แต่ความอิจฉาริษยา ใช่ว่าจะเกิดกับเราเป็นคนสุดท้าย แต่มันสามารถหาที่อยู่ในใจของใครก็ได้ ที่เผลอไผลหลงไปตามอารมณ์ของมันเสมอ

ตอนต่อไป........

   ขอเล่าเรื่องEnvy ความอิจฉาริษยา ที่เกิดขึ้น ระหว่างเพื่อนรักกัน เมื่ออีกคนเกิดร่ำรวยมากมาย จนทำให้เพื่อนเกิดความริษยา ต้องกระทำในสิ่งที่ไม่สมควรมากมาย และก่อปัญหามาจนถึงบันทึกนี้ ซึ่งหลังจาก ตั้งใจจะยิงธนูจากบ้านเพื่อนที่รวยกว่า เข้าบ้านตนเอง เพื่อจะใส่ความว่าเพื่อนรวยของตนนั้น พกพร่อง ทำให้บ้านเพื่อนได้รับความเดือดร้อนจากการมีสนามยิงธนู และเรื่องของความสุขมากมาย ที่มาทำให้เขา หมั่นไส้จนทุกวันนี้ แต่เหตุก็บานปลาย เพราะยิงธนูไปถูกม้าของเพื่อนตาย และได้ฝังกลบไว้หน้าบ้านของเขาเอง

  เพื่อนรวยมีความทุกข์มาก มาคร่ำครวญถึงการเสียสิ่งที่รักไป ไม่ว่าจะวิธีไหน ก็หาม้าคอร์กี้ไม่เจอ ที่สุดจึงมาปรึกษาว่า เขาจะตั้งรางวัลแก่ผู้พบม้าของเขา ไม่ว่าจะสภาพไหน เขาจ่าย 50,000 เหรียญแน่นอน ขณะที่เพื่อนโถมกอดนั้น เพื่อนผู้ยิงม้า เกิดความรู้สึกสองประการคือ สงสาร และอีกประการหนึ่งก็คือ อยากได้เงินจำนวนนั้นมาก เพราะกำลังตกงาน แทบอยากจะไปขุดซากคอร์กี้ มาเอารางวัล แต่ต้องไม่ใช่ขณะนี้ เมื่อปลอบใจกันเสร็จ ก็ตรงดิ่งไปปรึกษา เพื่อนขี้เมา ที่ยังสร้างความประทับใจไว้หลายประการ เมื่อได้ฟัง แผนการอันแยบยลก็เกิดขึ้น เพื่อนขี้เมาเสนอตัวว่า เขาจะขุดซากม้า ไปทิ้งไว้ ณ ที่แห่งหนึ่ง หลังจากนั้นจะเป็นคนแจ้งเจ้าของม้า ว่าพบม้าแล้วเพื่อรับรางวัลเอง และแนะนำต่อไปว่า ต้องรีบทำ อีกอย่างหนึ่ง ให้พาภรรยาไปพักผ่อนที่รีสอร์ท ใกล้ทะเลสาบของเขา ในคืนที่ลงมือขุดหลุมด้วย เพราะทั้งหมดต้องเป็นความลับ

   เขาไว้วางใจเพื่อนขี้เมามาก เชิญชวนจนภรรยายอมไปพักผ่อนตามแผน แต่ปรากฎว่า รีสอร์ทของเจ้าขี้เมานั้นเป็นบ้านเก่าใกล้จะพัง มีแอ่งน้ำเล็กๆ ที่เขาว่เป็นรีสอร์ท แต่ทุกคนก็ยอมพักที่นั่นโดยดี

  คืนนั้นเขาว่างแผน บอกภรรยาและลูกว่าจะออกไปช่วยเพื่อนบ้านแถวไนี้ เนื่องจากรถเสีย และเขามาขอร้อง ที่จริงคนของเจ้าขี้เมามาส่งข่าว ให้เขารีบออกไปช่วยกันขนม้าไปทิ้ง ไม่มีอุปสรรคอันใด เป็นไปตามแผนทุกประการ ครั้นเมื่อไปถึงบ้าน พบว่า เจ้าขี้เมาเอาซากม้าขึ้นมาเรียบร้อย รอการขนขึ้นรถแล้วนำไปทิ้ง เขาดีใจ แต่ทันใด ก็มีโทรศัพท์ด่วน แจ้งว่า เพื่อนรวยของเขา ต้องการให้ไปปรึกษาด้วย เนื่องจากมีความเครียดหลายวันนอนไม่หลับ

  เพื่อนขี้เมา จึงจัดการขนย้ายม้าขึ้นรถเอง ปล่อยให้เพื่อนไปปลอบเพื่อน ซึ่งดีกว่า ให้เจ้าของม้ามาที่บ้านหลังนี้ ขณะนี้

  ความเป็นเพื่อนรักที่รู้ใจกัน เขาปลอบโยนจนเพื่อนสบายใจ ยอมหลับนอนในคืนนั้น ก่อนออกจากห้อ้งปิดไฟให้ แต่ใจนั้นร้อนรน และถลากลับไปทันที

 และแล้วตลอดทั้งคืน เขากับเจ้าขี้เมา ก็ขับรถตระเวณ หาที่เหมาะที่ควร เพื่อเอาซากม้าไปทิ้ง ฝนตกหนัก ตำรวจเรียกให้หยุดรถพักก่อน เจ้าของปั็มน้ำมันที่แวะเติม สงสัยสิ่งที่ถูกคลุมอยู่บนหลังคารถ เหล่านี้ ล้วนเป็นความตึงเครียดอย่างรุนแรง ที่สุดทั้งสองก็ทะเลาะกัน แล้วก็พาลหยุดรถเอาดื้อๆ เพราะสุดจะทนกับการหาที่เหมาะไม่ได้สักที ก็คงเครียดพอๆกัน จึงตัดสินใจว่า ตรงไหนก็ทิ้งไปเถอะ แต่ทว่าเมื่อลงจากรถ เขาทั้งสองต้องตกใจ เพราะบัดนี้ หลังคารถมีแต่ความว่างเปล่า ซากม้าหล่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ ครั้นจะกลับไปหา ก็ไม่สะดวกเลย ฝนตกหนัก แล้วก็ต้องกลับไปหาครอบครัวที่ทิ้งไว้ทั้งคืน ที่รีสอร์ทริมทะเลสาบอีกเล่า สุดท้าย ก็แยกย้าย ด้วยความปลงตก เงินรางวัลที่เห็นอยู่แค่เอื้อมก็หมดหวัง แต่ก็ยังรู้สึกสบายใจบ้าง ที่ซากม้าไม่ได้อยู่ภายในบริเวณบ้าน ให้เห็น เหมือนหนามยอกอกอย่างนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาถึงกับนำหญ้ามาปลูกบริเวณหลุม และโปรยปุ๋ยลงดิน พร้อมฮัมเพลงเป็นครั้งแรก ในหลายรอบวันที่ผ่านมา มันเป็นความรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ต่อไปนี้ใครจะพบม้าที่ไหน ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องรับผิดชอบอีกต่อไป

  ประสบการณ์สอนให้คนสำนึกได้ ทั้งชั่วและดี ไม่เคยพ้นทุกข์ ก็จะไม่รู้ว่า ไม่ทำเรื่องให้เกิดทุกข์นั้นดีที่สุด ขณะนี้เขามีสติขึ้น มองเห็นความเป็นจริงมากขึ้น คลายความอิจฉาริษยาลงไปได้บ้าง เห็นความทุกข์ ความสุขที่เขาและเพื่อนต่างก็มีร่วมกันมา

  แต่ความอิจฉาริษยา ใช่ว่าจะเกิดกับเราเป็นคนสุดท้าย แต่มันสามารถหาที่อยู่ในใจของใครก็ได้ ที่เผลอไผลหลงไปตามอารมณ์ของมันเสมอ ไม่นานเจ้าปีศาจแสนกลตัวร้าย ก็ย้ายที่ไปสิงสู่กับคนใหม่ และสร้างความทุกข์ให้กับคนรอบข้างและตัวเจ้าของด้วย

 แต่ต้องเป็นบันทึกหน้าละค่ะ ใครจะอิจฉาใคร ใครจะสุข จะทุกข์กันอีกบ้าง รอติดตามอ่านนะคะ