พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒
พระศาสดา ประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ตรัสมหาสุบิน 16 ข้อ เริ่มต้นว่า “ โคตัวผู้ ...เป็นต้น” ฯ
คืนวันหนึ่ง พระเจ้าโกศลมหาราช เสด็จเข้าสู่พระแท่นบรรทม ในเวลาปัจฉิมยาม ทอดพระเนตรเห็น พระสุบินนิมิตแปลก หน้ากลัว ๑๖ อย่าง ทรงตกใจกลัว ตื่นบรรทม ทรงดำริว่า เราเห็นสุบินนิมิต จะมีอะไรเกิดขึ้นแก่เรา ทรงหวาดกลัวต่อมรณภัย ประทับเหนือพระแท่นที่ไสยาสน์นั่นแล จนสว่าง
รุ่งเช้า พวกพราหมณ์ปุโรหิตเข้าไปเฝ้ากราบทูลถามว่า “ มหาราชเจ้า พระองค์บรรทมเป็นสุขหรือพระเจ้าข้า ?” พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสตอบว่า “ท่านอาจารย์ เราจะมีความสุขได้อย่างไร เมื่อคืนนี้เวลาใกล้รุ่ง เราเห็นสุบินนิมิต ๑๖ อย่าง ตั้งแต่เห็นสุบินนิมิตแล้ว เราเกิดความหวาดกลัว” พวกปุโรหิตกราบทูลว่า “มหาราชเจ้า โปรดตรัสเล่าสุบินนิมิตเถิดพระเจ้าข้า พวกข้าพระองค์ฟังแล้ว จักทำนายถวายได้” พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสเล่าสุบินนิมิตที่ทรงเห็น ให้พวกพราหมณ์ฟังแล้วตรัสว่า “เราเห็นสุบินนิมิตอย่างนี้ เหตุอะไรจะมีแก่เรา” พวกพราหมณ์พากันสลัดมือ. พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสถามว่า “เพราะเหตุไรพวกท่านจึงสลัดมือ” พวกพราหมณ์จึงกราบทูลว่า “มหาราชเจ้า สุบินนิมิตนี้ร้ายแรงยิ่งนัก” พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสถามว่า “สุบินนิมิตจะมีผลเป็นอย่างไร” พวกพราหมณ์กราบทูลว่า “สุบินนิมิตจะมีอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่ง ในจำนวน ๓ อย่าง คือ
๑. อันตรายจะเกิดแก่ราชสมบัติ
๒. อันตรายจะเกิดจากโรคเบียดเบียน
๓. อันตรายจะเกิดแก่พระชนมายุ ๑ พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสถามว่า “อันตรายนี้จะแก้ไขได้ หรือแก้ไขไม่ได้” พวกพราหมณ์กราบทูลว่า “มหาราชเจ้า พระสุบินนิมิตนี้ ไม่มีทางแก้ไขได้ เพราะร้ายแรงยิ่งนัก แต่พวกข้าพระองค์ จะกระทำให้พอแก้ไขได้ เมื่อพวกหม่อมฉันไม่สามารถจะแก้ไขพระสุบินนิมิตได้แล้ว การศึกษาที่พวกข้าพระองค์เรียนจนสำเร็จ จะมีประโยชน์อะไร” พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสถามว่า “ท่านอาจารย์ จะทำอย่างไร ถึงจะให้แก้ไขอันตรายได้” พวกพราหมณ์กราบทูลว่า “มหาราชเจ้า พระองค์ต้องบูชายัญ ด้วยวัตถุอย่างละ ๔ ทุกชนิดพระเจ้าข้า” พระเจ้าโกศลมหาราช ทรงกลัว ตรัสว่า “ท่านอาจารย์ ถ้าเช่นนั้น เราขอมอบชีวิตของเราไว้ให้พวกท่านแก้ไขเถิด พวกท่านรีบทำความปลอดภัยแก่เราเร็ว ๆ เถิด” พวกพราหมณ์พากันร่าเริงยินดีว่า “พวกเราต้องได้ทรัพย์มาก จักต้องได้ของกินมาก ๆ” แล้วพากันกราบทูลพระราชาว่า “มหาราชเจ้า อย่าได้ทรงวิตกเลยพระเจ้าข้า” แล้วพากันออกจากพระราชนิเวศน์จัดทำหลุมบูชายัญที่นอกพระนคร จับสัตว์ ๔ เท้า หลายจำพวก มัดไว้ที่หลักยัญ รวบรวมนกและสัตว์ ๒ เท้าไว้ที่หลักยัญ เที่ยวเดินขวักไขว่ไปมาแล้ว กล่าวว่า “เราควรจะได้สิ่งนี้ ๆ”
(สันดารคนโลภก็คิดเอาแต่ได้ ไม่คิดถึงความทุกข์ความเดือนร้อนของผู้อื่น)
พระนางมัลลิกาเทวี ทรงเห็นอาการนั้นแล้ว เข้าไปเฝ้าพระเจ้าโกศลมหาราช กราบทูลถามว่า “มหาราชเจ้า พวกพราหมณ์พากันเดินขวักไขว่ไปมา มีเรื่องอะไรหรือเพคะ” พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสว่า “เธอมัวแต่สุขสบาย จึงไม่รู้ว่า อสรพิษมันมาอยู่ใกล้ ๆ หูของเรา”. พระนางมัลลิกาเทวี ทูลถามว่า “มหาราชเจ้า เรื่องอะไร เพคะ” พระเจ้าโกศลมหาราช ทรงรับสั่งว่า “เราฝันร้าย พวกพราหมณ์ทำนายว่า อันตราย ๓ อย่างจะเกิดขึ้นไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง เพื่อจะระงับอันตรายเหล่านั้นต้องบูชายัญ จึงต้องเดินขวักไขว่ไปมาอยู่บ่อย ๆ” พระนางมัลลิกาเทวี กราบทูลถามว่า “มหาราชเจ้า ก็ผู้ที่เป็นเลิศกว่าพราหมณ์ในโลกมนุษย์และเทวะโลก ทูลกระหม่อม ทูลถามถึงการแก้ไขพระสุบินนิมิตแล้วหรือเพคะ” พระเจ้าโกศลมหาราช ทรงรับสั่งถามว่า “พระผู้เป็นเลิศกว่าพราหมณ์ในโลกมนุษย์และเทวะโลกเป็นใครกันเล่า” พระนางมัลลิกาเทวี กราบทูลว่า “ทูลกระหม่อมไม่ทรงรู้จัก มหาพราหมณ์ โคดมผู้ตถาคต หมดกิเลสบริสุทธิ์แล้ว เป็นพระสัพพัญญู เป็นบุคคลผู้เลิศกว่าบุคคลในโลกและเทวะโลกหรือ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงทราบเหตุในพระสุบินนิมิตแน่นอน ขอเชิญทูลกระหม่อม เสด็จพระราชดำเนินไปกราบทูลถามเถิด เพคะ”. พระเจ้าโกศลมหาราช ทรงรับสั่งว่า “ดีละ เทวี” แล้วเสด็จไปพระวิหารถวายบังคมพระศาสดาแล้วประทับนั่ง. พระศาสดาทรงเปล่งพระสุระเสียงอันไพเราะ ตรัสถามว่า “เพราะเหตุไร มหาบพิตรจึงเสด็จมา ดุจมีราชกิจด่วน”. พระเจ้าโกศลมหาราช กราบทูลว่า “พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเวลาใกล้สว่าง หม่อมฉันฝันเห็นสุบินนิมิต ๑๖ อย่าง สะดุ้งหวาดกลัว บอกแก่พวกพราหมณ์ พวกพราหมณ์ทำนายว่า สุบินนิมิตมีอันตรายร้ายแรงยิ่งนัก เพื่อจะระงับอันตรายที่จะเกิดจากสุบินนิมิตต้องบูชายัญ ด้วยยัญวัตถุ อย่างละ ๔ ทุกชนิด ครบทุกอย่าง แล้วพากันเตรียมบูชายัญ ฝูงสัตว์เป็นอันมากกลัวตาย พระองค์เป็นบุคคลผู้เลิศกว่าบุคคลในโลก และเทวะโลก เญยยธรรม (สิ่งที่ควรรู้) ที่กำหนดอดีต อนาคต ปัจจุบัน ที่ยังไม่มาปรากฏในญาณ(ปัญญาที่เกิดแก่ผู้บำเพ็ญวิปัสสนา)ของพระองค์มิได้มีเลย ขอพระองค์ทรงพระกรุณา โปรดทำนายผลของสุบินนิมิตของหม่อมฉันด้วยเถิด พระศาสดาตรัสว่า “ขอถวายพระพร เป็นเช่นนั้นทีเดียวมหาบพิตร ในโลกและเทวะโลกเว้นตถาคตแล้ว ผู้อื่นที่จะได้ชื่อว่าสามารถรู้เหตุ หรือรู้ผลของสุบินนิมิต ไม่มีเลย ตถาคตจะทำนายสุบินนิมิตให้แก่มหาบพิตร แต่ว่า มหาบพิตร จงตรัสบอกสุบินนิมิต ตามที่ทรงเห็นเถิด”. พระเจ้าโกศลมหาราช ทรงรับพระพุทธดำรัสว่า “ดีละ พระพุทธเจ้าข้า” เริ่มกราบทูลสุบินนิมิต ตามที่ทรงเห็นอย่างถี่ถ้วน โดยทรงตั้งหัวข้อไว้เช่นนี้ ว่า
๑ โคตัวผู้ ๒ ต้นไม้เล็ก ๆ ๓ แม่โคตัวใหญ่ ๆ
๔ โคแข็งแรง ๕ ม้า ๖ ถาดทอง ๗ สุนัขจิ้งจอก ๘ หม้อน้ำ
๙ สระโบกขรณี ๑๐ ข้าวไม่สุก ๑๑ แก่นจันทน์ ๑๒ น้ำเต้าจม
๑๓ ศิลาลอย ๑๔ เขียดกัดกินงู ๑๕ หงส์ทองล้อมกา ๑๖ เสือกลัวแพะ
พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสเล่าสุบินนิมิต ข้อที่ ๑ ว่า พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็นโคตัวผู้ สีกายเหมือนดอกอัญชัน ๔ ตัว แต่ละตัวคิดว่า จะชนกันแล้ววิ่งมาสู่ สนามหลวง จากทิศทั้ง ๔ มหาชนรวมกันคิดว่า พวกเราจะดูโคชนกัน โคแต่ละตัวแสดงท่าทางจะชนกัน ร้องเสียงคำรามลั่น แล้วไม่ชนกัน แต่ละตัวถอยออกไป สุบินนิมิตข้อนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า
พระศาสดา ตรัสว่า “ มหาบพิตร ผลของสุบินนิมิตข้อนี้ จะไม่มีในช่วงรัชกาลของมหาบพิตร ในช่วงศาสนาของตถาคต แต่ในอนาคต เมื่อโลกหมุนไปถึงจุดเสื่อม กาลของผู้ปกครอง ไม่ปกครองด้วยคุณธรรม และกาลของประชาชนไม่ตั้งตนอยู่ในคุณธรรม เมื่อกุศลธรรมลดน้อยถอยลง อกุศลธรรมหนาแน่นมากขึ้น ในกาลที่โลกเสื่อม ฝนจะแล้ง เมฆจะขาดหายไป ข้าวกล้าจะแห้ง จะเกิดความอดอยาก เมฆฝนตั้งขึ้นจากทิศทั้ง ๔ เหมือนฝนจะตก พวกผู้หญิงรีบเก็บข้าวเปลือกเป็นต้น ที่เอาออกตากแดดไว้ เข้าภายในร่ม เพราะกลัวข้าวเปลือกจะเปียกฝน พวกผู้ชายแต่ละคนถือจอบ พากันออกไปภายนอก เพื่อจะก่อคันกั้นน้ำ เมฆฝนก็ตั้งเค้าเหมือนจะตก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ครางกระหึ่ม แล้วฝนก็ไม่ตก เมฆลอยหายไป เหมือนโคตั้งท่าจะชนกันแล้วก็ไม่ชนกันฉะนั้น นี้เป็นผลของสุบินนิมิตข้อที่ ๑ สุบินนิมิตข้อนี้ไม่มีอันตรายอะไร ๆ แก่มหาบพิตร มหาบพิตรเห็นสุบินนิมิตข้อนี้ ปรากฏในอนาคต พวกพราหมณ์ทำนายสุบินนิมิตเช่นนั้น เพราะความโลภและอาศัยการเลี้ยงชีวิตของตน.
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร จงตรัสเล่าสุบินนิมิตข้อที่ ๒ เถิด”.
พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสว่า “พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็นต้นไม้เล็ก ๆ และกอไผ่ ขึ้นจากแผ่นดินสูงได้คืบหนึ่งบ้าง ศอกหนึ่งบ้าง สูงเพียงแค่นี้ก็ผลิดอกออกผลไปตาม ๆ กัน. สุบินนิมิตข้อนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า”
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร ผลของสุบินนิมิตข้อนี้ จะมีในกาลที่โลกเสื่อม เวลามนุษย์มีอายุน้อย ในอนาคตมนุษย์จะมีราคะแรงกล้า เด็กหญิงยังไม่ถึงวัยอันสมควร ก็มีระดู สมสู่กับชาย ตั้งครรภ์ มีบุตรและธิดา การที่เด็กหญิง มีระดูเปรียบเหมือนต้นไม้เล็ก ๆ ผลิดอก การที่เด็กหญิงมีบุตรและธิดา เหมือนต้นไม้เล็ก ๆ ออกผล ภัยจะไม่มีแก่มหาบพิตร”
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร จงตรัสเล่าสุบินนิมิตข้อที่ ๓ เถิด”.
พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสว่า “พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็นแม่โคตัวใหญ่ ๆ พากันดื่มนมของลูกโค ที่เกิดในวันนั้น สุบินนิมิตข้อนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า”
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร ผลของสุบินนิมิต ก็จะมีในอนาคต คือ จะมีผลในเวลาที่มนุษย์ละทิ้งเชษฐาปจายิกธรรม (ความประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่) เพราะในอนาคต บุคคลจะไม่เคารพยำเกรงบิดามารดา หรือแม่ยาย พ่อตา ต่างคนต่างแสวงหาทรัพย์สินด้วยตนเอง เมื่อต้องการจะให้ของกินของใช้คนแก่ก็ให้ เมื่อไม่ต้องการจะให้ก็ไม่ให้ คนแก่หมดที่พึ่ง หาเลี้ยงตนเองก็ไม่ได้ ต้องง้อพวกเด็ก ๆ เลี้ยงชีพ เป็นเหมือนแม่โคใหญ่ ๆ ดื่มนมลูกโคที่เกิดในวันนั้น ภัยจะไม่มีแก่มหาบพิตร”
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร จงตรัสเล่าสุบินนิมิตข้อที่ ๔ เถิด”.
พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสว่า “พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็นบุคคลไม่เทียมโคตัวใหญ่ ๆ ร่างกายสมบูรณ์และแข็งแรง เคยลากแอกเกวียนไป กลับไปเทียมโครุ่น ๆ ที่กำลังฝึกเข้าที่แอกเกวียน โครุ่น ๆ ไม่สามารถลากแอกเกวียนไปได้ ก็สลัดแอกยืนเฉยอยู่ เกวียนก็แล่นไปไม่ได้ สุบินนิมิตข้อนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า”
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร ผลของสุบินนิมิตข้อนี้ จะมีในกาลของผู้ปกครอง ไม่ตั้งอยู่ในคุณธรรม ในอนาคต ผู้ปกครองมีบุญน้อย ไม่ตั้งอยู่ในคุณธรรม ไม่แต่งตั้งข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้มีความสามารถ เป็นบัณฑิต ฉลาดในประเพณี สามารถทำกิจต่าง ๆ ให้สำเร็จได้ด้วยดี ให้มียศมีตำแหน่งเป็นหัวหน้า และไม่แต่งตั้งข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้เป็นบัณฑิต ฉลาดในโวหารไว้ในตำแหน่งผู้วินิจฉัยคดีในศาล แต่งตั้งคนหนุ่ม ไม่มีความสามารถ มีอคติ ไม่ฉลาดในประเพณี ไม่สามารถทำกิจต่าง ๆ ให้สำเร็จได้ด้วยดี ให้มียศมีตำแหน่งเป็นหัวหน้า และแต่งตั้งคนหนุ่ม ไม่มีความสามารถ มีอคติ ไม่ฉลาดในประเพณี ไว้ในตำแหน่งผู้วินิจฉัยคดี คนหนุ่ม ไม่รู้ทั่วถึงกิจต่าง ๆ ที่ควรทำไม่ควรทำ ไม่สามารถทำและจัดการ หรือสั่งการให้สมกับตำแหน่งหัวหน้าที่ตนได้รับแต่งตั้งได้ ทั้งไม่อาจทำกิจต่าง ๆ ให้สำเร็จได้ด้วยดี จึงทอดทิ้งธุระ งานจึงเสียหาย. ส่วนข้าราชการผู้ใหญ่ ที่มีความสามารถ เป็นบัณฑิต เมื่อไม่ได้รับแต่งตั้งให้มียศมีตำแหน่งเป็นหัวหน้า ถึงจะมีความสามารถทำกิจต่าง ๆ ให้สำเร็จได้ด้วยดี ก็กล่าวว่า “พวกเราไม่มีอำนาจที่จะทำและสั่งการ พวกเรากลายเป็นคนวงนอกไปแล้ว พวกเด็กหนุ่มเขามีอำนาจทำและสั่งการเป็นพวกอยู่วงใน เขาคงรู้ดี” แล้วไม่รับผิดชอบงานที่เกิดขึ้น ความเสื่อมเสียจะเกิดแก่ส่วนรวมและผู้ปกครอง โดยส่วนเดียว เสมือนเวลาที่บุคคลไม่เทียมโคตัวใหญ่ ๆ ร่างกายสมบูรณ์และแข็งแรง เคยลากแอกเกวียนไป กลับไปเทียมโครุ่น ๆ ที่กำลังฝึกเข้าที่แอกเกวียน โครุ่น ๆ ไม่อาจลากแอกเกวียนไปได้ ก็สลัดแอกยืนเฉยอยู่ เกวียนก็แล่นไปไม่ได้ ภัยนี้ก็ไม่มีแก่มหาบพิตร”
พระศาสดา ตรัสว่า “ มหาบพิตร จงตรัสเล่าสุบินนิมิตข้อที่ ๕ เถิด”
พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสว่า “พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็นม้าตัวหนึ่ง มีสองหน้าสองปาก ประชาชนช่วยกันใส่หญ้าที่ปากทั้งสองข้างของมัน มันใช้ปากสองข้าง กินหญ้าจนหมด สุบินนิมิตนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า”
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร ผลของสุบินนิมิตข้อนี้ ก็จะมีในกาลของผู้ปกครองไม่ตั้งอยู่ในธรรม ในอนาคต นักปกครองที่โง่เขลา ไม่ตั้งอยู่ในธรรม จะแต่งตั้งบุคคลโลเล ไม่ประพฤติธรรม เห็นผิดเป็นชอบ ไว้ในตำแหน่งผู้วินิจฉัยคดี คนเหล่านั้นเป็นคนพาล ไม่คำนึงถึงบาปบุญ คุณโทษ นั่งอยู่ในศาล เมื่อตัดสินคดี ก็รับสินบนจากคู่คดีทั้งสองฝ่ายมากิน เป็นเหมือนม้าใช้ปากสองข้างกินหญ้าฉะนั้น ภัยนี้ไม่มีแก่มหาบพิตร”
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร จงตรัสเล่าสุบินนิมิตข้อที่ ๖ เถิด”.
พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสว่า “พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็นประชาชนขัดถูถาดทองคำราคาแสนกษาปณ์ (เงินตราที่ทำด้วยโลหะ) แล้วนำไปให้สุนัขจิ้งจอกแก่ตัวหนึ่งแล้วพูดว่า “เชิญท่านถ่ายปัสสาวะใส่ในถาดทองนี้เถิด” สุนัขจิ้งจอกแก่ ก็ถ่ายปัสสาวะใส่ในถาดทองนั้น สุบินนิมิตข้อนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า”
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร ผลของสุบินนิมิตข้อนี้ จะมีในอนาคต คือ ในกาลภายหน้า ผู้ปกครอง ไม่ตั้งอยู่ในธรรม รังเกียจกุลบุตรผู้มีสกุล ไม่แต่ตั้งกุลบุตรผู้มีสกุลให้มียศมีตำแหน่งให้เป็นใหญ่ แต่งตั้งบุคคลที่ไม่มีสกุลให้มียศมีตำแหน่งให้เป็นใหญ่ สกุลชั้นสูง พากันตกยาก สกุลชั้นต่ำ พากันเป็นใหญ่ เมื่อพวกมีสกุลชั้นสูง ไม่อาจเลี้ยงชีวิตอยู่ได้ จึงคิดว่า “เราต้องอาศัยพวกคนสกุลต่ำ เลี้ยงชีวิต” แล้วก็ยกธิดาให้แก่ผู้มีสกุลต่ำ การอยู่ร่วมกันของคนสกุลต่ำ กับธิดาของคนสกุลสูง ก็เป็นเช่นเดียวกับถาดทองคำรอง รับปัสสาวะสุนัขจิ้งจอก ภัยนี้ไม่มีแก่มหาบพิตร”
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร จงตรัสเล่าสุบินนิมิตข้อที่ ๗ เถิด”.
พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสว่า “พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็น บุรุษคนหนึ่งฟั่นเชือก แล้วหย่อนเชือกไปที่ใกล้เท้า แม่สุนัขจิ้งจอกหิวโซตัวหนึ่ง นอนอยู่ใต้ตั่งที่บุรุษนั่งฟั่นเชือก กัดกินเชือก บุรุษก็ไม่รู้ว่า สุนัขจิ้งจอกกินเชือก สุบินนิมิตข้อนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า”
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร ผลของสุบินนิมิตข้อนี้ ก็จะมีในอนาคต คือในกาลภายหน้า พวกสตรี จะพากันให้ท่าใช้เสน่ห์ปอกลอกบุรุษ ดื่มสุรา เอาแต่แต่งตัว ชอบเที่ยวเตร่ตามถนนหนทาง เห็นแก่ได้ ประพฤติผิดศีล มรรยาทเลวทราม พวกนางจะลักทรัพย์ที่สามีทำงาน รวบรวมไว้ด้วยความยากลำบากไปซื้อสุราดื่มกับชายชู้ ซื้อดอกไม้น้ำหอมและเครื่องสำอางมาแต่งตัว ปิดบังชายชู้ ไว้ในบ้านหรือซ่อนไว้ในที่อื่น ข้าวเปลือกที่เตรียมไว้สำหรับหว่านในนาข้าว ก็เอาไปทำเป็นข้าวสาร จัดทำเป็นข้าวต้ม ข้าวสวย และกับข้าว มากินกัน เหมือนนางสุนัขจิ้งจอกหิวโซ นอนอยู่ใต้ตั่งกัดกินเชือกที่บุรุษฟั่นแล้ว หย่อนลงไว้ใกล้ ๆ เท้าฉะนั้น ภัยนี้ไม่มีแก่มหาบพิตร”
พระศาสดา ตรัสว่า “ มหาบพิตร จงตรัสเล่าสุบินนิมิตข้อที่ ๘ เถิด”.
พระเจ้าโกศลมหาราช ตรัสว่า “พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็นตุ่มน้ำเต็มเปี่ยมลูกใหญ่ใบหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ประตูวัง มีตุ่มเปล่าเป็นจำนวนมากตั้งอยู่รอบ ๆ ประชาชนใช้หม้อตักน้ำมาจากทิศทั้ง ๘ มาใส่ลงในตุ่มที่เต็มแล้วเท่านั้น น้ำในตุ่มที่เต็ม ก็เต็มแล้วเต็มอีก จนไหลล้นออกไป คนเหล่านั้นก็ยังเทน้ำลงในตุ่มที่เต็มอยู่เรื่อย ๆ ไม่มีใครที่จะเหลียวแลดูตุ่มที่ว่างเปล่าเลย สุบินนิมิตข้อนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า”
พระศาสดา ตรัสว่า “มหาบพิตร ผลแห่งสุบินนิมิตข้อนี้จะมีในอนาคต คือ ในกาลภายหน้า มนุษย์โลกจะเสื่อมจากคุณธรรม ข้าราชการและประชาชนของรัฐจะฉ้อราชบังหลวง รัฐจะยากจน ผู้ที่ขึ้นมาปกครองรัฐ จะมีทรัพย์ในคลัง เพียงแสนกระษาปณ์ รัฐจะยากจนเช่นนี้ ผู้ปกครองจะเรียกเก็บภาษีกับประชาชนทุกคนเข้ารัฐ ประชาชนจะยากจน ข้าราชการจะฉ้อราชบังหลวง ใช้เงินที่ได้มาไปวิ่งเต้นซื้อตำแหน่งเพื่อหวังเป็นใหญ่ ต้องคอยเอาใจเจ้านาย ซื้อของไปให้เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ไม่มีเวลาดูแลความทุกข์และความเดือดร้อนของประชาชน เจ้านายก็รับทั้งเงินทั้งของไม่รู้จักพอ เป็นเช่นกับการเติมน้ำใส่ตุ่มที่เต็มแล้ว ไม่เหลียวแลดูตุ่มเปล่า ๆ เลย ภัยนี้ จะยังไม่มีแก่มหาบพิตร”
อ่านต่อ
ท่านสามารถดาวน์โหลดเรื่องมหาสุปินชาดก
ได้ที่นี่