ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี

“ถ้ารู้ธรรมะพระพุทธเจ้าอาตมาคงไม่ติดคุก2”

โสภณ เปียสนิท

...................................................

 

“พ่อเห็นด้วยที่รักเกรียนติจะอยู่ร่วมกับท่านมนตรี สร้างพรรคกิจสังคมต่อไป ถือว่าเป็นคนกตัญญูรู้บุญคุณคน จะทำให้ได้รับความสำเร็จทางการเมืองต่อไปในภายหน้า” เป็นคำกล่าวที่เน้นความกตัญญูที่พระสอนว่า “เป็นเครื่องหมายของคนดี” คุณรักเกียรติจึงเป็นพยานยืนยันได้ว่า หลักคุณธรรมเรื่องความกตัญญูกตเวทีที่พระสอนนั้นเป็นความจริง

 

                และยังยืนยันเพิ่มเติมอีกว่า “คำกล่าวที่ชาวบ้านพูดกันว่า เลือกตั้งทีต้องสะสมกระสุนไว้ยิงนั้น เป็นความจริง” สะท้อนระบบเลือกตั้ง ส.ส. ของประเทศไทย จากมุมมองของนักเลือกตั้งตัวจริงเสียงจริงว่า มีพัฒนาการไปทางด้านลบ ถึงวันนี้การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องใช้เงินครั้งละจำนวนมาก “พรรคการเมืองจะออกรบก็ต้องเตรียมกระสุนดินดำ คือเตรียมเงิน เตรียมทุนให้ลูกพรรคไปใช้หาเสียง เพื่อให้ชนะเลือกตั้งพรรคที่มีความพร้อมก็จะได้ สส.จำนวนมาก” คุณรักเกียรติไม่ได้พูดแบบลอยๆ แต่ยกตัวเป็นอุปกรณ์เพื่อยืนยันให้เห็นเด่นชัด “อย่างเมื่อปี 2526 อาตมาได้เงินจากพรรค 100,000 บาท”

                ยังไม่เพียงพอ แถมด้วยยืนยันให้หนักแน่นมากยิ่งขึ้น “ต่อมาปี พ.ศ. 2529 พรรคเริ่มมีการแบ่งเกรดผู้สมัคร คือถ้าเป็น ส.ส.เกรดเอ ลงสมัครเลือกตั้งแล้วได้แน่ๆ พรรคจ่ายเงินสนับสนุน 2.5 ล้านบาท” มีเหตุผลประกอบด้วยว่า ที่ท่านผู้แทนต้องทำเช่นนั้นด้วยเหตุผลอะไร “นี่คือความจำเป็นของการใช้เงินหาเสียงเลือกตั้ง เป็นค่าใช้จ่ายทางการเมืองที่พรรคต้องหาเงินมาสนับสนุนผู้สมัคร เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการบริหารประเทศ”

 

เหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองพลิกผันไปในทางเลยร้ายมากยิ่งขึ้น เพราะมีสถานการณ์ที่ “เรียกว่าเป็นบล็อกโหวต เพราะอยู่ในพรรคที่เขาเลี้ยงดูจะแหกคอกไม่ได้” ผู้แทนฯหลายราย แม้ต้องการจะคัดค้านกับมติพรรคการเมือง แต่ไม่อาจทำได้ เพราะอาจถูกไล่ออกจากพรรค หรือไม่ส่งเข้ารับการเลือกตั้งอีก