ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างก็น่าละอาย

     เอาชีวิตเป็นเดิมพัน

   อาจมองดูว่ามากไป แต่ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ก็น่าละอาย เพราะเงินเดือนขึ้นทุกปี ปีละมากๆ กับการสอนเด็กแค่ ๕ - ๑๐ คน เท่านั้น  ภาพในวันประชุมสัญจรของเขตพื้นที่การศึกษา มีการมอบรางวัลโรงเรียนที่ทำคะแนนโอเน็ตในแต่ละสาระวิชา ติดอันดับหนึ่งในสิบ ปีนี้ไม่มีชื่อโรงเรียนของเรา ปีที่แล้วโรงเรียนเรามี ๒ วิชา ได้ที่ ๓ กับที่ ๕ไม่มีรางวัลใดๆ เป็นภาพที่ตัดกัน แต่ใช่ว่าจะน้อยใจ กลับมองไปที่ภาระกิจข้างหน้ามันช่างยิ่งใหญ่นัก

   เด็กที่จบ ป.๖ ไป ทั้งหมด ๗ คน ทำคะแนนตกต่ำ เราพบเขาเมื่อปี ๒๕๔๙ เขาอยู่ ป.๓ ปลายปี  เราพบว่าเขาอ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ เขาเล่าว่าครูไม่ครบและไม่ค่อยได้เรียน เราพยายามเคี่ยวเข็ญเขาอยู่ ๒ ปี ไม่เกิดมรรคเกิดผลเลย  ๔ ใน ๗ คนมีปัญหาบกพร่องด้านการเรียนรู้ คือเรียนรู้ช้า และในจำนวนนี้มีปัญหาครอบครัว อย่างมากมาย เราคิดว่าการทำงานบริหาร ก็มีส่วนที่สอนเขาไม่เต็มที่ หรือจะเกิดที่การสอนเสริมน้อยเกินไป บางครั้งนึกไปถึงคอมพิวเตอร์ ที่จำกัด มีส่วนให้ผลสัมฤทธิ์ต่ำหรือไม่

     วิตกก่อนสอบโอเน็ตแล้ว ถ้าเด็กอ่านไม่คล่อง จะตอบคำถามอย่างไร คิดกระทั่งจะให้เด็กเข้าสอบเพียง ๕ คนเท่านั้น เพื่อควบคุมเกรดเฉลี่ย สุดท้าย ใจต้องกล้า มีหัวใจนักกีฬาทันที กอดคอเรียนรู้มาด้วยกัน จะปล่อยเขาตามลำพังได้อย่างไร  ไปสู้ศึกสงครามด้วยกันทั้ง ๗ คน

     คิดนะถ้าวันนั้น...ปลายธันวาคม ๒๕๕๓ มีครูคนใหม่มา ทำไมเราไม่ยก ป.๖ ให้เขาไปหรือเรารู้คำตอบแล้ว  ว่าเป็นผลผลิตของเรา ว่าเราต้องรับผิดชอบเต็มๆ  ๑ เดือนเศษ ครูบรรจุใหม่ คงทำอะไรไม่ได้มาก กับอาาการที่โคม่า ระยะสุดท้าย

     ปีนี้ คิดแล้วจะทำทันที โดยใช้นวัตกรรม ๓ ส่วน ทั้งบริหาร..การเรียนการสอนและสื่อ  เชื่อมโยงสู่บ้านนักเรียน  ผู้ปกครองกับครูต้องคุยกันให้ชัดเจน ต้องดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะห่างเหินหรือทำอย่างเคย โดยอ้างว่า ภาระงานมาก คงไม่ได้  มาตรการ/ยุทธศาสตร์ปรับใช้ หันเข้ามาหา  ๔  ฮ. ทันทีทันใด

     เริ่มจาก เฮด ต้องคิดให้มากขึ้น  แฮนด์ ทำงานให้มากขึ้น  ฮาร์ท ใจต้องสู้และหนักแน่น  สุดท้ายไม่ลืม ต้อง ฮึก (เหิม)  งานนี้พุ่งเป้าไปที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ป.๖จำนวน ๕ คน  ที่เราจะปั้นแต่งเขา บนพื้นฐานทักษะชีวิตที่เขามีอยู่ คือ อ่านออกและเขียนได้แล้ว

    บ่ายวันเสาร์ ถึงเช้าวันอาทิตย์ ออกเก็บข้อมูลในหมู่บ้าน เยี่ยมบ้านเด็ก ป.๖ ถ้าไม่ไปก็ไม่รู้ อาจทำให้สาย หรือแก้ไขไม่ได้ไปอีกปีหนึ่ง  สภาพบ้านเด็ก ที่แทบไม่มีมุมจะให้ทำการบ้านหรืออ่านหนังสือ เด็กไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ และเด็กเป็นภูมิแพ้รื้อรัง แต่ต้องออกไปรับจ้างดายหญ้าและปลูกอ้อย ...เราจะไม่ยอมให้ปัญหา เป็นข้ออ้าง  แต่ปัญหาจะเป็นการบ้านให้เรารีบแก้ไข  ที่เราไปเห็นข้อมูลมา..ก็นับเราโชคดีแล้ว ที่เหลือขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน  จะทำคะแนนโอเน็ตให้ดีขึ้นให้จงได้