แลกเปลี่ยน

โลกของเราจะน่าอยู่แค่ไหน

ถ้าคนแปลกหน้าผู้หิวโหย จะมีอาหารตกถึงท้องในบ้านหลังแรกที่เขาไปถึง

ถ้านักเดินทางผู้อ่อนล้า จะมีที่นอนสะอาดสะอ้านได้ พักกายในบ้านหลังถัดไป

ถ้าผู้มาเยือน จะนั่งคุยกับเจ้าของบ้านอีกหลังด้วยมุมมองต่างกันอย่างเปิดใจ

ถ้าผู้รับกลับไปเปิดประตูบ้านของตน ต้อนรับผู้อื่น อย่างผู้ให้ต่อไป

โดยไม่ต้องพึ่งพา..เงินตรา

 วางานูอี
  ๓ เมษายน ๒๕๕๑

๓ เมษายน ๒๕๕๑  ๑๑.๑๘ น.
วางานูอี เกาะเหนือ นิวซีแลนด์


   คีธกับอลิสันจัดโปรแกรมสำหรับวันนี้ให้ผมทั้งวันแล้ว เริ่มจากหลังรับประทานอาหารเช้า คีธจะเป็นคนพาผมนั่งรถไปเที่ยวชมตัวเมืองวางานูอี (Wanganui)* ก่อนจะกลับมารับประทานอาหารเที่ยงที่บ้านกับคุณหมอโจนาธานและภรรยา คุณหมอที่ทำงานในฮอสพีสหรือสถานดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับอลิสัน ในช่วงบ่ายคุณหมอโจนาธานจะพาผมไปดูฮอสพีสที่เขาทำงาน ตกเย็นคีธกับอลิสันจะพาผมไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดลูกชายคนโตที่ร้านอาหารในเมือง

   เจ้าของบ้านตั้งใจเป็นธุระให้ถึงขนาดนี้ ผู้มาเยือนอย่างผมจะนิสัยเสียปฏิเสธเขาไป โดยบอกว่ามีโปรแกรมท่องเที่ยวของตัวเองแล้วนะหรือ มันก็เกินไปนะครับ ผม เคยผิดพลาดเรื่องนี่กับมารีที่อินเวอร์คาร์กิลมาแล้ว จะไม่ทำผิดซ้ำอีก ความจริงผมต้องขอบคุณทั้งคู่อย่างแรงด้วยซ้ำ กับโปรแกรมพิเศษสุดแบบนี้ ส่วนเรื่องเที่ยวเอาไว้ทีหลัง

   หลังอาหารเช้า คีธพาผมบุกเข้าไปในห้องส่วนตัวของเขา เพื่อเปิดคอมพิวเตอร์แนะนำผมเกี่ยวกับการดูภาพขุนเขาตารานาคีแบบเรียลไทม์ ซึ่งผลที่ออกมาก็คือ วันนั้นมีแต่เมฆปกคลุมพื้นที่เต็มไปหมด มองไม่เห็นตัวภูเขาเลย คีธบอกว่า ถึงจะขับรถไปถึงที่ ก็อาจจะไม่เห็นอะไรเท่าไร  ส่วนผมก็สอนเขาเรื่องการใช้โปรแกรมกูเกิลแมป ดูคีธเขาชอบอกชอบใจมันเป็นพิเศษ เขาพูดติดตลกว่า ถ้าเขายืนอยู่นอกบ้านตอนดาวเทียมถ่ายภาพก็จะเห็นหัวเขาด้วย

   หลังหนุ่มสองวัยแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกันจุใจแล้ว ถัดจากนั้น ผมก็ได้ไปนั่งลอยหน้าลอยตาตรงที่นั่งข้างคนขับในรถของคีธ ที่พาผมชมตึกรามบ้านช่องยุควิคตอเรียในเขตเมือง ตามสองภาพข้างล่างนี้ ทำให้ผมเพิ่งจะคิดออกว่า เวลานั่งรถเที่ยวแบบมีคนขับรถให้ มันสบายกว่าแบบต้องขับรถเองแค่ไหน

๓ เมษายน ๒๕๕๑  ๑๑.๑๒ น.
วางานูอี เกาะเหนือ นิวซีแลนด์

   คีธพาผมแวะไปที่สำนักงาน i Site ประจำวางานูอี เพื่อช่วยผมหาที่พักในคืนวันถัดไปในเขตอุทยานแห่งชาติตองารีรอ เจ้าหน้าที่อาวุโสของที่นั่นเป็นเพื่อนกับคีธ จึงช่วยผมเลือกที่พักได้ทั้งถูกใจและถูกกระเป๋า

   ออกจาก i Site คีธขับรถพาผมข้ามสะพานแม่น้ำฟางานูอี (Whanganui River)*ไปฝั่งตะวันออกของเมืองเพื่อขึ้นเขาดูรี (Durie Hill) ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอคอยอนุสรณ์สงคราม (War Memorial Tower) หอคอยสูงที่สามารถขึ้นลิฟท์หรือบันไดวนไปชมทิวทัศน์ของเมืองและบริเวณใกล้ เคียงได้อย่าง ๓๖๐​ องศา ตามภาพข้างล่าง

๓ เมษายน ๒๕๕๑  ๑๑.๒๑ น.
หอคอยอนุสรณ์สงคราม วางานูอี เกาะเหนือ นิวซีแลนด์

   จากบนหอคอย จะมองเห็นตัวเมืองวางานูอี แม่น้ำฟางานูอี และในวันที่อากาศดี ทัศนวิสัยดี ก็จะเห็นขุนเขาตารานาคีด้วย พอรู้อย่างนี้ เจ้าบันไดวน ๑๗๖​ ขั้นก็ไม่เป็นอุปสรรคกับผมเลย แต่พอขึ้นถึงบนยอด ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คีธทำนายไว้จากข้อมูลในคอมพิวเตอร์ คือ ทางตะวันตกฟ้าไม่เปิด จึงไม่เห็น..ขุนเขาที่หมายปองของผม ตามภาพและวิดิโอข้างล่าง เสียดายจัง

   เจอแบบนี้เข้า ขาลงบันไดผมถึงกับเข่าอ่อน หมดเรี่ยวหมดแรงไปเสียเฉยๆ

๓ เมษายน ๒๕๕๑  ๑๑.๑๗ น.
แม่น้ำฟางานูอี วางานูอี เกาะเหนือ นิวซีแลนด์


* วางานูอี (Wanganui) เมืองแห่งสายน้ำของเกาะเหนือ เพราะตั้งอยู่ตรงปากแม่น้ำสายที่ยาวเป็นอันดับสามของประเทศ คือ แม่น้ำฟาคานูอี (Whanganui River) 

   ถึงตอนนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าชื่อมันทำไม วาคาบ้าง ฟาคาบ้าง ซึ่งความจริงชื่อที่ถูกต้องในภาษาเมารีคือ ฟาคานูอี (Whanganui) มาจาก whanga=อ่าวจอดเรือ nui=ใหญ่ เมืองแห่งท่าเรือใหญ่ เพราะตามตำนานของคูเป (Kupe) วีรบุรุษคนสำคัญเล่าว่า หลังจากคูเปปราบอสูรกายปลาหมึกยักษ์ได้แล้ว ก็แล่นเรือสำรวจรอบเกาะใต้ ก่อนจะกลับมาที่ฝั่งตะวันตกของเกาะเหนือนี้อีกครั้ง ที่ตรงปากแม่น้ำสายนี้ เขาเจอกับพายุเข้า เลยต้องเอาเรือหลบพายุในอ่าวเสียก่อน จึงเป็นที่มาของชื่อเมือง ส่วนหน้าผาริมปากแม่น้ำที่มีคลื่นลมแรงนั้น ได้ชื่อว่า เต คาอีฮาอู ออ คูเป (Te Kaihau o Kupe) มาจาก kai=กิน hau=ลม หมายถึง ที่ที่คูเปมานั่งกินลม

   ปัจจุบันมีความพยายามจะเปลี่ยนชื่อเมืองให้ถูกต้องตามที่มา เป็น ฟางานูอี (Whanganui) อันนี้ก็ทำให้คิดถึง สาทร-สาธร แคราย-แคลาย ล้านนา-ลานนา ของบ้านเรา