สามคน สามวัย ภาพคุณแม่และภรรยาผม ประคองคุณยายทวด ซึ่งท่านยังพอเดินได้ เป็นภาพที่ผมประทับใจมากๆในวันนี้ ดีใจที่ได้พาท่านมา!

 

..วนอุทยานพนมสวาย..
 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพุทธ ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองจังหวัดสุรินทร์ ออกไปเพียงไม่กี่กิโล
    เพื่อนๆลองตามผมมาสัมผัสกลิ่นไอธรรมชาติของเดือนหกด้วยกัน ว่าแล้วก็ตามกันมาได้เลยจ้า

0

ทริ ปในวันนี้เป็นความตั้งใจส่วนตัวของผมที่ต้องการจะพาคุณยายทวด ซึ่งมีอายุอานามปาเข้าไปร่วม 89 ปีแล้วซึ่งคุณแม่ของผมท่านได้รับมาอยู่ด้วยเมื่อหลายเดือนก่อน  สายตาฟ้าฟาง เวลาพูดกับท่านต้องพูดกรอกที่หูดังๆท่านจึงจะได้ยิน
      แต่ความจำท่านก็ยังดี พอผมบอกว่าจะพาท่านไปไหว้พระที่พนมสวาย ความทรงจำเก่าๆที่เคยเลือนหายไปเมื่อหลายเดือนก่อน พลันกลับมาได้อย่างอัศจรรย์
      หลังจากรวบรวมพลพรรคเชิญชวนทั้งคุณพ่อคุณแม่ คุณน้าและหลานๆ พร้อมกันแล้ว ก็ออกเดินกันได้เลยจ้า

ขับ รถมาจากบ้านผม ซึ่งอยู่อ. จอมพระจนถึงเมืองสุรินทร์ ผ่านวงเวียนทางล่องกลับกรุงเทพเส้นทางสู่อำเภอปราสาท ก็ไหว้สักการะอนุสาวรีย์ พระยาสุรินทร์ ภักดีศรีณรงค์จางวาง ผู้ก่อตั้งเมืองสุรินทร์ มาเเต่ครั้งโบราณกาลกันก่อน



ขับ รถออกจากตัวเมือง ซึ่งในปัจจุบันเป็นถนน 4 เลน วิ่งสบายมาก ขับมาได้สักครู่ก็เจอกับช้าง สัญลักษณ์ประจำจังหวัด กำลังเดินเคียงคู่กันอยู่ข้างทางพอดี



ขับ ออกจากตัวเมืองมาเรื่อยๆ ก็จะพบป้ายวนอุทยานพนมสวาย ก็หักพวงมาลัยเลี้ยวขวา เข้าเส้นทางที่จะไปในวันนี้อีก ประมาณ 7 กิโลเมตรดอกไม้ป่าสองข้างทางกำลังบานสะพรั่ง



หลังจากผ่านเส้นทางมาเรื่อยก็เริ่มเข้าอาณาเขต ของสถานที่ที่เรียกว่า วนอุทยานพนมสวาย







แอคชั่นก่อนเข้าสถานที่กัน เป็นที่ระลึกกัน..สักกะหน่อย  แชะ.. 6





วันนี้แดดไม่แรง กำลังดีครึ้มฟ้าครึ้มฝน ช่างสดชื่นดีจัง เจอป้ายบอกไปยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งมีอยู่มากมายในสถานที่นี้



ถึงเป้าหมายแรกแล้วจอดสูดกลิ่นไอธรรมชาติกันก่อนจ้า







ที่สระน้ำขนาดย่อมๆ เด็กสนุกสนานกับการให้อาหารปลากันน่าดู



หลัง จากนั้นก็พากันไปไหว้สถูปอนุสรณ์ สถานที่บรรจุอัฐิหลวงปู่ดุลย์ อตุโล พระเกจิผู้เป็นที่รักเเละเคารพนับถือ ของชาวจังหวัดสุรินทร์อย่างพวกผม





เจ้าหน้าที่ประจำอุทยาน แจกโบรชัวส์ และแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้เราทราบ



เด็กๆเคาะระฆังและนับจำนวนการเคาะเอาไว้ด้วยว่าเคาะได้กี่ครั้ง  เหง่งๆๆ 1.. 2.. 3..




บูชาดอกไม้ธูปเทียนแล้ว ก็มุ่งหน้าสู่สถูปหลวงปู่ที่อยู่เบื้องหน้า

สามคน สามวัย ภาพคุณแม่และภรรยาผม ประคองคุณยายทวด ซึ่งท่านยังพอเดินได้ เป็นภาพที่ผมประทับใจมากๆในวันนี้ ดีใจที่ได้พาท่านมา!


เข้าไปสู่ภายในเพื่อไหว้สักการะหลวงปู่






ถ้อยคำสั่งสอนของหลวงปู่อ่านแล้วก็ได้แง่คิดในการดำเนินชีวิตมากมาย  ชีวิตคนเราเกิดมาก็แค่นี้จะมัวมาอิจฉาริษยา อาฆาตกันไปอยู่ใย..

















พระเอกผู้ที่ดูจะลัลล้าที่สุดในวันนี้คือคุณพ่อของผมเป็นแน่แท้

6






เจ้า หน้าอุทยาน เดินมาบีบมานวดคุณยายทวด และพูดว่านานมากแล้วที่ไม่เคยเห็นคนแก่อายุครายายทวด ที่ยังเดินเหินได้ ขึ้นมา ณ สถานที่แห่งนี้ เเละเราคนรุ่นปัจจุบันจะมีอายุยืนเท่ายายทวดได้หรือเปล่าน้อ..



หลังจากนั้นก็ขึ้นรถขับลงไปยังด้านหน้าอีกประมาณ 150 เพื่อไหว้พระองค์ใหญ่ ที่อยู่บนยอดเขาด้านบนนั้น





บูชา ดอกไม้ธุปเทียนด้านล่างแล้ว ก็เดินขึ้นบันใดเพื่อไปไหว้พระองค์ใหญ่ด้านกันเลยจ้า  ส่วนคุณยายทวด ท่านคงจะเดินขึ้นไปไม่ไหวเป็นแน่แท้ เลยให้คุณแม่นั่งอยู่เป็นเพื่อนเดี๋ยวค่อยมาผลัดเปลี่ยนเวรให้คุณแม่ขึ้นไป ทีหลัง


มีร่มให้กาง บริการฟรีให้กางกันเเดดขึ้นไปด้านบน ลงมาแล้วค่อยคืนให้เจ้าหน้าที่







ถึงแล้วพระพุทธรูปองค์ใหญ่นามว่า  "พระพุทธสุรินทรมงคล" 





อากาศบนภูพนมเปราะ  หรือภูเขาชาย ช่างสดชื่นดีจริงๆ.. ขอบอก





วิวทิวทัศน์ มองลงมาด้านล่าง



วิวด้านหลังองค์พระใหญ่



ผาหินหลังองค์พระใหญ่ เป็นมุมที่สวย เเละเย็นสบายมากๆ...



ว่าแล้ว นายแบบนางแบบก็แอคชั้นเป็นที่ระลึกกัน ..จั๊กกะหน่อยครับ  ตาเจี๊ยะตาจุมและเต(เย็นซำบายดีแท้) 6









ลมฝนโชยมาคาดว่าอีกไม่นาน คงตก...









เมฆฝนตั้งเค้าแล้ว คงได้เวลาลงซักทีจ้า



เหลือบ มองนาฬิกา ก็ได้เวลาเที่ยง ค่อนบ่ายโมงแล้ว คงต้องจำลาจากสถานที่แห่งนี้ไปก่อน เพื่อพาทุกคนไปหาอะไรกินกัน  ไว้คราหน้าถ้าได้มาอีก คงต้องเตรียมอาหารมากินด้วย จะได้เที่ยวให้ครบทุกๆที่.. แต่ว่าด้านล่างขับลงมาก็มีอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยวไก่ย่างขายเหมือนกัน แต่เกรงว่าคุณยายทวดจะล้าจากการเดินเที่ยว  ผมเลยหยุดกิจกรรมในวันนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน
ไว้เดี๋ยวคราวหน้า ไปเที่ยวที่ไหนอีก เดี๋ยวจะมาเล่าสู่กันฟังใหม่ครับ  เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้จ้า... 15