คริกเก็ตคืออินเดีย

 

 

(ขอบคุณภาพจาก cricket circle.com)

ผมยังจำได้ดี ในคืนวันที่ 2 เมษายน 2554 แผ่นดินอินเดียสะเทือนไปทั้งประเทศเมื่อทีมคริกเก็ตอินเดียสร้างประวัติศาสตร์ของวงการคริกเก็ตโลกด้วยการคว้าตำแหน่งแชมป์โลกคริกเก็ตโดยการเอาชนะศรีลังกา 6 wicketsในรอบชิงชนะเลิศเวริ์ดคัพ 2011 ที่สนาม Wankhede Stadium เมืองมุมไบ คืนนั้นทั้งคืนคนอินเดียดีใจและฉลองชัยกันทั้งประเทศ ทั้งจุดพลุ จุดประทัด พากันออกมาตามถนนหนทาง โห่ร้องเต้นรำด้วยความดีใจ ไม่หลับไม่นอนกัน ทำให้คนต่างชาติแบบเราที่อาศัยอยู่ในเดลี สะดุ้งตื่น นอนไม่หลับเพราะเสียงประทัด เสียพลุดังกึกก้องและการโห่ร้องของมนุษย์ที่อยู่ในภาวะดีใจสุดขีดดังไปทั่วเมืองราวกับเป็นการฉลองวันชาติไม่ปาน ในเมื่ออยู่ท่ามกลางแสงและเสียง นอนอย่างไรก็ไม่หลับแล้ว ทำให้ผมต้องลุกขึ้นมาเปิดโทรทัศน์ชมภาพความดีใจของคนอินเดียในชัยชนะครั้งนี้ ทุกช่องล้วนนำเสนอข่าวถ่ายทอดสดคล้ายกันหมด นักข่าวยืนอยู่ในที่สาธารณะโดยมีผู้คนเบียดเสียดพยายามจะเข้ากล้องร้องตระโกนด้วยความดีใจ ทุกเมืองใหญ่เมืองเล็ก ซึ่งต่อมามีการฉลองติดต่อกัน 3 วัน 3 คืนทีเดียว นับเป็นความสำเร็จของอินเดียอีกเรื่องหนึ่งในหลายๆ เรื่องในฐานะช้างสารที่เพิ่งตื่นพร้อมด้วยพลังมหาศาลทั้งเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และการเป็นตลาดที่สำคัญของโลกด้วยประชากรกว่าพันสองร้อยล้าน ความสำเร็จในเรื่องคริกเก็ตครั้งนี้มิใช่ครั้งแรกแต่เป็นครั้งที่สองจากที่อินเดียเคยได้แชมป์โลกนี้มาแล้วในปี 1983 การได้ชัยชนะครั้งนี้จึงมีความสำคัญเพราะประเทศแรกและเป็นครั้งแรกที่มีการชนะในการแข่งในประเทศของตน

(*ระหว่างที่ผมเขียนเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องขนาดไม่สั้น-ทำให้มีคำศัพท์ใหม่คือปรกติจะมีคำว่า"กีฬาพื้นบ้าน" แต่สำหรับคริกเก็ตในอินเดียแล้ว มีคำใหม่ว่า"กีฬาพื้นถนน" ดูจากภาพนี้แล้วคงชัดเจน)

(ขอบคุณภาพจากwikipedia)

สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นก็คือทำให้มุมมองของผมต่อกีฬานี้เปลี่ยนไป นอกจากคืนนั้นจะทำให้ผมนอนไม่หลับแล้ว ยังเริ่มสงสัยแกมพิศวงว่า กีฬาอะไรกัน ทำให้คนคลั่งไคล้ได้มากขนาดนี้ จากที่ไม่เคยสนใจก็เริ่มมองคริกเก็ตเป็นสิ่งพิเศษของคนอินเดีย พิเศษระดับมหัศจรรย์เลยทีเดียว นักคริกเก็ตที่ชื่อซาชิน เทนดูลการ์ Sachin Tendulkar ซึ่งดังอยู่แล้วและ Mahendra Singh Dhoni   กัปตันทีมอินเดีย  กลายเป็นฮีโร่มหาอมตะนิรันดร์กาล เป็นต้นแบบที่เด็กอินเดียทุกคนใฝ่ฝันอยากจะเลียนแบบ  บางคนถึงกับบอกว่าถ้าคริกเก็ตเป็นศาสนา ซาชินก็คือพระเจ้า 

แต่คืนนั้นอีกนั้นแหละ ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจอย่างมากและเป็นโอกาสให้อยากจะเรียนรู้และเข้าใจคริกเก็ตและคนอินเดีย  ผมตั้งปุจฉาขึ้นมาในใจว่า “ถ้าอยากจะเข้าใจคนอินเดีย...คงต้องเข้าใจคริกเก็ตก่อน” เป็นการปุจฉาที่ไม่เกินเลย คริกเก็ตมีอะไรดีหรือ ทำไมคนกว่าพันล้านและคนในร้อยกว่าประเทศทั่วโลกจึงนิยมเล่นและต้องบอกว่าคลั่งไคล้กันมากในเอเชียใต้โดยเฉพาะอินเดีย

ทำไมกีฬาที่ใช้ลูกบอลลูกเล็กๆ (ขนาดประมาณลูกเทนนิส) ขว้างไปและอีกคนหนึ่งคอยถือไม้ตีและมีการวิ่งเพื่อที่จะไปรับลูกบอล...จึงสามารถทำให้คนตื่นเต้นสนุกสนานและคลั่งไคล้ได้ถึงเพียงนี้...และทำไมถึงเกี่ยวกับความเป็นอินเดีย

ถ้าสนใจ ก็ติดตามอ่านตอนต่อไป..........