รูปแบบการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ 3 รูปแบบ
                  รูปแบบของการเรียนการสอนสามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือการเรียนด้วยตนเอง(self-directed) การเรียนแบบผสมผสาน (asynchronous) ทั้งการเรียนด้วยตนเองกับการเรียนในชั้นเรียนมาไว้บนเครือข่ายหรือบนอินเทอร์เน็ต เหมาะสำหรับการอภิปราย ถกปัญหาเป็นทีมและการเรียนแบบห้องเรียนเสมือนจริง (synchronous) ซึ่งมีการจำลองสถานการณ์จริงของห้องเรียนมาไว้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พร้อมฟังก์ชันในการผลิตสื่อการสอนด้วยระบบมัลติมีเดียภาพและเสียงครบครัน รองรับการสื่อสารในชั้นเรียนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นยังสามารถจัดการเกี่ยวกับการส่งต่อองค์ความรู้ และการจัดการความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วมีแหล่งความรู้ (knowledge base) ที่สามารถเรียนรู้ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ สามารถปรับเปลี่ยนระบบการเรียนการสอน และทบทวนการเรียนการสอนให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งการเรียนการสอนที่ต้องเรียนในชั้นเรียนแบบผสมผสาน (asynchronous) หากผู้เรียนต้องการจะทบทวนวิชาความรู้ก็สามารถศึกษาบทเรียนจากการเข้าถึงระบบการเรียนการสอนด้วยตนเอง จากที่บ้านหรือสถานที่อื่นๆ ตามความต้องการได้ซึ่งเป็นระบบห้องเรียนเสมือนจริง (synchronous) นอกจากนั้นยังมีระบบการเรียนด้วยตนเอง (self-directed)เป็นกิจกรรมเสริม สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านซึ่งติดตั้งระบบปฏิบัติการที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้จากที่บ้านหรือจาก ณ ที่ใดๆ ก็ได้ที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตได้ สำหรับในห้องเรียนอาจจะมีการติดตั้งระบบเครือข่าย การจัดทำเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นแม่ข่ายในการเตรียมบทเรียน เตรียมองค์ความรู้  ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นิสิตปริญญาโทชั้นปีที่ 1 ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษาจำนวน 59 คน ที่เรียนวิชา 169563 เทคนิคและกระบวนการอบรม ในภาคเรียนที่ 2ปีการศึกษา 2549ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นิสิตปริญญาโทชั้นปีที่ 1 ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษาจำนวน 59 คน ที่เรียนวิชา 169563 เทคนิคและกระบวนการอบรม ในภาคเรียนที่ 2ปีการศึกษา2549
                 สาเหตุที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนิสิตปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีการศึกษาที่เรียนวิชาเทคนิคและกระบวนการอบรมโดยวิธีการผสมผสานกับนิสิตปริญญาโทที่เรียนโดยวิธีปกติไม่แตกต่างกันเพราะว่าในกระบวนการสอนที่ผสมผสานระหว่างการเรียนผ่านเว็บกับการเรียนในชั้นเรียนปกติ สามารถที่จะทำให้ผู้เรียนๆรู้ได้เท่าๆกันทั้งนี้แม้ในการเรียนแบบผสมผสานผู้เรียนจะเรียนผ่านเว็บด้วยตนเองเป็นลักษณะการเรียนเป็นรายบุคคลเรียนแบบอิสระเมื่อใดก็ได้ ที่ไหนก็ได้เมื่อสามารถเข้าเว็บได้ทั้งนี้ผู้สอนก็ไม่ได้ปล่อยให้ผู้เรียนๆผ่านเว็บทั้งร้อยเปอร์เซ็น โดยออกแบบให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนได้ตลอดเวลาผ่านทาง เครื่องมือต่างๆในเว็บและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มาพบกันในชั้นเรียนตามกำหนดที่ได้วางแผนไว้คือเรียนรู้ผ่านเว็บประมาณร้อยละ60 และเข้าชั้นเรียนร้อยละ40 ผู้เรียนสามารถบริหารการเรียนของตนเองได้เต็มที่ ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้เท่าๆกับการสอนของผู้สอนในชั้นเรียนซึ่งต้องใช้เวลาถึง 15 สัปดาห์
           การวิจัยเรื่องความแตกต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนิสิตปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีการศึกษาที่เรียนวิชาเทคนิคและกระบวนการฝึกอบรมโดยวิธีการเรียนรู้แบบผสมผสานกับการเรียนในชั้นเรียนปกติโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนิสิตปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีการศึกษาที่เรียนวิชาเทคนิคและกระบวนการฝึกอบรมโดยวิธีเรียนแบบผสมผสาน เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเทคนิคและกระบวนการฝึกอบรมระหว่างผู้เรียนที่เรียนในชั้นเรียนปกติกับเรียนโดยวิธีผสมผสานเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเทคนิคและกระบวนการฝึกอบรมระหว่างผู้เรียนที่มีทักษะการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเองสูงกับผู้เรียนที่มีทักษะการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเองต่ำและเพื่อศึกษา
ความพึงพอใจของนิสิตปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีการศึกษาที่เรียนวิชาเทคนิคและกระบวนการฝึกอบรมโดยวิธีเรียนแบบผสมผสานกลุ่มตัวอย่างคือนิสิตระดับปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีการศึกษา จำนวน 59 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่เรียนโดยวิธีปกติ 29 คน กลุ่มที่เรียนโดยวิธีแบบผสมผสาน30 คน โดยวิธีสุ่มแบบง่าย(simplerandom sampling)และแบ่งเป็นกลุ่มที่มีทักษะการจัดการตนเองสูง32 คน กลุ่มที่มีทักษะการจัดการตนเองต่ำ 27 คนโดยใช้แบบประเมินทักษะการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง จากนั้นให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียน ปรากฏว่านิสิตปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีการศึกษาที่เป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีมีคะแนนจากการทดสอบไม่แตกต่างกัน