WHO Global Forum 2011 - Conference

WHO Global Forum 2011 - Moscow - Conference

วันนี้ตื่นเช้าตามปกติ ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ออกไปฉันภัตตาหารที่เริ่มเปิดให้บริการเวลา 0730 น.ทุกวัน มีเวลาฉันเพียง 20 นาที เพราะนัดหมายคุณมากาเร็ตต้าไว้เวลา 0750 น. ได้เวลาคุณมากาเร็ตต้ามาถึงจึงทราบว่ามีเพื่อชาวอินเดียอีกหนึ่งท่านที่มาเข้าร่วมประชุมด้วย เธอชื่อ ดร.เคเซวิโน อารัม ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศานติอาศรม ที่คออิมบาตอร์ อินเดีย คุณมากาเร็ตต้าเรียกแท็กซี่มารับที่หน้าโรงแรม ออกเดินทางไปเวิลด์เทรดเซนเตอร์ ซึ่งอยู่ในย่านธุรกิจบนถนนเชื่อมสู่ถนนอารบัตใหม่ทางทิศตะวันตกของกรุงมอสโก ไปถึงที่ประชุมก่อนเวลาพอสมควร เดินตามป้ายบอกทางขึ้นไปชั้น 4 เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม ที่นี่ผู้คนจากนานาชาติค่อนข้างแออัด เพราะห้องรับลงทะเบียนดูแคบไปถนัด และที่น่าภาคภูมิใจก็คือเป็นตัวแทนคนไทยเพียงคนเดียวในรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมในวันนี้

การประชุมจัดขึ้นโดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ร่วมกับรัฐบาลประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย และองค์กรภาคี การประชุมเริ่มขึ้นช้ากว่ากำหนดการเล็กน้อย ณ ห้องประชุมลาโดกา เริ่มด้วยการกล่าวเปิดการประชุมโดยคุณมากาเร็ต ซาน ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ที่ได้กล่าวถึงปัญหาโรคไม่ติดต่อในโลกปัจจุบัน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะใสในประเทศกำลังพัฒนาในแอฟริกา ลาตินอเมริกา และเอเชีย พันธกิจขององค์การอนามัยโลกในการผลักดันให้แต่ละประเทศเห็นความสำคัญและกำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ จากนั้นผู้แทนรัฐบาลรัสเซีย ได้กล่าวแสดงความยินดีต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลรัสเซียให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับโรคที่ไม่ติดต่อ ในช่วงแรกของการประชุมนี้ ท่านผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ฝ่ายโรคไม่ติดต่อและโรคทางจิต ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในเชิงสถิติถึงปัญหาโรคไม่ติดต่อ อันได้แก่กลุ่มโรค 4 โรค ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด (VCDs) โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และโรคเบาหวาน

หลังจากพักรับประทานอาหารว่าง ได้แบ่งกลุ่มย่อย 6 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มภาคเอกชนรวมทั้งเภสัช ประกันชีวิต สุขภาพออนไลน์และกีฬา 2) กลุ่มอาหาร เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ 3) กลุ่มวิชาชีพสุขภาพและบริการสุขภาพ 4) กลุ่มประชาสังคม รวมทั้งองค์กรศาสนาและองค์กรผู้บริโภค 5) กลุ่มนักวิจัยและนักวิชาการ 6) กลุ่มภาครัฐที่ทำงานด้านโรคไม่ติดต่อ เพื่อระดมความคิดเห็นในสามประเด็นใหญ่ ได้แก่ ประเด็นความท้าทายสำคัญสำหรับการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ ผลที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นจากการประชุมที่มอสโกและการประชุมระดับสูงที่จะจัดขึ้นในเดือนกันยายน และความตั้งใจของแต่ละภาคส่วนในการช่วยให้การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อมีความก้าวหน้า

ในฐานะผู้แทนองค์กรศาสนา จึงเข้าประชุมในกลุ่มที่ 4 กลุ่มประชาสังคม รวมทั้งองค์กรศาสนาและองค์กรผู้บริโภค ที่ประชุมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กำหนดให้อย่างมีส่วนร่วม โดยประเด็นความท้าทายที่ระชุมให้ความสำคัญเรื่องการให้การศึกษา การร่วมมือกันทำงานของทุกภาคส่วน การลงมือปฏิบัติให้เป็นกรณีตัวอย่างของการทำงาน ประเด็นผลที่คาดว่าจะเกิดจากการประชุมที่มอสโกและการประชุมระดับสูง ที่ประชุมหวังว่าจะมีการผลักดันให้เกิดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ที่เป็นระบบในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ และในการประชุมระดับสูงนั้นควรเป็นผู้แทนประเทศที่สามารถกำหนดนโยบายและผลักดันให้เกิดการดำเนินการได้จริงในประเทศ และประเด็นความตั้งใจก็มีการนำเสนอแต่เป็นลักษณะจำเพาะตามธรรมชาติขององค์กรที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยน เช่นในกลุ่มองค์กรศาสนาก็จะดำเนินการในการให้การศึกษาผ่านศาสนสถานต่างๆที่มีอยู่ทุกชุมชน และการสร้างความเข้มแข็งแก่องค์กรภาคีและองค์กรตามกฎหมายที่ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ เป็นต้น และในฐานะตัวแทนองค์กรศาสนาที่มาจากประเทศไทย ได้เสนอความเห็นต่อที่ประชุมในสองประเด็นคือ การให้การศึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตที่ต้องมีและผสมผสานองค์ความรู้สามด้านอย่างกลมกลืน กล่าวคือองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ องค์ความรู้ทางด้านศาสนาและองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งการสร้างกฎกติกาทางสังคมเพื่อเป็นกรอบบังคับในการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยยกตัวอย่างกฎหมายห้ามโฆษณาและขายบุหรี่อย่างเปิดเผย ระเบียบห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะและในศาสนสถาน กฎหมายและระเบียบการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การกำหนดเวลาซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดถึงกระบวนการภาคประชาสังคมในการจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อการลด ละ เลิกเหล้า-บุหรี่ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) เป็นต้น รวมทั้งความตั้งใจที่จะดำเนินงานเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์การอิสระเพื่อผู้บริโภค ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ด้วย

ภาคบ่ายเป็นการนำเสนอผลสรุปการประชุมกลุ่มย่อยและระดมความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เข้าร่วมประชุมในกลุ่มใหญ่ ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจเพิ่มเติมคือ การดำเนินการในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อในหลายประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการผลิตใบยาสูบอย่างเช่นมาลาวี ที่จะต้องทำงานหนักมากขึ้น ความเป็นไปได้ในการเพิ่มโรคจิตและประสาทเป็นส่วนหนึ่งของโรคไม่ติดต่อ เป็นต้น ต่อด้วยการสรุปภาพรวมและปิดการประชุมโดยคุณมากาเร็ต ซาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก

นอกจากการประชุม ในวันที่ 27 เมษายนแล้ว องค์การอนามัยโลกยังกำหนดให้วันที่ 28 เมษายนเป็นวันประชุมรัฐมนตรีว่าด้วยการดำเนินชีวิตที่คำนึงถึงสุขภาพและการควบคุมโรคไม่ติดต่อครั้งที่หนึ่ง (First global ministerial conference on healthy lifestyles and noncommunicable disease control) อีกด้วย

หลังจากเลิกการประชุมคุณมากาเร็ตต้า ได้พาพวกเรานั่งแท็กซี่มาที่จัตุรัสแดงเพื่อชมความเปลี่ยนแปลง ซึ่ง ดร.เคเซวิโน อารัม เคยเดินทางมากับคุณพ่อเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งเธอก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมามอสโกอีกครั้ง และได้เห็นหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป เช่นการสร้างศูนย์การค้าใต้ดิน รวมถึงอาคารทางธุรกิจหลายหลัง หรือแม้แต่โบสถ์บางแห่งที่เพิ่งได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่แทนหลังเดิมที่ถูกรื้อถอนไปเมื่อครั้งอยู่ภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ การได้คุณมากาเร็ตต้าเป็นมัคคุเทสก์ก็ทำให้เราได้รู้จักเครมลิมและจัตุรัสแดงเพิ่มมากขึ้น ดร.เคเซวิโน อารัม ได้เก็บภาพมุมต่างๆเป็นที่ระลึกพอสมควรจึงพากันเดินทางกลับโดยบริการรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งวันนี้และในช่วงเย็นประมาณหกโมงกว่าๆเช่นนี้ ดูเหมือนจะมีผู้ใช้บริการมากเป็นพิเศษ จนรู้สึกว่าแออัดกว่าทุกวันที่ผ่านมา