สร้างเรือนกลางน้ำคล้ายอุโบสถขึดนักหนา

ใครสร้างเรือนในสถานที่คล้ายการสร้างอุโบสถ(อ่านว่าโบสด)ย่อมขึดนักหนาเพราะถิอว่าบ้านเรือนหลังนี้เสมือนพระอุโบสถ ย่อมสร้างอาถรรพ์หรือขึดแก่ผู้ที่อยู่อาศัยความเชื่อเรื่องการสร้างพระอุโบสถในล้านนานิยมสร้างตัวอาคารพระอุโบสถในหนองน้ำคือให้น้ำเป็นสิ่งที่กั้นสัตว์จำพวกแมลง มด มอด ปลวกมากัดแทะเล็มกินใบลาน กินกระดาษสาที่เป็นพระธรรม  หนังสือบันทึกเรื่องราวต่างๆ  พระธรรม  คัมภีร์  ตำรายา  ฯลฯ.  

ดังนั้นการสร้างพระอุโบสถถือกันว่าเป็นสถานที่สำคัญ แห่งการสืบทอดพระพุทธศาสนา  การรักษาภูมิปัญญาล้านนาต่างๆของบรรพบุรุษที่ได้สั่งสมไว้ เพื่อให้ผู้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสมาศึกษาและเรียนรู้

ต่อมาเมื่อมีผู้คนได้สร้างบ้านเรือนเลียนแบบการสร้างพระอุโบสถ คือการขุดสระแล้วนำเอาดินมากองถมที่แล้วสร้างบ้านเรือน หรือ บางครั้งสร้างบ้านเรือนกลางสระน้ำแล้วเข้าอยู่อาศัย เขาเรียกกันว่า เรือนอุโบสถ เพราะมีน้ำล้อมรอบตัวบ้านเรือนนั่นเอง

สิ่งที่มีข้อสังเกตคือว่า   บางสถานที่เอาดินมาถมมักเป็นที่ลุ่ม มีน้ำขัง หรือเป็นหนองคลองบึงมาก่อนการสร้างบ้านนั่นเอง   การสร้างบ้านทับถมที่หนอง หรือการสร้างบ้านในหนองน้ำมักมีอาถรรพ์หรือขึด  เสนียด  คือว่ามักจะข่มชีวิตคนหนุ่มสาว   ที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้น   มักอายุสั้น เช่น   เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ   หรือตายก่อนอายุขัย หรือตายโหง

บางครั้ง  บางอย่างเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถพิสูจน์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้  แต่มันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงๆ ในชีวิตจริง ตายก็ตายจริงๆ  มันจึงมีคำว่า " ไม่เชื่ออย่าลบหลู่"  นั่นเอง

ปัจจุบันมันมีเหตุจำเป็นที่ต้องสร้างบ้านในพื้นที่ที่ไม่มีทางเลือกสถานที่พื้นที่ หรือบริเวณที่จะสร้างบ้าน  ความจำเป็นต้องทำเพื่อให้มีบ้านอยู่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากการเสี่ยงทำ   เมื่อทำแล้วหากเกิดเหตุก็ต้องแก้ไขกันไป

การแก้ไขขึดเรือนโบสถคือย้ายตัวบ้านไปสร้างในสถานที่ที่เหมาะสม

ขณะที่ผู้ที่จะสร้างบ้านใหม่ก็ต้องใช้ความรู้ผะหญา ปัญญามาแก้ไขขึดเสียก่อนจะสร้างบ้านแล้วก็จะอยู่เป็นสุขกันต่อไป...