๗๓๑.เรื่องคล้ายกัน

 

         วันนี้ได้ติดตามอ่านบันทึกได้ความรู้และข้อคิดมากมาย  หลายเรื่องเคยมีประสบการณ์เช่นเดียวกัน   จึงอยากจะนำมาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม  ในหน้าบันทึกของตนเอง  บันทึกนี้  เป็นถนนที่ฉันมีความมีคุ้นเคยเป็นอย่างดี  เพราะใช้เดินทางมากว่า ๒๐ ปี  ในการไปโรงเรียนทั้งเช้าและกลับ  

 

           จากการเล่าของเจ้าของบันทึก  ฉันขอยืนยันด้วยความจริงว่า  ระหว่างนั้นจะเป็นทางโค้งคดเคี้ยวและกำลังจะขึ้นเขา  ซึ่งพวกเราที่เดินทางไปทำงานบนเส้นทางนี้นิยมเรียกกันว่า "โค้งแรก" จะมีเส้นทึบเขตห้ามแซงตลอด   เป็นระยะทางประมาณ ๓ กม.  

 

       "เอ๊ะอ๊ะเรียกประกัน"   ฉันมีประสบการณ์จริงว่า  ครั้งหนึ่งนั่งอ่านหนังสือคอยเพื่อนอยู่ในรถ  สถานที่มีป้ายจอดรถ  และรถยังติดเครื่องอยู่   ไม่นานนักได้ยินเสียงโครมและรู้สึกว่ารถสะเทือนไปทั้งคัน   จึงลงไปดู  

 

         พบว่ามีผู้ถอยรถกระบะนิสสันสีน้ำเงินมาชนท้ายรถของฉันด้านคนขับ  ไฟท้ายแตกท้ายด้านขวายุบเป็นรอยบุ๋ม   คนขับเป็นผู้ชายยังไม่ได้พูดอะไร  แต่ชายอีกคนมาดนักเลงที่นั่งมาด้วยลงมา  โวยมากกว่าพูดเป็นภาษามนุษย์ว่า  "รถผมมีประกัน  คุณไม่ต้องตกใจ  ประกันของผมรับผิดชอบเต็มที่  คุณขับรถไปที่อู่...นี้เลย  เพื่อนผมเป็นเจ้าของอู่อีกด้วย  ฝีมือดี" 

 

           ฉันปฏิเสธและบอกเขาว่าจะนำรถไปซ่อมที่ศูนย์โตโยต้า  เขาตอบมาอย่างรุนแรงว่า  "ถ้าไปซ่อมที่ศูนย์ ฯ ผมสู้ราคาไม่ไหวมันแพง  รถราคาคันเป็นล้านเขายังซ่อมที่อู่นี้ได้เลย"  เพราะเขาสังเกตว่ารถของฉันไปถึงได้แค่ร้าน  แต่ราคาไม่ถึงล้านนั่นเอง  

 

         นอกจากนั้น   เขาได้ล้วงกระเป๋าส่งแผ่นเล็ก ๆ มาให้บอกว่า "ผมเป็นนักการเมืองนะ"   เมื่อฉันรับบัตรมาดูปรากฏว่าไม่ใช่นามบัตรแต่เป็นใบใช้สำหรับหาเสียง  ของคณะนักการเมืองระดับตำบล    ส่วนคนขับท่าทางตกใจจึงไม่พูดอะไรเลย

 

         เมื่อเขาเงียบลง  ฉันถามเขาว่า "คุณพูดจบหรือยังคะ  และคุณคิดว่าฉันควรจะทำอะไร   ที่จริงนะฉันแค่อยากจะบอกคุณว่ารถของฉันก็มีประกัน  คุณไม่ต้องเป็นห่วง  และฉันต้องการคำพูดสั้น ๆ จากคุณว่า เสียใจและขอโทษ  มากกว่าการพูดฉอด ๆ เหมือนฉันเป็นฝ่ายผิด  รถฉันจะราคาเท่าไรแต่มันเป็นสิทธิของฉันว่าจะนำไปซ่อมที่ไหน

           ฉันเคยได้ยินเช่นนี้บ่อยมากเกี่ยวกับการเรียกประกัน  แทนที่จะแสดงความห่วงหาอาทร  แสดงความเสียใจ  และแสดงความรับผิดชอบอย่างผู้มีน้ำใจ   มีจิตสำนึกของความเป็นคนที่อยู่บนโลกใบเดียวกัน

 

         ส่วนเรื่องแบบนี้ เกี่ยวกับความสามารถของโทรศัพท์มือถือสมัยใหม่   ครั้งหนึ่งไปจัดค่ายฯ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง  ฉันทราบมาว่าพื้นที่นั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์   แต่ฉันเห็นนักเรียนมือมือถือ  ภายหลังทราบจากครูว่า "นักเรียนใช้ฟังเพลงและถ่ายภาพ" เท่านั้น  เทคโนโลยีสมัยใหม่ตามไม่ทันจริง ๆ   แม้ไม่ใช้ในการโทรศัพท์ก็ทำอย่างอื่นได้

 

         นานหลายปีแล้ว  มีเรื่องคล้ายกับเรื่องนี้  สมัยที่มีการใช้โทรศัพท์ระบบคลื่น ๘๐๐ หรือระบบคลื่น  ๙๐๐  จดทะเบียนและจ่ายค่าโทรเป็นรายเดือน  ในอัตราค่าโทรนาทีละ ๘ บาท 

 

         ฉันถูกเรียกเก็บค่าโทรศัพท์ประจำเดือนถึง   ๖๕๐๐  บาท  มีบัญชีรายการโทรปรากฏในใบแจ้งหนี้   แต่ฉันไม่จ่าย  เพราะไม่ได้โทร  จะขอปิดก็ไม่ได้  ถ้าจะปิดต้องจ่ายตามเรียกเก็บก่อน  แม้ว่าจะไม่ใช้ก็ถูกบังคับให้จ่ายเดือนละ ๕๐๐  บาท   จึงแก้ปัญหาโดยเปลี่ยนไปใช้ระบบอื่น   ตอนนั้นยังไม่มีซิมเหมือนปัจจุบัน และจะมีการแจ้งเตือนบ่อย ๆ ว่าจะดำเนินคดีเอาผิดหากไม่ชำระ  ภายหลังก้เงียบไป

 

         อีกเหตุการณ์หนึ่ง  โทรศัพท์บ้านแทบจะไม่ได้ใช้  นอกจากนาน ๆ มีคนโทรผิดเบอร์เข้ามาเสียมากกว่า   มีใบแจ้งหนี้เข้ามาเดือนแรก  ๘๔๐๐ บาท   และหลังจากนั้นก่อนที่จะขอรหัสล็อค   ประมาณครึ่งเดือนเป็นการเรียกเก็บอีก   ๓๒๐๐  บาท 

 

         แบบเดียวกัน  เจ้าหน้าที่อ้างว่าบ้านฉันเล่นเน็ตมาก  ซึ่งเน็ตตอนนั้นจ่ายเป็นแพ็คเก็จ  สังเกตว่าบางวันมีการพูดโทรศัพท์  ๓๐๐  นาที ประมาณว่าเป็นสำนักงานหรือบริษัท  ฉันไม่ได้พูดอะไรมากมาย เพียงแต่บอกเจ้าหน้าที่ว่า "หากจะให้จ่าย  ขอความกรุณาให้ฉันพึ่งอำนาจจากศาลดีกว่า"  หมายความว่าให้เขาฟ้องนั่นเอง

 

         ความจริงเป็นดังนี้  เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ไปยังหมายเลยปลายทางที่ระบุในใบแจ้งหนี้  ปรากฏว่าปลายสายไม่รู้จักฉัน  ทั้งสองกรณี  มีหลายรายเหมือนกันที่โดนแบบนี้แต่เขาจ่ายเพราะถูกขู่นั่นเอง   และเลิกใช้ไป  ฉันก็ถูกขู่แต่ไม่กลัว  หากถูกฟ้องร้องก็ต้องมีการสืบและสอบสวนติดตามข้อเท็จจริง เพราะศาลมีชื่อว่า "ศาลสถิตย์ยุติธรรม"  อีกอย่างในความจริงเรื่องของโทรศัพท์บ้านก็แทบจะไม่ได้ใช้อยู่แล้ว

 

         บันทึกนี้เขียนได้เพราะ  ได้แรงใจจากเพื่อนที่มาเม้นท์บอกว่า  ให้ช่วยกันเขียนเรื่องเล่าเพื่อให้สังคมของเรามีการแลกเปลี่ยนมากขึ้น   วันนี้ตอนหัวค่ำไปงานเลี้ยงญาติประสบความสำเร็จในหน้าที่ทางธุรกิจ  จึงเก็บเรื่องที่อ่านมาเขียนเล่าดังว่า 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คิม นพวรรณ



ความเห็น (22)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ'คิม'

แวะมาอ่านบันทึกดีๆ

เป็นคนหนึ่งที่ยกเลิกโทรศัพท์บ้านค่ะ

 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่เล่าให้ฟังค่ะพี่คิม...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณคิม

เคยเจอทั้งเรื่องรถชน ทั้งเรื่องโทรศัพท์มือถือค่ะ แสดงว่าเจอกันทั่วหน้า มิน่าบริษัทนี้ถึงรวยจัง

เขียนเมื่อ 

ตื่นเต้นดีชีวิตพี่คิม

อิ..อิ..อิ...พี่เรา

เมื่อวานขึ้นบันทึก "เขียนไม่ออก"

วันนี้ เขียนออก   และก็คงจะออกสู่สายตาอีกหลายบันทึก  5555555555+

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ พี่คิม

ชอบอ่าน และเรื่องเล่า ได้ความรูทั้งเป็นอุทาหรณ์สอนใจค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สู้ไม่ถอยเลยนะคะสำหรับความไม่ยุติธรรม..ให้กำลังใจค่ะ..

..มีภาพขำๆมาฝาก.(สว.อย่างพี่ใหญ่ชอบสะสมไว้ดูเล่น..)

      

ภาพจาก internet

เขียนเมื่อ 

ตามมาเป็นกำลังใจให้ นักสู้ตัวจริง

ครูอย่างเราต้องเอาประสบการณ์มาเป็นบทเรียนเพื่อสอนลูกหลาน นี่แหละ เราต้องสอนทักษะชีวิตให้ลูกศิษย์ทุกคนแกร่งด้วยคุณค่าของความเป็นคนที่นอกเหนือจากความรู้คือความดี น๊ะคูคิม

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะดร. พจนา - แย้มนัยนา

มีคนเล่าให้ฟังเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ค่าโทรศัพท์บ้านขึ้นเหมือนกันค่ะ  ก็เนื่องมาจากการทุจริตของคนบางคน  เช่นการแอบพ่วงสายบ้าง  การทำซับซ้อนกว่านี้จากผู้ชำนาญการก็มีค่ะ

ปัจจุบันโทรศัพท์บ้านแทบไม่มีความสำคัญแล้วนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณหนูรี

เรื่องจริงจากประสบการณ์ชีวิต   และสังคมปัจจุบันที่ควรเล่าแบ่งปัน  เพื่อป้องกันหากปัญหาเกิดขึ้นกับเราบ้างนะคะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณแก้ว

เชื่อเถอะนะคะ  หากเราเป็นผู้บริสุทธิ์จริง  ไม่ต้องยอมและมั่นใจอย่ากลัวจนเกินเหตุค่ะ  ไม่เช่นนั้นเขาจะฉกฉวยโอกาสกับคนอีกมากมาย
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ผอ.พรชัย

พี่คิมไม่ตื่นเต้นค่ะ  เรื่องธรรมดา   และสังคมวุ่นวายทุกวันนี้เพราะมีคนกลัวและยอมอ่อนข้อ  ไม่ต่อสู้  อย่างน้อยก็นึกถึงสังคม 

การตัดใจยอมเป็นการทำเพื่อตัวเองให้พ้นจากความรำคาญแต่สังคมเสียหายค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะน้องอิงจันทร์ ณ กระท่อมอิงจันทร์

ถ้าใจไม่เต็มร้อย ก็งั้น ๆ นะคะ วันนี้แวะมาตอบเม้นท์ กะว่าจะเขียนสักเรื่องสั้น ๆ คงไม่เป็นอุปสรรคกับระบบนะคะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

 

สบายดีไหมคะ   เรื่องเล่าจากประสบการณ์   ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา  บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องมากเรื่องมากปัญหา 

แต่เราไม่แน่ใจว่ามันจะเกิดกับคนอื่นอีกหรือไม่   เรื่องนี้พี่คิมต่อยอดมาจากบันทึกที่อ้างค่ะ  ถือว่าเป็นปัญหาสังคม

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ

ถ้าสำหรับตนเองก็ผ่านไป  โดยไม่ต้องเล่าใช่ไหมคะ  หากเห็นว่าน่าจะปกป้องสังคมหรือต่อสู้เพื่อประโยชน์ของสังคม   ก็น่าจะดีกว่าอยู่เฉย ๆ หรือปล่อยเลยตามเลย

หวังว่าพี่ใหญ่คงสบายดีนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่านTodsapol

ทักษะชีวิต  และความอดทน  รวมทั้งการต่อสู้เพื่อฟื้นฟูสังคมให้ดีขึ้น  เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องนำมาใช้ในชีวิตจริงค่ะ

ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • อ่านแล้วนึกถึงตัวเองค่ะ
  • เคยโดนแบบนี้ค่ะ ไม่ยอมให้เราไปซ่อมที่อู่ที่ต้องการ แต่เป็นประกันนะที่ไม่ยอม
  • สุดท้ายอู่ที่ให้ไปช่อมเอาสีโปะๆทับรอย อยู่มาไม่นานก็ร่อนกระเทาะออกมา
  • สรุปปีต่อไป รถคันต่อไป ทั้งของตัว ของญาติพี่น้อง ไม่ใช้ประกันบริษัทนี้อีกเลย ค่ะ
  • สบายดีนะคะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณลำดวน

เคยได้ยินเหมือนกันค่ะ   ทางเลือกที่ดีที่สุดคือศูนย์รถดีกว่าค่ะ  

บริษัทประกันก็เลือกที่พนักแนะนำให้ดีกว่านะคะ

หวังว่าคุณลำดวนคงสบายดีนะคะ  คิดถึงค่ะ

สวัสดีครับคุณครูคิม กระผมเพิ่งมีโอกาสเข้าเนต และตามครูเข้ามานั่งอ่านดู อ่านแล้วก็กระหยิ่มในใจครับ ถ้าใครยังไม่รู้จักครูคิมแบบสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ขอบอกว่า ครูคิมของเรานี่ ไม่ประหวั่นยำเกรงต่อสิ่งใด ใครที่ว่าแน่ เจอครูคิมเป็นหงายหลัง

อ่านบันทึกของครู ก็ดีใจมากครับที่เป็นยอดแม่ครูนักสู้ในดวงใจอย่างแท้แท้ ครับ

เขียนเมื่อ 

คิดถึงพี่คิมค่ะ..

เข้ามาเยี่ยมคุณรูคิม ครับ

เข้ามาเยี่ยมคุณครูคิมครับ