เพื่อลดผลกระทบด้านปุ๋ยเคมี นักวิชาการมักแนะนำให้ใช้ปุ๋ย อินทรีย์เคมี ที่ผสมกันระหว่างปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมี ที่ทางกลุ่มเกษตรกรพิจารณาว่า ยังไม่แก้ไขประเด็นข้อปัญหา

ในระยะหลายปีที่ผ่านมา ได้ข้อโต้แย้งกันในกลุ่มเกษตรกรและนักวิชาการด้านดินและปุ๋ย ในประเด็นการพิจารณาว่า

ปุ๋ยเคมีเป็นสิ่งต้องห้ามในการทำเกษตรอินทรีย์

บางครั้งเกษตรกรบางท่านใช้คำสื่อง่ายๆว่า "ปุ๋ยเคมีเป็นสารพิษ" ไปเลย

อันเนื่องมาจากอย่างน้อย ๒ ประการด้วยกัน คือ

  1. เมื่อมีการใช้ปุ๋ยเคมีแล้ว มักทำให้เกิดการเข้าใจผืดว่า "ดินดี" แล้ว
    • จึงมักไม่มีการดูแล บำรุงรักษาดิน
    • ทำให้ดินเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว 
    • และต้องใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรักษาระดับผลผลิต
    • แบบเดียวกับการใช้สารเสพติดของคน
    • และยิ่งแตกต่างมากจากการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่จำเป็นต้องใช้น้อยลงๆ เรื่อยๆ
  2. ปุ๋ยเคมีมักมีราคาแพง
    • มักสั่งจากต่างประเทศ
    • ทำให้ต้องลงทุนสูง
    • พึ่งพาตัวเองได้น้อยลง
    • มีโอกาสขาดทุนได้ง่ายขึ้น
    • ทำให้ทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งตนเองนั้นทำไม่ได้

ที่เป็นประเด็นการกำหนดว่าปุ๋ยเคมีเป็นของต้องห้าม นอกเหนือไปจากผลการตกค้างโดยตรง คือ มีแนวโน้มทำให้มี ปริมาณธาตุอาหารที่ผิดสัดส่วนจากธรรมชาติ จากความเป็นกรด และความเป็นเกลือของปุ๋ยเคมี

นอกจากนี้ การใช้ปุ๋ยเคมี ยังต้องการน้ำเป้นตัวทำละลายในจุดที่โรยปุ๋ยค่อนข้างมากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ จึงต้องมีน้ำมากพอจึงจะได้ผล ในขณะที่ปุ๋ยอินทรีย์ใช้ความชึ้นต่ำกว่า มีในระดับใดก็ได้

และการให้ปุ๋ยเคมีที่ระดับตื้น ทำให้รากพืชส่วนใหญ่เจริญอยู่ที่ผิวดิน มีอัตราเสี่ยงต่อปัญหาการขาดความชื้น หรือฝนทิ้งช่วงได้โดยง่าย

ที่เป็นข้อสังเกตของผู้นำเกษตรกร ที่นำไปสู่การกำหนดข้อห้ามการใช้ปุ๋ยเคมีดังกล่าว

ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบด้านปุ๋ยเคมี นักวิชาการมักแนะนำให้ใช้ปุ๋ย อินทรีย์เคมี ที่ผสมกันระหว่างปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมี ที่ทางกลุ่มเกษตรกรพิจารณาว่า ยังไม่แก้ไขประเด็นข้อปัญหา ทั้งสองข้างต้น

จึงยังคงถือว่าปุ๋ยผสมอินทรีย์เคมีเป็นสารต้องห้ามสำหรับเกษตรอินทรีย์เช่นกัน

แต่มิได้ห้ามสำหรับการทำการเกษตรเคมีที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์

ที่นักวิชาการบางท่านพยายามจะให้เรียกเป็นเกษตรอินทรีย์

ที่มีข้อจำกัดตรงที่คำจำกัดความ ที่เกษตกรใช้ในความหมายว่า

เกษตรอินทรีย์ คือ การทำการเกษตรที่ไม่ทำลายตนเอง ไม่ทำลายทรัพยากร และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

มิได้มีข้อโต้แย้งในเชิงแร่ธาตุในส่วนประกอบแต่อย่างใด

จึงนับได้ว่าเป้นปัญหาของการใช้คำ

และการถกกันแบบ "คนละเรื่องเดียวกัน"

หวังว่าเราคงจะเข้าใจกันมากขึ้น เพื่อการพัฒนาที่ดีกว่าเดิม

สวัสดีครับ