่อง
|
|
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. สามารถนำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยี สารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ มาใช้กับพนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด 2. ผลการวิจัยจะเป็นแนวทางในการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในเรื่องอื่นๆ และ รูปแบบอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
|
|
วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. พัฒนาและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับพนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด ตามเกณฑ์80/80 2. เปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับพนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด 3. หาดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง ความปลอดภัยด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับพนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด
|
|
ขอบเขตของการวิจัย
1. ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่พนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมี 3 แผนก คือแผนกพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จำนวน 57 คน แผนกบริการระบบ ข้อมูล จำนวน 42 คน แผนกความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 30 คน รวมทั้งสิ้น 129 คน 2. กลุ่มตัวอย่างได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (cluster sampling) จากการจับสลากเพื่อ เลือกมา 1 แผนก คือ แผนกความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 30 คน 3. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบสอนเนื้อหา (tutorial) เรื่อง ความปลอดภัยด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับพนักงาน ธนาคารยูโอบี จำกัด |
|
นิยามศัพท์ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึง บทเรียนที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นสื่อในการสอนเพื่อให้มีการโต้ตอบกัน ระหว่างผู้เรียนกับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยมีเนื้อหาการเรียนรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศพนักงาน หมายถึง พนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศแผนกความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่มีประสิทธิภาพ หมายถึง บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับพนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์80/80 ที่ผู้วิจัยกำหนดไว้โดยที่ 80 ตัวแรก หมายถึง คะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ ของการที่ผู้เรียนสามารถตอบคำถามในแบบทดสอบหลังการเรียน ได้ถูกต้องโดยเฉลี่ยร้อยละ 80 80 ตัวหลัง หมายถึง ร้อยละของจำนวนผู้เรียนที่ตอบถูกแต่ละข้อแบบทดสอบ หมายถึง เครื่องมือที่สร้างขึ้นเพื่อวัดคะแนนการเรียน ของพนักงานหลักจาก เรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ แยกเป็นแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน |
|
สมมติฐานการวิจัย
คะแนนหลังเรียนของพนักงานที่เรียนจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สูงกว่าคะแนนก่อนเรียน
|
|
วิธีดำเนินการวิจัย
ผู้วิจัยได้ดำเนินการเป็นขั้นตอนดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3. การดำเนินการวิจัยและการเก็บรวบรวมข้อมูล 4. การวิเคราะห์ข้อมูล
|
|
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ประกอบด้วย 1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบสอนเนื้อหา (tutorial) เรื่อง ความปลอดภัยด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับพนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด 2. แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน โดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับพนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด ซึ่งเป็นแบบทดสอบฉบับเดียวกัน แต่มีการสลับข้อ 3. แบบสอบถามประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สำหรับผู้เชี่ยวชาญ
|
|
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่พนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งมี 3 แผนก คือแผนกพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จำนวน 57 คน แผนกบริการระบบข้อมูล จำนวน 42 คน แผนกความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 30 คน รวมทั้งสิ้น 129 คน
|
|
ผลการวิจัย ข้อวิจารณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับพนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ 1. จากการวิเคราะห์เพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยนำไปทดลองกับผู้เรียนจำนวน 30 คน ได้ค่าเฉลี่ยผลการเรียนร้อยละ 86.67 2. เปรียบเทียบคะแนนทดสอบก่อนเรียนกับคะแนนทดสอบหลังเรียน ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับพนักงาน ธนาคาร50 ยูโอบีจำกัด โดยผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 กล่าวไว้พอสรุปได้ว่า การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนและเปิดโอกาสให้มีการตอบสนองเป็น สิ่งสำคัญยิ่ง ซึ่งผู้เรียนจะมีการตอบสนองหรือไม่และมากน้อยเพียงไรขึ้นอยู่กับสื่อที่นำมาใช้สรุปได้ว่าคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียน เนื่องจากว่าผู้เรียนสามารถเรียนซ้ำหรือทบทวนเนื้อหาในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนก่อนที่จะทำการทดสอบหลังเรียน จึงทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจมากขึ้น และเมื่อผู้เรียนได้ทำแบบทดสอบหลังเรียน จึงทำให้คะแนนมีความก้าวหน้าขึ้นกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียน 3. ผลการวิจัยพบว่า ดัชนีประสิทธิผลของคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับพนักงาน ธนาคารยูโอบีจำกัด โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแล้ว พนักงานมีคะแนนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 53.00 แสดงว่าบทเรียนที่สร้างขึ้นมา มีประสิทธิภาพ ค่อนข้างสูง ผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ |
|
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะ การวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้ 1. ในการเรียนโดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนั้น ก่อนเรียนผู้สอนควรมีการแนะนำให้ผู้เรียนทราบถึงวัตถุประสงค์วิธีการใช้บทเรียน รวมทั้งขั้นตอนในการศึกษาบทเรียน เพราะผู้เรียนไม่คุ้นเคยกับการเรียนด้วยบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน 2. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
|
|
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ แบบการจำลอง (simulation) เพื่อใช้ฝึกทักษะให้เกิดความชำนาญ 2. ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับตัวแปรตัว อื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ทัศนคติความคิดสร้างสรรค์เพศ เป็นต้น 3. ควรมีการศึกษาและทดลองสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในเรื่องอื่นๆ สำหรับใช้เป็นสื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกอบรมความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ให้กับพนักงานเพื่อ สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
|
ให้กำลังใจค่ะ