คุกคือสถานที่สำหรับคุมขังคนทำผิดกฏหมาย

“ถ้ารู้ธรรมะพระพุทธเจ้าอาตมาคงไม่ติดคุก11”

โสภณ เปียสนิท

...................................................

 

 

คำว่าคุก คือสถานที่สำหรับคุมขังคนทำผิดกฎหมาย เป็นเสมือนนรกบนดินแดนของมนุษย์ เจ้าของบันทึกสะท้อนภาพนรกแห่งนี้ให้ผู้อ่านได้สัมผัสอย่างเป็นรูปธรรม “คนติดคุกต้องทำใจ เพราะในคุกมีกลิ่นเหม็น บางคนฝายลมหรือนอนๆ อยู่เอาขามาก่ายหรือทับตัว หายใจแทบไม่ออก นอนก็นอนไม่หลับ ที่เคยมีคนบอกว่า แน่นขนาดลุกไปส้วมกลับมาไม่มีที่นอน ต้องหาที่นั่งหลับนั้น เป็นเรื่องจริง” เมื่อถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพ สภาพจิตย่อมขุ่นข้องหมองใจ ผู้ถูกจองจำที่มีความเข้าใจสภาวการณ์ต้องนำคุณธรรมที่เคยเรียนรู้มาใช้ ““อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ล้วนสร้างภาวะบีบคั้นทางจิตใจ สิ่งเดียวที่ต้องทำคือ อดทน”

ผมสนใจมากเป็นพิเศษในบันทึกตอนที่เขียนว่า “แต่สิ่งสำคัญในขณะที่อยู่เรือนจำ อาตมาต้องยึดหลัก 2 ข้อคือการรักษาชีวิตไม่ให้ตาย และการรักษาจิตใจไม่ให้บ้า” เพราะผมเคยสอนนักศึกษาบ่อยครั้งว่า “คนเรามีหน้าที่ 2 อย่าง คือ ดูแลร่างกายนี้ให้แข็งแรงเพื่อใช้ทำงานให้เราจนกว่าจะล่วงลับดับขันธ์ไป และ ดูแลจิตใจไว้ให้ดี เพราะไม่มีใครมาดูแลจิตใจของเราแทนเราได้” นักศึกษาฟังแล้วคงจะงงๆ จึงไม่ค่อยจะมีใครให้ความสนใจประเด็นนี้สักเท่าไร

ผู้เขียนเป็นคนช่างสังเกต ที่มองเห็นว่า “อาตมาเห็นผู้ต้องขังยืนคุยกับต้นไม้ พูดคนเดียว บางคนเหม่อลอย” นั่นคืออาการจิตเภท คือสภาวจิตถูกกระทบกระเทือนจนเริ่มเสียสมดุล อะไร หรือสิ่งใดก็ไม่เท่ากับ “รู้เท่าเอาไว้กัน รู้ทันเอาไว้แก้” อาจเป็นบุญเก่าที่มีอยู่ เขารีบตระหนักรู้และหาทางป้องกัน “ความกลัวเป็นบ้าทำให้อาตมาหวังพึ่งธรรมพระพุทธเจ้า” เข้าใจคำว่า “ศาสนาเป็นยาแก้ทุกข์” ได้ชัดเจนก็คราวนี้