หนานเกียรติ
เกียรติศักดิ์ หนานเกียรติ ม่วงมิตร

ปฏิบัติการตามหาครูแสวง


     แต่ไหนแต่ไรมาแล้วความสามารถทางการร่ำเรียนในห้องของผมจะอยู่ลำดับต้น ๆ ทั้งนี้เมื่อนับจากท้ายขึ้นมา และน่าจะเป็นอันดับหนึ่งด้วยเมื่อนับด้วยวิธีเดิมเมื่อผมเรียนอยู่ชั้น ม.๔ สายวิทย์-คณิต ก่อนจะเบนไปเรียนสายอาชีวะ

     การเรียนหนังสือตั้งแต่ ป.เด็กเล็กเป็นต้นมา ดูเหมือนว่าไม่มีวิชาใดเลยที่ผมจะชอบและถนัด ผมยังคงรั้งท้ายในเกือบทุกวิชา

     ผมเรียนหนังสือโดยใช้ระบบวัดผลเป็นเปอร์เซ็นต์ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นระบบเกรด ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นสุดท้าย และตามธรรมเนียมนั้นก่อนที่จะสอบปลายภาคครูประจำวิชามักจะประกาศผลคะแนนเก็บ และในวันหนึ่งครูแสวง ครูสอนวิชาสังคมศึกษาตอนผมเรียนอยู่ ป.๖ ก็จะประกาศคะแนน        

     ครูแสวง ถามให้นักเรียนในชั้นเรียนราว ๔๐ คน ว่าใครได้คะแนนสูงสุดในห้อง เพื่อนในห้องช่วยกันตอบ โดยคำตอบก็คือนักเรียนเก่งอันดับต้น ๆ ของห้อง ผ่านไปสามสี่คนแต่คำตอบผิดทั้งหมด

     ครูแสวงก็ใบ้คำตอบให้ว่า คนได้คะแนนสูงสุดเป็นคนตัวเล็ก ๆ

     มีคำตอบออกมาจากเพื่อนนักเรียนในห้องแต่ก็ไม่มีใครตอบคำถามครูแสวงถูกรวมทั้งผมด้วย กระทั่งครูแสวงต้องเฉลย

     แหะ แหะ ถึงตรงนี้ พอจะเดาออกแล้วใช่ไหมว่าหมอนั่นคือใคร

     ผมคือคนที่ได้คะแนนเก็บวิชาสังคมฯ สูงที่สุดในห้อง และได้คะแนนสูงสุดด้วยเมื่อรวมกับคะแนนผลสอบปลายภาค พูดแล้วจะหาว่าคุย อีกแค่สิบกว่าคะแนนผมก็จะได้คะแนนเต็ม

     ผมมานั่งย้อนรำลึกอดีตดู ก็ได้คำตอบว่าผมมีความสุขกับการเรียนสังคมศึกษากับครูแสวงเป็นอันมาก

     ทั้งที่ครูแสวงดุที่สุดในโรงเรียน และเป็นครูฝ่ายปกครอง ซึ่งผมเองก็เคยลิ้มรสไม้เรียวของครูแสวงด้วย แต่ผมก็ยังรักและชอบครูแสวงมากกว่าครูคนใด

     ผิวคล้ำ แข็งแรง บึกบึน พูดน้อย ยิ้มยาก คือ รูปร่างหน้าตาผิวพรรณและลักษณะของครูแสวงที่ยังติดตาผมอยู่กระทั่งทุกวันนี้

     ยังจำได้อีกด้วยว่า ครูแสวงเป็นนักมวย (ไทย) บางวันก็ปั่นจักรยาน บางวันก็ขี่มอเตอร์ไซด์เก่า ๆ มากับคู่ชีวิตของอาจารย์ซึ่งเป็นครูสอนภาษาไทยที่สอนผมด้วยเหมือนกัน

     คู่ชีวิตครูแสวงเป็นคนสวย น่ารักและใจดี อุปนิสัยใจคอค่อนข้างจะแตกต่างจากครูแสวง แต่ผมก็มองว่าทั้งคู่เหมาะสมกันยิ่งนัก ผมรักครูผู้หญิงด้วยเหตุผลที่ครูเป็นคู่ชีวิตของครูแสวง

     ผมขึ้น ม.๑ ที่โรงเรียนเดิม แต่ครูแสวงมิได้ตามขึ้นมาสอนสังคมด้วย ครูยังคงสอนที่เดิมชั้นเดิม อีกปีถัดมาครูก็ลาออกไปจากโรงเรียน และผมก็ไม่ได้พบครูอีกเลย แต่ผมก็ยังคงระลึกถึงครูแสวงเรื่อยมา กระทั่งถึงทุกวันนี้

     ตอนผมขึ้น ม.๑ เป็นต้นมา ดูเหมือนว่าวิชาสังคมเป็นวิชาที่ผมชอบเรียนมากกว่าวิชาอื่น และทำคะแนนได้ดีกว่าทุกวิชา แต่ครูสอนสังคมคนใหม่แม้ว่าผมจะชื่นชอบกว่าครูคนอื่น ๆ แต่ก็ประทับใจน้อยกว่าครูแสวงมาก

     ผมมาทบทวนตัวเองว่า ความรู้ความสามารถของผมซึ่งมีโทนไปในทิศทางสังคมศาสตร์เสียเป็นส่วนใหญ่ นั่นคงเป็นเพราะแรงบันดาลใจและการกระตุ้นจากครูแสวงนั่นเอง

     ปฏิบัติการตามหาครูแสวงของผมเริ่มต้นขึ้นแล้วครับ

 

.

หมายเลขบันทึก: 437822เขียนเมื่อ 2 พฤษภาคม 2011 13:42 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 13:42 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (5)

...ตามให้เจอนะเจ้าคะ....ยายธี

แรงบันดาลใจในวัยเด็กมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซนต์ จะกำหนดทิศทางในอนาคตของเราว่าจะเดินไปในทิศทางใด เช่นเดียวกับท่านเกียรติที่ชื่นชอบสังคมศาสตร์เป็นพิเศษ และแรงบันดาลใจนั้นก็มาจาก ครูแสวง...สังคมศาสตร์ในสมัยก่อนตอนที่ท่านเรียนนั้นหนักแน่นและเข้มข้นมากกว่าปัจจุบันนี้มากครับ สังเกตุจากบุคคลิกลักษณะของครูแสวงที่ท่านบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร เพราะมีวิชาศีลธรรมและหน้าที่พลเมืองที่ถูกยกเลิกในเวลาต่อมาเป็นเบ้าหลอม ให้อยู่ในกรอบ...ปฎิบัติการตามหาครูแสวงของท่านเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผมขอให้ท่านประสบความสำเร็จครับ...

คิดถึงเพื่อนเสมอ

ขอเป็นกำลังใจให้มากๆเลยนะคะ เพื่อปฏิบัติการตามหาครูแสวง ได้พบแน่นอนค่ะ

 มีเห็ดถอบให้เก็บหรือยังค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี