พื้นฐานเกี่ยวกับพลังงาน

พลังงาน (Energy)  หมายถึง ความสามารถของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่จะทำงานได้ งาน (work) เป็นผลของการกระทำ

ของแรงเป็นเหตุให้สิ่งนั้นเคลื่อนที่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะออกมาในรูปพลังงานทางตรงหรือทางอ้อมหน่วยพลังงานจะมีหน่วยเป็นจูล(J)

แหล่งพลังงานมีอยู่หลายชนิดที่สามารถทำให้โลกเราเกิดการทำงาน และหากศึกษาวิเคราะห์ในเชิงลึกแล้วจะพบว่าแหล่งต้นตอของพลังงานที่ใช้ทำงานในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็ล้วนมาจากพลังงานอันมหาศาลที่แผ่จากดวงอาทิตย์มาสู่โลกเรานี่เอง      พลังงานจากดวงอาทิตย์นี้นอกจากจากจะสามารถใช้ประโยชน์จากแสงและความร้อนในการทำงานโดยตรง เช่น การให้แสงสว่าง การให้ความร้อนความอบอุ่น การตากแห้งต่าง ๆ แล้วก็ยังก่อให้เกิดแหล่งพลังงานอื่น ๆ อีกมากมาย    เช่น   พลังงานน้ำ ในรูปของพลังงานศักย์ของน้ำฝนที่ตกลงมา และถูกกักเก็บไว้ในที่สูง

พลังงานลม ในรูปของพลังงานจลน์ของลม พลังงานมหาสมุทร ในรูปของพลังงานจลน์ของคลื่นและกระแสน้ำและพลังงานความร้อนในน้ำของมหาสมุทร

พลังงานชีวมวล ในรูปของพลังงานเคมีของชีวมวล

พลังงานฟอสซิล ในรูปของพลังงานเคมีของถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ แหล่งพลังงานดังกล่าวนี้ อาจกล่าวเป็นอีกนัยว่าเป็นแหล่งพลังงานทางอ้อมของดวงอาทิตย์ก็ได้

กฎของพลังงาน

  1. พลังงานไม่อาจสูญหายหรือสร้างขึ้นใหม่ได้แต่สามารถเปลี่ยนจากรูปหนึ่งไปเป็นอีกรูปหนึ่ง หรือไหลจากที่มีพลังงานสูงไปสู่ที่มีพลังงานต่ำกว่าได้
  2. การเปลี่ยนแปลงรูปหรือการไหลถ่ายเทพลังงานในระบบใดก็ตาม ย่อมทำให้เกิดการฟุ้งกระจายไร้ระเบียบ (entropy)  ขึ้นเสมอ
  3. ไม่มีกระบวนการใดหรือสิ่งใดที่ทำให้อุณหภูมิของระบบใดๆ ลดลงเป็นศูนย์อย่างสมบูรณ์ได้

ประโยชน์ของพลังงาน

  1. พลังงานในอาหารจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตทำให้เจริญเติบโตสามารถเคลื่อนไหวได้
  2. พลังงานในระบบนิเวศ พลังงานจากแสงอาทิตย์พืชนำไปในกระบวนการสังเคราะห์แสง
  3. การสาธารณูปโภค การผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันใช้พลังงานจากน้ำมันก๊าซธรรมชาติ ถ่านลิกไนต์ พลังงานน้ำจากเขื่อนต่างๆ และพลังงานในรูปอื่นๆ
  4. การค้า พลังงานรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ
  5. การผลิต พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตทางเกษตรกรรม
  6. การขนส่งและการสื่อสาร
  7. การแพทย์
  8. อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
  9. การทหาร