การวิจัยมุ่งเพื่อความเป็นนักปรัชญา
การวิจัยมุ่งเพื่อความเป็นนักปรัชญา
การวิจัยเป็นการมุ่งตอบคำถามการวิจัย การนำเสนอโครงการที่เป็นงานวิจัยส่วนใหญ่จึงมุ่งการตอบคำถามการวิจัยที่ได้ตั้งสมมุติฐานเอาไว้ ถึงความน่าจะเป็นไว้แล้ว ไม่ว่าผลออกมาจะเป็นไปตามนั้นมากหรือน้อยเพียงใดก็ตาม สิ่งที่ได้มาเมื่อมีการโฟกัสกลุ่ม (grouping) ลงไปตามสมมุติฐานที่ได้วางไว้ สิ่งที่ค้นพบส่วนใหญ่ของรายงานการวิจัยที่นำเสนอออกมาจึงไม่ได้แตกต่างแตกต่างไปมากกับสมมุติฐาน ที่วางไว้ กล่าวคือสอดคล้องกับสมมุติฐานการวิจัย เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น
ผู้เขียนเห็นว่า ท่าที่ในความเข้าใจไม่ว่าจะเป็นแนวทางของการวิจัย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของท่าที่ กล่าวคือ คิดว่า หากการวิจัยออกมาไม่สอดคล้องกับสมมุติฐานการวิจัยจะเป็นความล้มเหลวของการวิจัยเรื่องนั้น ท่าทีดังกล่าวนี้ จึงนำไปสู่ความล้มเหลว และการหลอกลวงทางวิชาการได้ เพราะในความเป็นจริงแล้วการนำเสนอการวิจัยนั้นมุ่งเพื่อการค้นหาความจริงไม่เพียงแต่การมุ่งเพียงว่าให้เป็นหรือ ทำให้เป็นตามสมมุติฐานการวิจัย เท่านั้น หากแต่ต้องนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริงนั้นตามที่ปรากฏให้ประจักษ์ได้ว่าเป็นอย่างไร ผู้วิจัยไม่มีหน้าที่ในการตบแต่งข้อมูล หรือความจริงนั้นให้คลาดเคลื่อนเป็นอื่นไป เพียงเพื่อการมุ่งตอบคำถามการวิจัยเท่านั้น การมีท่าที่ดังกล่าวนี้ จึงทำให้ไม่เกิดความรู้สึกว่า งานวิจัยไทยนั้น ล้วนไม่น่าเชื่อถือหรือไม่เป็นสากล ใช่หรือไม่
ในความคิดเห็นส่วนตน เห็นว่า การวางสมมุติฐานไว้ ไม่ว่าในแง่ทางด้านมนุษย์ศาสตร์หรือสังคมศาสตร์ หรือไม่ทางการใช้ Documentary research or Quantitative research ก็ตาม สิ่งที่ค้นพบจากการวิจัย ควรเป็นการพิสูจน์ที่เป็นไปตามปรากฏการณ์ที่เป็นจริงๆ [Truts-reality-]กล่าวคือค้นพบว่าเป็นเช่นไร ควรกล่าวเป็นไปเช่นนั้น แม้ไม่สอดรับกับสมมุติฐานไว้ก็ตาม [บางครั้งอาจเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าก็ได้]
แต่ไม่ได้หมายความว่า งานการวิจัยที่ผ่านมานั้นที่มุ่งเพื่อการตอบคำถามการวิจัย ที่มีการนำเสนออยู่ จะเป็นการสอดรับกับสมมุติฐานการวิจัยว่าไม่ดีเสียทั้งหมด แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า งานวิจัยที่มีการนำเสนอกันอยู่นั้น หรือมีอยู่ในโลกในขณะนี้นั้นล้วนเป็นได้ และเป็นไปตามสมมุติฐานทั้งหมดไม่ได้ไม่เป็นไปตามสมมุติฐานที่ได้วางไว้ในงานวิจัยเลย
ผู้เขียนคิดว่า ท่าที่ของการเสนองานวิจัยนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญของนักวิจัยขั้นพื้นฐาน ที่จำเป็นต้องยอมรับในข้อเท็จจริงที่ทำให้ตัดสินใจได้ในขณะนั้นว่าเป็นเช่นนั้น และข้อมูลดังกล่าวนั้นหากเป็นการทำให้โน้มใจในการวิเคราะห์ให้เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสมมุติฐานการวิจัยที่ได้วางไว้ ก็ควรปล่อยให้งานวิจัยเป็นไปตามธรรมชาติที่เป็นดังกล่าวนั้นไป เพราะงานวิจัยนั้นย่อมมุ่งเพื่อการค้นคว้า เพื่อเเสวงหาความจริง และความจริงดังกล่าวนั้นผู้เขียนเห็นว่า เป็นธรรมดา และธรรมชาติที่เป็นไปอย่างเรียบง่ายและง่ายดาย หากปราศจากการตกแต่งหรือการปรุ่งเเต่ง เพราะการกระทำดังกล่าวนั้นนอกจากปราศจากการคุณสมบัติการเป็นวิจัยที่ดีแล้ว ยังเป็นการทำให้ปกปิดความจริงนั้นให้ดำมืดบอดอันเป็นการยากยิ่งในการค้นคว้า และแสวงหาต่อไปได้ เพราะงานวิจัยนั้นเป็นการเเสดงตัวตนของความเป็นนักปรัชญาที่มุ่งเพื่อการแสวงหาความจริงแท้อันเป็นความจริงสุดท้ายหรือความจริงสูงสุด [Ultimate Truth]
.............
ด้วยความจริงใจ