"ประชาคมอาเซียน" (ASEAN Community)
เกิดจากสมาคมแห่งประชาชาติเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ (The Association
of Southeast Asian Nations-ASEAN) หรือ "อาเซียน" โดยอาเซียนเดิม
ได้ถือกำเนิดจากการประกาศ "ปฏิญญากรุงเทพฯ" (Bangkok
Declaration) โดยมีประเทศสมาชิกเมื่อเริ่มก่อตั้งรวม 5 ประเทศ ได้แก่
อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ สิงคโปร์ เมื่อปี 2510
เพื่อ ส่งเสริมความร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ
สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และ การบริหาร
ต่อมาอาเซียนได้ขยายวงสัมพันธภาพออกไปสู่ประเทศโดยรอบที่เคยอยู่ในค่ายคอมมิวนิสต์มาก่อน
และเพิ่มสมาชิกขึ้นเป็น 10 ประเทศ โดยเวียดนาม
ได้เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ ปี 2538 ประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว
และพม่า ในปี 2540 และ กัมพูชาได้เป็นสมาชิกรายที่ 10
ซึ่งเป็นรายสุดท้ายที่เข้าร่วมในอาเซียน เมื่อปี 2542
เมื่อเดือนธันวาคม 2540 ผู้นำอาเซียนได้รับรองเอกสาร "วิสัยทัศน์อาเซียน 2020"
กำหนดเป้าหมายหลัก 4 ประการ เพื่อมุ่งพัฒนาอาเซียนไปสู่
"ประชาคมอาเซียน" (ASEAN
Community)ให้เป็นผลสำเร็จภายในปี 2563 (ค.ศ. 2020) ซึ่งจะประกอบด้วย
"เสาประชาคมหลักรวม 3 เสา" ได้แก่
ประชาคมความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และ
ประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน รวม ทั้งจัดโครงสร้างองค์กรของอาเซียน
รองรับภารกิจและพันธกิจ
รวมทั้งแปลงสภาพอาเซียนจากองค์กรที่มีการรวมตัวหรือร่วมมือกันแบบหลวมๆเพื่อสร้างและพัฒนามาสู่สภาพการเป็น
"นิติบุคคล"
ซึ่งเป็นที่มาของการนำหลักการนี้ไปร่างเป็น
"กฎบัตรอาเซียน" ซึ่งทำหน้าที่เป็น
"ธรรมนูญ" การบริหารปกครองกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10
ประเทศซึ่งผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังปรากฏตามสโลแกนที่ว่า
"สิบชาติ
หนึ่งอาเซียน"
เป้าหมายการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน
หากจะกล่าวโดยสรุปอย่างย่อ ๆ พอเข้าใจ ประชาคมอาเซียน
มุ่งเน้นการรวมตัว ใน 3 เรื่องสำคัญ คือ
1.
การเป็นประชาคมด้านการเมืองและความมั่นคง
มีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้ประเทศในภูมิภาค
อยู่อย่างสันติสุข แก้ไขปัญหาภายในภูมิภาคโดยสันติวิธี
และยึดมั่นในหลักความมั่นคงรอบด้าน
ทุกประเทศยึดถือหลักการเคารพอธิปไตยของประเทศสมาชิก
แต่จะร่วมมือกันเพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนเกิดความมั่นคง
ปลอดภัย
2.
การเป็นประชาคมด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดความร่วมมือทางด้านการค้า
การลงทุน อันจะนำไปสู่ความมั่งคั่ง
และมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค
3.
การเป็นประชาคมด้านสังคมและวัฒนธรรม
มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อยู่ร่วมกันในสังคมที่เอื้ออาทร ประชากรมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี
ได้รับการพัฒนาในทุกด้าน และมีความมั่นคงทางสังคม (social security)
มีวิสัยทัศน์เดียวกัน มีอัตลักษณ์เดียวกัน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
และความรู้สึกถึงความเป็นประชาคมเดียวกัน (One Vision, One Identity,
One Community)
ประชาคมอาเซียนกับวิถีชีวิตของคนไทยยุคใหม่
การรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน
จะทำให้สภาพสังคมไทยในอนาคตเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต
สังคมไทยจะประกอบไปด้วยผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านมากกว่ายุคปัจจุบันมากมาย
เพราะเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าประเทศไทยเป็นประเทศน่าอยู่ สภาพการค้า
การลงทุน สภาพเศรษฐกิจจะมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน
การคมนาคมจากประเทศหนึ่งสู่ประเทศหนึ่งจะมีความสะดวกสบายมากขึ้น
จะมีการติดต่อสื่อสารระหว่างประชาชนในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น สังคม
ไทยจะเป็นสังคมหลากวัฒนธรรม
ภาษาที่ใช้เป็นเป็นภาษากลางของประชาคมอาเซียน คือ ภาษาอังกฤษ
ความในร่วมมือทางการศึกษาของประชาคมอาเซียนจะมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น
การทำกิจกรรมร่วมกันของประชาชนในประชาคมอาเซียนจะเพิ่มขึ้น
ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากขึ้นของประชาชนในภูมิภาคอาเซียน
จะนำไปสู่การมีวัฒนธรรมที่หลากหลายในสังคม เกิดการตั้งถิ่นฐาน
การย้ายแรงงานข้ามชาติจะเพิ่มมากขึ้น
นี้เป็นเพียงบางส่วนของการเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อวิถีชีวิตของนักศึกษาในอีกไม่นานนัก
การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน
มีทั้งส่วนได้และส่วนเสียอยู่หลายประการ
ในส่วนที่เป็นผลดี
น่าจะเป็นในด้าน
* ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว
เกิดตลาดการค้าเสรี เกิดการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ
ส่งผลให้เกิดอำนาจการต่อรอง
* ความสะดวกในการเดินทางไปมาหาสู่กัน เพราะการคมนาคมที่เชื่อมโยงกัน
และมีความทั่วถึงมากขึ้น
* โอกาสด้านการมีงานทำเพิ่มมากขึ้น
ในส่วนผลกระทบ
ที่อาจเกิดขึ้น เช่น
* อธิปไตยของประเทศอาจลดลง
เพราะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาคมเพิ่มขึ้น
* วัฒนธรรมไทยอาจจะได้รับผลกระทบ
หากคนไทยไม่ตระหนักถึงคุณค่าทางวัฒนธรรม
* สภาวะสังคมพหุวัฒนธรรม
ทำให้คนไทยต้องรู้จักปรับตัวและพัฒนาวิถีการดำรงชีวิต
ต้องเรียนรู้การดำรงชีวิตภายใต้ความหลากหลาย
ต้องฝึกความอดทนต่อความยุ่งยากอันเนื่องมาจากความไม่เคยชินกับวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างกัน
จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่างคนไทย-คนไทย
และคนไทย-ต่างชาติที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
* ความมั่นคงของชาติอาจเพิ่มสูงขึ้น
เพราะจะมีผู้คนจากต่างชาติต่างวัฒนธรรมทั้งประสงค์ดีและประสงค์ร้ายเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น
สำนึกความเป็นคนไทยหากลดลง ย่อมส่งผลต่อความมั่นคงของชาติดังกล่าว
* การข้ามแดนของแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น
ย่อมส่งผลต่อการมีงานทำของบัณฑิตไทย
* ความขัดแย้งระหว่างคนไทย-คนไทย
และคนไทย-ต่างชาติที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
หากขาดวินัยในการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม
ประเด็นน่าเป็นห่วง
ขณะนี้ทุกประเทศที่ได้ตกลงที่จะรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน
กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการเพื่อให้นักเรียน นิสิตนักศึกษา
และประชาชนของแต่ละประเทศให้มีความพร้อมต่อการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน
ในปี พ.ศ. 2558 ดังนั้นขณะนี้จึงเหลือเวลาเพียง 4 ปี
ในการเตรียมการ ซึ่งเวลาดังกล่าวถือว่าเป็นเวลาที่ไม่ยาวนานมากนัก
แต่เมื่อหันมามองประเทศไทย จะพบประเด็นที่น่าเป็นห่วง
อยู่หลายประการเกี่ยวกับการเตรียมตัวของนักศึกษาไทย เช่น
*
นักศึกษาไทยตระหนักในเรื่องนี้น้อยมาก และขาดการเตรียมการที่ดี
ส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตแบบไม่เตรียมการ
เพราะขาดการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์อนาคต
อาจจะพอรู้ความเคลื่อนไหวบ้างแต่ไม่รู้ว่าสถานการณ์อนาคตมีความเกี่ยวข้องกับตนเองอย่างไร
บางส่วนที่พอจะทราบบ้างก็พบว่ายังขาดการเตรียมการ
ส่วนใหญ่มองว่าไว้ถึงเวลาค่อยปรับตัว
*
ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษทั้งในด้านการพูด อ่าน เขียน
ในภาพรวมยังขาดทักษะที่ดี
แต่ภาษาอังกฤษถูกกำหนดให้เป็นภาษากลางของอาเซียน
สถานการณ์เช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันกับบัณฑิตจากประเทศเพื่อนบ้านที่คาดว่าจะเข้ามาสมัครงานในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
และในอนาคตสถานประกอบการย่อมต้องการบัณฑิตที่มีทักษะทางภาษาอังกฤษสูงเพิ่มมากขึ้น
การมีงานทำของนักศึกษาไทยจึงเป็นประเด็นน่าเป็นห่วงในอนาคต
* กระบวนทัศน์การเรียนรู้ของนักศึกษา
ยังเป็นไปเพื่อในรูปแบบของการเรียนเพื่อให้ได้ปริญญา
มากกว่าเรียนเพื่อให้ตนเองมีศักยภาพ
ขณะที่นักศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้านให้ความสำคัญต่อการเรียนสูงมาก
จึงน่าเป็นห่วงสำหรับนักศึกษารุ่นใหม่ในอนาคตที่อาจจะยังคงประมาทกับสถานการณ์ประมาทต่อศักยภาพของบัณฑิตจากประเทศเพื่อนบ้าน
* นักศึกษารุ่นใหม่ซึมซับค่านิยมใหม่ ๆ
ที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพด้านการเรียนรู้ของตนเอง
ไม่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันที่ดีในสังคม เช่น รักเสรีภาพ
มีความเป็นปัจเจกชนสูง
แสดงออกซึ่งภาวะอารมณ์อย่างขาดความยับยั้งชั่งใจ เรียนเพื่อรวย
ขาดความรับผิดชอบในตนเองที่มากพอ ฯลฯ
ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการใช้ชีวิตภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต
นักศึกษารุ่นใหม่ควรเตรียมตนเองอย่างไร
ก่อนไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558
การเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียน
ชี้ว่าสังคมไทยในอนาคตจะมีความเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่องที่กระทบต่อวิถีชีวิตที่เคยดำเนินมาในอดีต
นักศึกษาจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเรียนรู้ ปรับตัวและเตรียมการ
(Adapability and Preparation)
ประเด็นที่นักศึกษารุ่นใหม่ควรต้องเตรียมตนเอง
เพื่อทำให้ตนเองมีความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต เช่น
*
ควรให้ความสนใจและตระหนักผลที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการรวมตัวของประเทศต่าง
ๆ สู่ประชาคมอาเซียน ทั้งในเชิงประโยชน์ที่ได้รับและข้อควรระวัง
ดังนั้นการติดตามข้อมูล
ข่าวสารความเคลื่อนไหวของประเทศเพื่อนบ้านเป็นสิ่งจำเป็น
เพราะจะนำไปสู่ความเท่าทัน การปรับตัว
เตรียมการมิใช่รอให้ผลเกิดขึ้นก่อนจึงค่อยปรับตัว
ซึ่งอาจจะทำให้เราไม่ทันการ
* การเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียน
ทำให้สังคมยุคใหม่จะสะท้อนความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมเพิ่มมากขึ้น
การเรียนรู้ของนักศึกษายุคใหม่
จึงจำเป็นต้องปรับทั้งกระบวนการเรียนรู้
ปรับทัศนคติที่จะต้องตระหนักถึงความเป็นชาติและการดำรงคงอยู่ของรัฐไทยเพิ่มมากขึ้น
* ปรับกระบวนทัศน์การเรียนรู้
การเรียนรู้ในยุคใหม่ควรเป็นไปอย่างมีเป้าหมาย
อย่างคนรู้เท่าทันสถานการณ์
การเรียนควรเป็นไปเพื่อสะสมความรู้และประสบการณ์
รู้จักที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มในตนเองทำให้ตนเป็นคนมีศักยภาพรอบด้าน
(ทั้งทางการเรียนรู้ การเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ การสื่อสาร
การมีวินัยในตนเอง การมีภาวะผู้นำ ฯลฯ )
เพราะคู่แข่งในอนาคตมิใช่คนไทยด้วยกันเท่านั้น
แต่เป็นคนต่างชาติต่างวัฒนธรรมที่จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
แนวคิดที่ควรจะเสริมสร้างในตนเอง คือ
ทำให้ตนเองสามารถทำงานได้ทั่วอาเซียน
นอกจากนี้การเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียน
สอนเราว่าเราต้องมีนิสัยเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะสังคมแห่งอนาคตเป็นสังคมใหม่ที่เราไม่เคยชิน
เนื่องจากแตกต่างจากอดีตที่ผ่านมา ความรู้เพื่อการดำรงตนให้อยู่รอด
ให้อยู่อย่างมีความสุข
เป็นสิ่งที่เราต้องแสวงหา
*
นักศึกษารุ่นใหม่จำเป็นต้องตระหนักถึงความเป็นชาติและความดำรงอยู่ของรัฐชาติ
ทบทวนและพิจารณาค่านิยมของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน
ที่ให้ความสำคัญต่อความสุขสบายส่วนตัว ไม่สนใจกิจกรรมเพื่อสังคม
และขาดความรู้ ความสนใจในความเป็นไปของบ้านเมือง
หากนักศึกษารุ่นใหม่ยังคงซึมซับ รับเอาค่านิยมเหล่านี้ไว้
การดำรงรักษาความเป็นชาติจะยังคงเป็นที่พึ่งที่หวังได้หรือไม่
* พัฒนาความเป็นคนมีวินัย
มุ่งเน้นความสามารถในการดำเนินชีวิตภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม
ควรพัฒนาการเรียนรู้วินัยที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม คือ
แสดงออกซึ่งการเคารพศักดิศรีความเป็นมนุษย์เป็น
เคารพความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมเป็น
ความมีวินัยนอกจากจะเป็นปัจจัยเอื้อต่อการเสริมสร้างโอกาสการมีงานทำแล้ว
ยังส่งผลต่อการเสริมสร้างความสงบสุขในภูมิภาคอีกด้วย
* สร้างความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
ควรพัฒนาตนเองให้แน่ใจได้ว่า สามารถที่จะทำงานกับผู้คนต่างวัฒนธรรมได้
ซึ่งถือเป็นศักยภาพที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา
*
เรียนรู้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งในด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างกัน
การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในอดีตสอนให้เรารักชาติบนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
หากเข้าใจว่าทุกวัฒนธรรมล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อคนในแต่ละสังคม
การมีมุมมองต่อประเทศเพื่อนบ้านจะนำไปสู่ความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น
* สร้างโอกาสเรียนรู้ภาษาประเทศ
ต้องเพิ่มทักษะทางด้านภาษาอังกฤษให้มากขึ้น ให้สามารถสื่อสารได้
เพราะปัจจุบันการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต ติดต่อประสานงานทางธุรกิจ
ถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้ ยิ่งรู้มาก
ยิ่งเพิ่มศักยภาพให้กับตัวเอง
สามารถติดต่อเชื่อมโยงกันได้กับประเทศเพื่อนบ้านและถึงภาษาอังกฤษจะเป็นภาษากลางของอาเซียน
แต่ทิศทางในอนาคตภาษาจีนจะมีความสำคัญสูงจึงควรให้ความสนใจในการศึกษาภาษาจีนเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ควรสร้างโอกาสการเรียนรู้ภาษาประเทศเพื่อนบ้าน
เพื่อสร้างโอกาสให้ตนเองสามารถทำงานในประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย
สรุป
การรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน ภายใต้คำขวัญ “อาเซียนรวมตัวกันเป็นหนึ่ง” ภายในปี พ.ศ.
2558
หากพิจารณาอย่างรอบด้านจะพบว่ามีทั้งผลดีหลายประการและผลกระทบที่น่าเป็นห่วงต่อสังคมและคนไทย
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคนไทยให้ความสำคัญและเตรียมการในเรื่องนี้มากน้อยเพียงใดประเด็นที่ควรให้ความสนใจ
คือ
นักศึกษารุ่นใหม่จะมองเห็นและตระหนักในสถานการณ์ประชาคมอาเซียนเพียงใด
ถ้าหากนักศึกษาตระหนัก ปรับตัวและเตรียมการ ก็เชื่อได้แน่ว่า
ประเทศไทยต้องมีอนาคตที่สดใส
แต่หากนักศึกษารุ่นใหม่ขาดความตระหนักและไม่เตรียมการ
นอกจากจะส่งผลต่อตัวนักศึกษาเองแล้ว
ยังอาจส่งผลต่อความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของประเทศและของประชาคมอาเซียนอีกด้วย
นักศึกษาใหม่ 2554 จึงต้องเรียนรู้และวางเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน
เพื่อให้ตนเองมีความพร้อมต่อการที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
เพราะทันทีที่นักศึกษารุ่นนี้สำเร็จการศึกษาก็จะตรงกับช่วงเวลาที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนทันที
4 ปีจากนี้ไปจึงเป็น 4
ปีที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา
2554
เอกสารบทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อหาภาพอนาคตที่จะเกิดขึ้นต่อนักศึกษา
เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การคิดต่อ คิดตาม
และร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนาตนเองของนักศึกษาต่อไปในอนาคต
หมายเหตุ เอกสารฉบับนี้สามารถเผยแพร่ได้ในสถาบันอุดมศึกษาภายใต้ชื่อ "คณะอนุกรรมการพัฒนานิสิตนักศึกษานอกชั้นเรียน เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาเขตภาคกลางเพื่อพัฒนาบัณฑิตอุดมคติ "
ขอบคุณพระอาจารย์ดร.มหาหรรษาและคุณแก้วที่แวะเวียนมาอ่านและให้ดอกไม้ค่ะ
เสิชหาข้อมูลก็มาเจอหน้าที่ เพิ่งรู้ว่า อ. น้องเดียร์เคยเขียนเรื่องนี้ไว้ด้วย ไม่งั้นขอคำปรึกษานานแล้ว อยู่ทางนั้น หวังว่าคงสบายดีนะน้อง