คนตัวเล็กไปที่ไหนเหมือนล่องหนหายตัวได้...คนตัวใหญ่มีชื่อเสียงไม่มีเสรีภาพอิสระอย่างคนธรรมดา ๆ

ในท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสายนี้ทำให้ย้อนรอยบันทึกถึงวันวานที่เดินทางจากเมืองหาดใหญ่ไปพักผ่อนที่บานพักริมทะเลเขต อ. หัวไทร แล้วมีเวลาบางช่วงผ่านไปยังตัวจังหวัดนครศรีธรรมราชผ่านไปยังเขต อ. ท่าศาลา  เลี้ยวซ้ายไปทาง อ. นบพิตำและเลี้ยวขวาเข้าไปวกวนในขุนเขาที่สลับซับซ้อนดูแผ่นดินถล่มตอนน้ำท่วมใต้ครั้งก่อน...

จากคลองเล็ก ๆ กลายเป็นคลองใหญ่ ๆ

เห็นเป็นเขาดินทั้งนั้น...เห็นร่องรอยน้ำกัดคอสะพานขาดเอาดินมาถมไว้  ถ้าน้ำมาอีกคงไม่เหลือละ...

รถอยู่ถนนดินตรงคอสะพานที่เคยขาด...

เออ...แถวนี้ยังมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ดีจัง  สังเกตเห็นเป็นภูเขาดินส่วนมาก มีฝนตั้งเค้ามาและเห็นร่องรอยดินถล่มลงมาปิดทางขณะขึ้นไป  บางครั้งรถลื่นไถลเพราะมีดินโคลนผสมน้ำอยู่บนพื้นถนน  เราต่อไปไม่ได้อีกแล้วและฝนกำลังมาเยือนจำเป็นต้องลาจากป่าเขาดูยังเป็นภูมิประเทศสวยงามตา

อยากมาดูด้วยตาอยูแถวน้ำตกกรุงชิงครับ...

การได้เห็นกับสายตาตนเองทำให้เข้าใจตอนน้ำหลากไหลท่วมลงมาสร้างความเสียหายให้ชาวบ้านในแถบเชิงเขาได้เป็นอย่างดี

จากคลองน้อยกลายเป็นคลองมาก...

บางช่วงได้แวบไปยังถนนสายเอเชียผ่านเข้าเขตเมืองคนดีคือสุราษฎร์ธานี โดยเลี้ยวซ้ายตรงเส้นทางไปภูเก็ตแล้วเลี้ยวขวาเข้าไปยังเขื่อนเชี่ยวหลาน  พอรุ่งขึ้นไปเดินทางไปยังเขต อ. พนม ไปเกี่ยวกับที่ดินของลูก ๆ ที่สร้างร่วมกับมวลญาติมีสวนปาล์มและสวนยางอยู่แถบเขาศก  สวนยางนี้กะว่าในปี2557 คงได้เบิกหน้ายางแล้วละ  ถือว่าแวะเวียนไปให้กำลังใจคนดูแลที่มีน้ำใจงามละครับ และแดนใต้ยังคงเป็นดินแดนที่น่าอยู่อาศัย...เพราะดินดีมีความอุดมสมบูรณ์...คนขยันหาทรัพย์ได้ในทุกถิ่นที่ละ...

พักจิบน้ำชาอยู่แถว อ. พนม จ. สุราษฏร์ธานี...

วันนี้ฝนตกเอาจริงเอาจังเจิ่งนองไปหมดแล้วก็ย่างเข้าน่าฝนแล้วสินะ  ผู้คนที่อยู่ใกล้เชิงเขาคงหายใจไม่ทั่วท้องอีกละ  ก็ขอเอาใจช่วยให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวงก็แล้วกันนะครับ.

แง่คิดวันนี้...คนตัวเล็กไปที่ไหนเหมือนล่องหนหายตัวได้...คนตัวใหญ่มีชื่อเสียงไม่มีเสรีภาพอิสระอย่างคนธรรมดา ๆ...ฮา ๆ เอิก ๆ ...