ปลดพนักงานมาแรง มาตรการเฉพาะหน้าธุรกิจ จับตาผลประกอบการไตรมาส 2 บริษัทจดทะเบียนฯ ดัชนีชี้วัดอัตราการเติบโตของผลประกอบการทั้งปี สะท้อนภาพเศรษฐกิจไทยส่งท้ายปีจอ

ขณะที่ผู้ประกอบการ “บัตรเครดิต” เริ่มใช้มาตรการในการทำความเข้าใจกับประชาชนในการใช้บัตรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ “เอ็นพีแอล” ที่จะมีผลกับพนักงานบริษัทที่เป็นมนุษย์เงินเดือนมากที่สุด ส่วนนักวิชาการนั้นก็ย้ำจุดยืนครึ่งปีหลังด้วยการแนะนำให้ประชาชนหันมาใช้เศรษฐกิจแบบพอเพียง ไม่ควรใช้จ่ายเกินตัว

ตั้งแต่ต้นปี 2549 จนถึงกลางปีหลายสำนักวิจัยทั้งภาคเอกชนและสถาบันการเงิน พยายามออกมาคาดการณ์ถึงทิศทางภาวะเศรษฐกิจ การลงทุน แนวโน้มตลาดหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศในวันข้างหน้าเป็นระยะๆ เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจและประชาชน รู้จัก “ปรับตัว” เพื่อให้ “อยู่รอด” ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะ “การเมือง” ที่ยังคงอึมครึมไม่มีเสถียรภาพ ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก “ราคาน้ำมัน” และ “อัตราดอกเบี้ย” ที่สูงขึ้น ต้องล่าช้าออกไป !!!

“ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบนี้จะทำให้อัตราการเติบโตของผลประกอบการไตรมาส 2 ประจำปี 2549 ของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งไม่นับรวมกลุ่มพลังงาน จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ” มุมมองนี้สะท้อนจากความคิดเห็นของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) (BLS) ที่มีต่อราคาน้ำมัน

เขาระบุว่า แม้ขณะนี้จะได้เห็นการปรับลดประมาณการของนักวิเคราะห์ไปบางส่วนแล้วก็ตาม แต่เชื่อว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2549 จะเป็นตัวชี้วัดถึงทิศทางของการเติบโตของผลประกอบการในปี 2549 ซึ่งทำให้คาดว่าจะยังคงได้เห็นการปรับประมาณการผลประกอบการปี 2549 ลงอีก หลังจากการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ !!!