วันนี้ได้ติดตามอ่านบันทึกได้ความรู้และข้อคิดมากมาย  หลายเรื่องเคยมีประสบการณ์เช่นเดียวกัน   จึงอยากจะนำมาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม  ในหน้าบันทึกของตนเอง  บันทึกนี้  เป็นถนนที่ฉันมีความมีคุ้นเคยเป็นอย่างดี  เพราะใช้เดินทางมากว่า ๒๐ ปี  ในการไปโรงเรียนทั้งเช้าและกลับ  

 

           จากการเล่าของเจ้าของบันทึก  ฉันขอยืนยันด้วยความจริงว่า  ระหว่างนั้นจะเป็นทางโค้งคดเคี้ยวและกำลังจะขึ้นเขา  ซึ่งพวกเราที่เดินทางไปทำงานบนเส้นทางนี้นิยมเรียกกันว่า "โค้งแรก" จะมีเส้นทึบเขตห้ามแซงตลอด   เป็นระยะทางประมาณ ๓ กม.  

 

       "เอ๊ะอ๊ะเรียกประกัน"   ฉันมีประสบการณ์จริงว่า  ครั้งหนึ่งนั่งอ่านหนังสือคอยเพื่อนอยู่ในรถ  สถานที่มีป้ายจอดรถ  และรถยังติดเครื่องอยู่   ไม่นานนักได้ยินเสียงโครมและรู้สึกว่ารถสะเทือนไปทั้งคัน   จึงลงไปดู  

 

         พบว่ามีผู้ถอยรถกระบะนิสสันสีน้ำเงินมาชนท้ายรถของฉันด้านคนขับ  ไฟท้ายแตกท้ายด้านขวายุบเป็นรอยบุ๋ม   คนขับเป็นผู้ชายยังไม่ได้พูดอะไร  แต่ชายอีกคนมาดนักเลงที่นั่งมาด้วยลงมา  โวยมากกว่าพูดเป็นภาษามนุษย์ว่า  "รถผมมีประกัน  คุณไม่ต้องตกใจ  ประกันของผมรับผิดชอบเต็มที่  คุณขับรถไปที่อู่...นี้เลย  เพื่อนผมเป็นเจ้าของอู่อีกด้วย  ฝีมือดี" 

 

           ฉันปฏิเสธและบอกเขาว่าจะนำรถไปซ่อมที่ศูนย์โตโยต้า  เขาตอบมาอย่างรุนแรงว่า  "ถ้าไปซ่อมที่ศูนย์ ฯ ผมสู้ราคาไม่ไหวมันแพง  รถราคาคันเป็นล้านเขายังซ่อมที่อู่นี้ได้เลย"  เพราะเขาสังเกตว่ารถของฉันไปถึงได้แค่ร้าน  แต่ราคาไม่ถึงล้านนั่นเอง  

 

         นอกจากนั้น   เขาได้ล้วงกระเป๋าส่งแผ่นเล็ก ๆ มาให้บอกว่า "ผมเป็นนักการเมืองนะ"   เมื่อฉันรับบัตรมาดูปรากฏว่าไม่ใช่นามบัตรแต่เป็นใบใช้สำหรับหาเสียง  ของคณะนักการเมืองระดับตำบล    ส่วนคนขับท่าทางตกใจจึงไม่พูดอะไรเลย

 

         เมื่อเขาเงียบลง  ฉันถามเขาว่า "คุณพูดจบหรือยังคะ  และคุณคิดว่าฉันควรจะทำอะไร   ที่จริงนะฉันแค่อยากจะบอกคุณว่ารถของฉันก็มีประกัน  คุณไม่ต้องเป็นห่วง  และฉันต้องการคำพูดสั้น ๆ จากคุณว่า เสียใจและขอโทษ  มากกว่าการพูดฉอด ๆ เหมือนฉันเป็นฝ่ายผิด  รถฉันจะราคาเท่าไรแต่มันเป็นสิทธิของฉันว่าจะนำไปซ่อมที่ไหน

           ฉันเคยได้ยินเช่นนี้บ่อยมากเกี่ยวกับการเรียกประกัน  แทนที่จะแสดงความห่วงหาอาทร  แสดงความเสียใจ  และแสดงความรับผิดชอบอย่างผู้มีน้ำใจ   มีจิตสำนึกของความเป็นคนที่อยู่บนโลกใบเดียวกัน

 

         ส่วนเรื่องแบบนี้ เกี่ยวกับความสามารถของโทรศัพท์มือถือสมัยใหม่   ครั้งหนึ่งไปจัดค่ายฯ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง  ฉันทราบมาว่าพื้นที่นั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์   แต่ฉันเห็นนักเรียนมือมือถือ  ภายหลังทราบจากครูว่า "นักเรียนใช้ฟังเพลงและถ่ายภาพ" เท่านั้น  เทคโนโลยีสมัยใหม่ตามไม่ทันจริง ๆ   แม้ไม่ใช้ในการโทรศัพท์ก็ทำอย่างอื่นได้

 

         นานหลายปีแล้ว  มีเรื่องคล้ายกับเรื่องนี้  สมัยที่มีการใช้โทรศัพท์ระบบคลื่น ๘๐๐ หรือระบบคลื่น  ๙๐๐  จดทะเบียนและจ่ายค่าโทรเป็นรายเดือน  ในอัตราค่าโทรนาทีละ ๘ บาท 

 

         ฉันถูกเรียกเก็บค่าโทรศัพท์ประจำเดือนถึง   ๖๕๐๐  บาท  มีบัญชีรายการโทรปรากฏในใบแจ้งหนี้   แต่ฉันไม่จ่าย  เพราะไม่ได้โทร  จะขอปิดก็ไม่ได้  ถ้าจะปิดต้องจ่ายตามเรียกเก็บก่อน  แม้ว่าจะไม่ใช้ก็ถูกบังคับให้จ่ายเดือนละ ๕๐๐  บาท   จึงแก้ปัญหาโดยเปลี่ยนไปใช้ระบบอื่น   ตอนนั้นยังไม่มีซิมเหมือนปัจจุบัน และจะมีการแจ้งเตือนบ่อย ๆ ว่าจะดำเนินคดีเอาผิดหากไม่ชำระ  ภายหลังก้เงียบไป

 

         อีกเหตุการณ์หนึ่ง  โทรศัพท์บ้านแทบจะไม่ได้ใช้  นอกจากนาน ๆ มีคนโทรผิดเบอร์เข้ามาเสียมากกว่า   มีใบแจ้งหนี้เข้ามาเดือนแรก  ๘๔๐๐ บาท   และหลังจากนั้นก่อนที่จะขอรหัสล็อค   ประมาณครึ่งเดือนเป็นการเรียกเก็บอีก   ๓๒๐๐  บาท 

 

         แบบเดียวกัน  เจ้าหน้าที่อ้างว่าบ้านฉันเล่นเน็ตมาก  ซึ่งเน็ตตอนนั้นจ่ายเป็นแพ็คเก็จ  สังเกตว่าบางวันมีการพูดโทรศัพท์  ๓๐๐  นาที ประมาณว่าเป็นสำนักงานหรือบริษัท  ฉันไม่ได้พูดอะไรมากมาย เพียงแต่บอกเจ้าหน้าที่ว่า "หากจะให้จ่าย  ขอความกรุณาให้ฉันพึ่งอำนาจจากศาลดีกว่า"  หมายความว่าให้เขาฟ้องนั่นเอง

 

         ความจริงเป็นดังนี้  เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ไปยังหมายเลยปลายทางที่ระบุในใบแจ้งหนี้  ปรากฏว่าปลายสายไม่รู้จักฉัน  ทั้งสองกรณี  มีหลายรายเหมือนกันที่โดนแบบนี้แต่เขาจ่ายเพราะถูกขู่นั่นเอง   และเลิกใช้ไป  ฉันก็ถูกขู่แต่ไม่กลัว  หากถูกฟ้องร้องก็ต้องมีการสืบและสอบสวนติดตามข้อเท็จจริง เพราะศาลมีชื่อว่า "ศาลสถิตย์ยุติธรรม"  อีกอย่างในความจริงเรื่องของโทรศัพท์บ้านก็แทบจะไม่ได้ใช้อยู่แล้ว

 

         บันทึกนี้เขียนได้เพราะ  ได้แรงใจจากเพื่อนที่มาเม้นท์บอกว่า  ให้ช่วยกันเขียนเรื่องเล่าเพื่อให้สังคมของเรามีการแลกเปลี่ยนมากขึ้น   วันนี้ตอนหัวค่ำไปงานเลี้ยงญาติประสบความสำเร็จในหน้าที่ทางธุรกิจ  จึงเก็บเรื่องที่อ่านมาเขียนเล่าดังว่า