ขอเขียนเรื่องกระแส เรยา ในมุมของพระบ้าง ?


กาเมสุ มิจฉาจรา เวรมณี...ปฏิบัติคู่กับ สทาระสันโดษ...คือความยินดีด้วยคู่ครองของตนเองเท่านั้น

                 กระแสเรื่อง เรยา ละครดอกส้มสีทอง..อิงชีวิตจริงของสังคมบ้านไทยเมืองพุทธ ที่กลายเป็นกระแส..โด่งดัง จนต้องหาอ่านว่า มีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะเรื่องราวเหล่านี้ยอมรับว่า..แทบไม่เคยให้ความสนใจ ดูละครทีวี ไม่เคยดู..เพราะความรู้สึกว่าเป็นละครน้ำเน่าและก็ไม่ใช่กิจสงฆ์ จากเรื่องราวคร่าว ๆ จากกระแสละครเรื่อง ดอกส้มสีทอง ...ขอให้ย้อนกลับไปมองสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน ก็ไม่ต่างอะไรกับละครที่แสดงมากนัก แต่เผอิญว่า สังคมไทย เป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมมีความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองเด่นชัดกว่าวัฒนธรรมชาติอื่น ๆ ใดในโลก เมื่อเรื่องเกิดมีข่าว ทุกหน่วยงานต่างก็เกาะกระแส..บางแห่งก็โหนกระแส เพื่ออาศัยจังหวะในช่วงที่ไฟกำลังโหมโรงกันไป เป็นที่น่าสังเกตุว่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดเป็นกระแสขึ้น ก็ช่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน เป็นที่น่าเสียดายว่า ผู้มีส่วนรับผิดชอบไม่มีกระบวนการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล นำไปภาคการปฏิบัติเพื่อการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมกันอย่างจริงจังกันเลย  การออกมาทำหน้าของหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ดูเหมือนว่าเต้นไปตามกระแสเท่านั้น  แต่ก็ยังดีกระแสเรย่านี้ ยังมีหน่วยงานรับผิดชอบเช่น กระทรวงวัฒนธรรม โดย ท่านรมว.วัฒนธรรม ออกมาทำหน้าที่รักษาหน้าตาของความเป็นวัฒนธรรมไทยพุทธ เอาไว้บ้าง กล่าวถึงเรื่องหนังเรื่องละคร ซึ่งการแสดงเป็นไปเพื่อความบันเทิง แต่ความบันเทิงนั้นย่อมเป็นการฝังตัวอย่างและจะมีพฤติกรรมการเลียนแบบเรื่องไม่ดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

              กระแสดอกส้มสีทองหรือจะเป็นเรื่องดอกทองสีส้มก็ตามแต่ ก็คงเป็นเพียงไฟไหม้ฟางที่โหมโรงแล้วอีกไม่เกิน ๑ อาทิตย์ เรื่องเหล่านี้ก็คงเงียบหายไป คงปล่อยให้สังคมไทยเป็นไปอย่างนี้อีกต่อไปพอมีเรื่องก็โหมโรงกันใหม่  สังคมไทยก็นับวันศีลธรรมก็จะเสื่อมทรามลงไปทุกวัน ๆ  เพราะตั้งแต่จำความได้ ศัพท์แสงต่าง ๆ ในด้านที่บ่งเบี่ยงแสดงถึง การไม่ปฏิบัติรักษาศีลข้อที่สาม..เริ่มรุนแรงขึ้น ตั่งแต่เริ่มมีศัพท์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นเช่น ศัพท์ว่า กิ๊ก...มีกิ๊ก มีบ้านน้อย กลายเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมไทยไปแล้ว เมื่อมีเรื่อง มีเหตุเกิดขึ้น สังคมเพิกเฉย ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงไม่เข้าไปดูแล ไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง จึงทำให้เรื่องเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติของคนในสังคมปัจจุบัน  ยังดีว่าสังคมโลกออนไลน์..ทุกวันนี้มีอิทธิพลและบทบาทอย่างดีย่ิ่งเมื่อมีข่าว ก็ช่วยกันโหมกระแส จนทำให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบต้องร้อนตัวออกมาทำหน้าที่กัน หากไม่มีกระแสสังคมออนไลน์ หรือการทำหน้าที่ของสื่อต่าง ๆ ที่ช่วยกันกระจายข่าวโหมโรงกันแล้วก็คงอยากที่ท่านเหล่านั้นจักออกมาทำหน้าทีคงทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกันอย่างที่ผ่าน ๆ มาเท่านั้น

          ก่อนที่ระแสเรยาจะหายไปกับสายลม ในฐานะพระสงฆ์ขอนำ ศีลข้อที่ ๓ มาอธิบาย ขยายความเพื่อความชัดเจน ในการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ การปฏิบัติตน วางตัวให้ถูกต้องในฐานะศักดิ์ศรีความเป็นชาวพุทธดังนี้

          กาเมสุ มิจฉาจรา เวรมณี สิกฺขา ปะทัง สมาทิยามิ... ข้าพเจ้าขอสมาทานรักษาสิกขาบทข้อที่ว่า การเว้นจากการประพฤติมิชอบในกามทั้่งหลาย...

          และข้อธรรมที่ปฏิบัติคู่กับ ศีลข้อที่ ๓  ก็คือ สทารสันโดษ...แปลว่า ความยินดีในคู่ครองของตนเองเท่านั้น ตามหลักคำสอนสำหรับชาวพุทธ สอนให้มีคู่เดียว ผัวเดียว เมียเดียว ไม่สนับสนุนให้มีหลายคู่หลายบ้านอย่างที่สังคมไทยกำลังเป็นกันอยู่นี้

           การล่วงล้ำต่อสตรี ๒๑ จำพวกดังนี้ถือว่าผิดศีลข้อ ๓
มาตุรกฺขิตา สตรีที่มารดาปกครองรักษา ๑
ปิตุรกฺขิตา สตรีที่บิดาปกครองรักษา ๑
มาตาปิตุรกฺขิตา สตรีที่มารดาบิดาปกครองรักษา ๑
ภาตุรกฺขิตา สตรีที่พี่น้องชายปกครองรักษา ๑
ภคินีรกฺขิตา สตรี ที่พี่น้องหญิงปกครองรักษา ๑
ญาติรกฺขิตา สตรีที่ญาติปกครองรักษา ๑
โคตฺตรกฺขิตา สตรีที่วงศ์ตระกูลปกครองรักษา ๑
ธมฺมรกฺขิตา สตรีที่ผู้ประพฤติธรรมปกครองรักษา ๑
สารกฺขา สตรีที่ผู้หมั้นหมายปกครองรักษา ๑
สปริทณฺฑา สตรีที่อยู่ในอาณัติปกครองรักษา ๑
ธนกฺกีตา สตรีสตรีที่บุรุษซื้อมาด้วยทรัพย์ ๑.
ฉนฺทวาสินี สตรีที่สมัครใจมาอยู่ร่วม ๑.
โภควาสินี สตรีที่มาอยู่ร่วมเพราะโภคะ ๑
ปฏวาสินี สตรีที่มาอยู่ร่วมเพราะผ้า ๑ (น่าจะเป็นสตรีที่ยากจนแล้วมีผู้อุปถัมภ์ให้ผ้าให้ที่พักพิงให้เครื่องนุ่งห่ม ข้าวน้ำ)
โอทปตฺตกินี สตรีที่มาอยู่ร่วมโดยพิธีแต่งงานหลั่งน้ำ ๑
โอภตจุมฺพตา สตรีที่บุรุษช่วยให้พ้นจากการแบกทูนของบนศีรษะ ๑
ทาสี ภริยา สตรีคือภรรยาที่เป็นดุจคนใช้ ๑
กมฺมการี ภริยา สตรีคือภรรยาที่เป็นดุจกรรมกร ๑
ธชาหฏา  สตรี ที่เป็นเชลย ๑
มุหุตฺติกา สตรีที่เป็นภรรยาชั่วครั้งคราว ๑ 

          โดยสรุปก็คือ หญิงที่มีผู้ปกครองจะชั่วคราว หรือถาวร เป็นสตรีที่ต้องห้ามทั้งนั้น ง่าย ๆ ก็คือถ้าไม่ใช่ภรรยาของตัวเองก็ผิดทั้่งนั้นแล  ดังนั้นการท่านสุภาพบุรุษทั้งหลายการจะรักษาศีลข้อ ๓ ให้บริสุทธิ์ได้นั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

        หากสังคมไทยร่วมกันประณามพฤติกรรมอันผิดไปจากหลักการรักษาศีลข้อที่ ๓ ให้เกิดความละอายใจในหมู่ผู้กระทำผิด โดยไม่เว้นว่าจะเป็นหญิงหรือชาย

         หากผู้หลักผู้ใหญ่ไม่นิ่งเฉยต่อการประพฤติอันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อประเพณี วัฒนธรรมอันดีของชาวไทย

        หากสังคมครอบครัว รักษาศีลข้อที่ ๓ ให้บริสุทธิ์  พ่อ แม่ ลูก ความมั่นคงในครอบครัวย่อมเกิดมีได้ หากมนุษย์รู้จักสำรวมในกาม ไม่ว่าจะชายหรือหญิง    

         กระแส เรยา ก็คงจะไม่เกิด ซึ่งละครเรื่องดอกส้มสีทอง จริง ๆ แล้วสังคมน่าจะมองทีไปฝ่ายชายเจ้าสัวมากกว่าที่มีภรรยามากหลายคนและก็ก่อให้เกิดปัญหา ก่นด่ากันอย่างรุนแรง และฆ่ากันเพราะแรงริษยากันเองระหว่างภรรยาและผู้ช่วยภรรยาทั้งหลาย

         ขอให้ประเทศไทย ในฐานะเป็นเมืองพุทธไว้สักประเทศหนึ่งเถิดที่ดำรงรักษา วัฒนธรรมอันดีงาม ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ให้คงอยู่คู่ไทยคู่พุทธให้เป็นมรดกของชาวโลกต่อไปให้นาน ๆ ด้วยเถิด

 

ท่านคมสรัญญ์/พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย

 ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๔

คำสำคัญ (Tags): #ศีลข้อสาม
หมายเลขบันทึก: 438649เขียนเมื่อ 9 พฤษภาคม 2011 15:32 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 13:43 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (3)

นมัสการครับ

ที่เห็นได้ชัดก็คือ ชาวพุทธรับศีล 5 แต่ยังไม่ค่อยจะรู้รายละเอียดจริงๆ ของศีลแต่ละข้อซึ่งหากรู้ก็จะเป็นแนวทางในการดำเนินวิถีชีวิตให้อยู่กับความปรกติ(สุข)ได้ครับ

ถ้าไม่ผิดศีลซะอย่าง ปัญหาเดือดร้อนหรือสิ่งซึ่งนำมาซึ่งความทุกข์ก็จะไม่เกิด ในศีลข้อ 3 ก็เช่นกันครับ หากดูละครแล้ว ได้คิดว่าสิ่งใดไม่ควรทำ เพราะจะนำมาซึ่งความทุกข์ ความสงบสุขของครอบครัว ก็น่าจะเป็นข้อดี

แต่หากดูแล้ว ก็ไม่เกิดสติหรือสำนึกใดใด ยังคงอยากเป็นอยากได้ ตามกำลังกิเลส ก็น่ากลัวว่าสังคมคงจะเสื่อมลงไปดังที่ท่านพระครูว่านะครับ

ผมก็ยังเห้นว่าถ้าเราฝึกให้คนมองอะไรให้รอบด้าน ทุกสิ่งในโลกของปุถุชนก็มักจะมีทั้งดีและไม่ดี หัดมองให้ดี มองให้ชัดแล้วเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง ก็น่าจะดีครับ

นมัสการครับ

 

แวบเข้ามานมัสการพระคุณเจ้า

ยังคงพอทนได้อยู่นะ...ฮา ฮา

ชื่นใจว่ายังจำกันได้ดีอยู่...

นานมากแล้วที่ผมจางหายไปกับสายลมแสงแดด...

ต้องขอบคุณเว็บ Gotoknow นะครับ ที่ทำให้ได้ทราบข่าวสารจากพระคุณเจ้า

ยังคุยกับนิสิต ป. โท มจร. วข. นครศรีธรรมราช อยู่ว่า ถ้าจะไปอินเดียนี่จะพบใครบ้างสมัยที่ยังอยู่เรียนแห่งเดียวกันละ...

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง