เครื่องจักสานในวิถีชีวิตไทย

  

             เครื่องจักสานในวิถีชีวิตไทย   

     นับพันปีมาแล้ว ที่มนุษย์ได้รู้จักวิธีการนำวัตถุดิบที่อยู่ใกล้ตัว มาดัดแปลงเป็นสิ่งของเครื่องใช้ จากขั้นตอนที่ง่ายจนวิวัฒนาการสู่ความละเอียดอ่อน ประณีตงดงามในเชิงศิลปะและประโยชน์ใช้สอย จนสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี และสืบทอดมาจนปัจจุบัน กรรมวิธีดังกล่าว ช่วยให้มนุษย์ได้ผลิตสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก เราเรียกสิ่งประดิษฐ์นั้นว่า “หัตถกรรม” อันหมายถึง การสร้างสิ่งของเครื่องใช้ด้วยมือ เครื่องมือ ภูมิปัญญา เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวัน และถ้าสิ่งประดิษฐ์นั้นมีค่ามากกว่าการใช้สอย โดยรวมความงาม เน้นให้เห็นถึงการสร้างสรรค์ ประณีตงดงามเป็นความละเอียดอ่อนในทางศิลปะ เรามักเรียกสิ่งประดิษฐ์นั้นว่า “ หัตถกรรมศิลป์  

เครื่องจักสานถือได้ว่าเป็นแขนงหนึ่งในงานหัตถกรรมและหัตถกรรมศิลป์ ที่ได้ทำหน้าที่รับใช้มนุษย์มานานนับพันปีเช่นเดียวกัน จนปัจจุบันเครื่องจักสานก็ยังคงทำหน้าที่ไม่น้อยกว่ายุคสมัยที่ผ่านมา พร้อมกับการพัฒนาวิธีการผลิต รูปแบบและการตลาด จนสามารถกระจายแพร่หลายอย่างทั่วถึงทั้งในและต่างประเทศ จนสามารถเป็นสินค้าออกที่เชิดหน้าชูตาได้ดีประเภทหนึ่ง เช่นการนำผักตบชวามาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ การนำเอาเสื่อจันทบูร มาตัดเย็บเป็นรูปทรงต่างๆ เป็นของชำร่วย จนถึงของใช้ เช่นกระเป๋าถือ และแฟ้มใส่เอกสาร รวมถึงงานที่ประณีตด้วยฝีมือ อย่างย่านลิเภา

เครื่องจักสาน คือ เครื่องใช้ที่ทำด้วยไม้ไผ่หรือหวาย จากฝีมือความคิด ภูมิปัญญาของชาวบ้านมีลักษณะรูปทรงแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ วัสดุอุปกรณ์คตินิยม และอาชีพของคนในท้องถิ่นนั้นๆ 

คำว่า “ จักสาน” คำว่า จัก คือ การทำให้เป็นแฉก เป็นหยักๆ ด้วยฟันเลื่อย หรืออีกวิธีการหนึ่ง การที่ชาวบ้านใช้คมมีดผ่าไม้ไผ่แล้วทำให้เป็นเส้นบางๆ วิธีการอย่างนี้ก็เรียกว่า จัก เช่นกัน ส่วนไม้ไผ่ หรือ หวาย ที่จักออกมาเป็นเส้นบางๆ นั้นเรียกว่า ตอก ถึงตอนนี้การที่ชาวบ้านนำตอกมาขัดกันจนเกิดลวดลายที่ต้องการ เราเรียกว่า สาน ต่อจากนั้นแล้วก็จะเป็นการสร้างสรรค์ให้เกิดรูปทรงต่างๆ จนท้ายที่สุดเป็นภาชนะสามารถนำไปใช้สอยได้ตามต้องการ        

ประวัติความเป็นมา

ภาพจิตรกรรมฝาผนังให้เห็นการใช้เครื่องจักสานในชีวิตสมัยโบราณ

 

   นักโบราณคดีได้ค้นพบหลักฐานว่า เมื่อประมาณ ๔๐๐๐ ปีมาแล้วมนุษย์ได้รู้จักวิธีการจักสานของใช้ด้วยไม้ไผ่ เป็นลักษณะลายขัดสองเส้น หลักฐานนี้ได้ค้นพบที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งถือเป็นดินแดนที่สำคัญในทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย หลักฐานการค้นพบเครื่องจักสานนี้นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังได้พบที่แอฟริกาและในทวีปเอเชียบางแห่ง บริเวณแหลมมลายู (ในยุคหิน) ได้ค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับเครื่องจักสานที่ทำด้วยไม้กองรวมอยู่กับของใช้ของผู้ตาย จึงสันนิษฐานว่าเครื่องจักสานได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวกับพิธีกรรมความเชื่อบางอย่างของมนุษย์ในยุคนั้นบ้างแล้ว ต่อมาเมื่อมนุษย์ได้มีการดำเนินชีวิตด้วยการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ จึงเป็นที่เชื่อได้ว่ามนุษย์ได้รู้จักพัฒนาการเครื่องจักสานให้เหมาะสมกับการใช้สอยขึ้นมาเรื่อยๆ ทั้งนี้เพราะการขยายตัวออกมาดำเนินชีวิตในที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำลำธารไหลผ่าน เพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีให้อย่างเหลือเฟือ สิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ก็คือ การหาเครื่องมือบางชนิดไว้ใช้สอยในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่วนใหญ่จะได้แก่เครื่องจับสัตว์ 

เครื่องจักสานเป็นเครื่องมือที่มนุษย์สามารถจะนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่ด้านประโยชน์ใช้สอยเท่านั้นที่มนุษย์พัฒนาขึ้น ความสวยงาม และ ความทนทานถาวร ก็เป็นปัจจัยที่มนุษย์ให้ความสำคัญ จากการที่มนุษย์รู้จักการใช้ยางพืชบางชนิดมาทา หรือยา เพื่อมิให้เกิดรอยรั่ว ซึ่งทำให้มีผลสองอย่าง คือ ความคงทนถาวรและประโยชน์ใช้สอยเพิ่มเติมคือการไปใส่น้ำ การใช้ภูมิปัญญาดังกล่าว มีมาแต่ครั้งสุโขทัย หรืออาจจะก่อนหน้านั้น ปัจจุบันเครื่องจักสานได้พัฒนาการไปมาก มีการประดิษฐ์คิดค้นทำให้ได้รูปแบบต่างๆ เครื่องจักสานเป็นสิ่งที่อยู่ควบคู่มากับสังคมกสิกรรมรับใช้ชีวิตมนุษย์ เป็นมรดกตกทอดมาจนทุกวันนี้และเชื่อว่าจะไม่สูญหายไปจากโลกนี้แน่นอน 

วัตถุดิบที่ใช้ในการทำเครื่องจักสาน

ภูมิประเทศเกือบทุกภาคของประเทศไทยล้วนเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีพืชพันธุ์นานาชนิดสามารถนำมาทำเครื่องมือเครื่องใช้ได้เป็นอย่างดีตัวอย่างวัสดุที่นำมาทำเครื่องจักสานได้ดีคือ

ไม้ไผ่ นำมาทำเครื่องใช้ในครัวเรือนได้เกือบทุกชนิด เช่นกระด้ง กระเชอ กระชอน สานเป็นเครื่องดักจับสัตว์น้ำเช่น ไซ ข้อง ฯลฯและ สานเป็นฝาเรือน ฝาบ้าน เป็นต้น

 ย่านลิเภา

เป็นพืชในจำพวกเถาวัลย์ ใช้สานเป็นเครื่องใช้ ใช้ผูกภาชนะแทนหวายและใช้มัดขอบภาชนะ เช่นกระด้ง กระเชอ ข้อง ไซ เป็นต้น ย่านลิเภายังสามารถนำมาสานเป็นเครื่องใช้ได้อย่างงดงามอีกด้วย เช่น กุบหมาก กุบยาเส้น กล่องใส่ของ และหมวก เป็นต้น

 หวาย

ขึ้นอยู่ทั่วไปทางภาคใต้ ใช้สานและผูกมัดคล้ายกับย่านลิเภา

 กระจูด

เป็นพืชที่ชอบขึ้นในที่น้ำขังเช่นกันปัจจุบันมีผู้ปลูกเป็นแปลงๆ เรียกว่า นากระจูด ก่อนนำมาใช้งานต้องนำไปแช่โคลนแล้วทุบให้แบน นิยมนำมาสานเสื่อ

 

คลุ้มและคล้า เป็นพืชที่ชอบขึ้นในที่น้ำขัง นำมาสานเป็นภาชนะของใช้ต่างๆ ได้

เครื่องมือสำหรับใช้ในการจักสาน

มีด มีดที่ใช้ในการจักสาน ถ้าเป็นมีดที่ใช้ในการตัดไม้จะเป็นมีดขนาดใหญ่มีสันหนา ๑/๒ – ๑ ซม. ยาวประมาณ ๔๐ ซม. หรือกว่านี้ก็ไม่มากนัก เรียกกันโดยทั่วไปว่า มีดโต้

 มีดโต้

มีดจักตอก เป็นมีดที่ใช้สำหรับจักตอก มีรูปทรงเรียวแหลม ขนาดเหมาะมือ คมบาง ชาวบ้านนิยมพกเป็นมีดประจำตัวด้วย 

เหล็กมาด มีสองชนิด เหล็กมาดปลายแหลม และ เหล็กมาดปลายแบน เหล็กมาดปลายแหลม

ใช้เจาะร้อยหวาย ส่วนปลายแบนใช้เจาะร้อยตอก 

คีมไม้ ใช้สำหรับคีบขอบกระจาด กระบุง หรือขอบอื่นๆ เพื่อให้แนบสนิมแล้วค้างไว้ด้วยหวายถักที่ด้ามคีม เพื่อประโยชน์ให้ผู้สานมัดหวายได้แน่น คีมไม้

รูร้อยหวาย ทำด้วยเหล็กเจาะเป็นรูตามขนาดที่ต้องการ ตั้งแต่เล็กไปจนใหญ่ใช้สำหรับนำหวายร้อยเพื่อลบคมหวายและทำให้ทุกเส้นมีขนาดเท่ากัน 

ลวดลายที่ใช้ในเครื่องจักสาน

   ลวดลายที่ใช้ในเครื่องจักสาน

 ๑.ลายพื้นฐาน

 ๒. ลายพัฒนา

 ๓. ลายประดิษฐ์

ลายพื้นฐาน หรือที่เรียกว่า ลายแม่บท มีกฎเกณฑ์ตายตัวแน่นอนคือ

 ลายขัด

  ๑.ลายขัด คือลายที่ยก ๑ ตอก ข่ม ๑ ตอกสลับกันเรื่อยไป ใช้สานกระสอบ ตะกร้า กระบุง ไซ ข้อง เป็นต้น

 ลายสอง

   ๒.ลายสองใช้สานกระชอน กระสอบ ฝาบ้านไม้ไผ่ ลายสองเป็นลายที่ประสมกับลายขัด ลายสามประดิษฐ์ แล้วประดิษฐ์เป็นลายที่มีชื่อว่า ลายลูกแก้ว ลายดีคว่ำ ลายดีหงาย ดาวล้อมเดือน ดาวกระจาย เป็นต้น

การสานเส้นที่ ๑ เริ่มจากตอก ๘ เส้นเป็นเส้นตั้ง ข้ามไป ๑ เส้น สานยกตอก ๒ เส้น ข้าม ๒ เส้น ยกตอก๒ เส้น ข้าม ๒ เส้น สานเส้นที่ ๒ ข้าม ๒ เส้น ยก ๑๒ เส้นข้าม ๒ เส้น ยก ๒ เส้น ข้าม ๑ เส้น

สานเส้นที่ ๓ ยก ๑ เส้นข้าม ๒ เส้น ยก ๒ เส้น ข้าม ๒ เส้น ยก ๒ เส้น

สานเส้นที่ ๔ ยก ๒ เส้น ข้าม ๒ เส้น ยก ๒ เส้น ข้าม ๑ เส้น ยก ๑ เส้นสานเรื่อยไป โดยเพิ่มทั้งเส้นตั้งและเส้นนอน

 ลายสาม

๓.ลายสาม เป็นลายที่ดัดแปลงเพิ่มเติมจากลายสอง นิยมสานกระสอบ เสื่อ กระบุง และฝาบ้าน

การสานใช้ตอก ๙ เส้น เป็นเส้นตั้ง

เส้นที่ ๑ ข้าม ๓ ยก ๓ ข้าม ๓

เส้นที่ ๒ ยก ๑ ข้าม ๓ ยก ๓ ข้าม ๒

เส้นที่ ๓ ยก ๒ ข้าม ๓ ยก ๓ ข้าม ๑

เส้นที่ ๔ ยก ๓ ข้าม ๓ ยก ๓

เส้นที่ ๕ ข้าม๑ยก ๓ข้าม ๓ ยก๒

เส้นที่ ๖ ข้าม ๓ ยก ๒ ข้าม ๓ ยก ๑

 ลายตาหลิ่ว

  ๔.ลายตาหลิ่ว อาจจะเรียกต่างกันไปตามพื้นถิ่น เช่นลายตาชะลอม ลายชะหมู ใช้สานกระเป๋า ตะกร้า ลายตาหลิ่ว เป็นลายที่ดัดแปลงมาจากลายพื้นฐาน โดยเพิ่มตอกขัดทแยงเป็นลายดอกขิง ลายดอกจันทร์ ลายพิกุล ลายตาชะลอมฯ ล ฯ

 

 

ลายขอ

    ๕.ลายขอ เป็นลายสำหรับสานกระด้ง โดยใช้ไผ่สีสุกสาน เพราะ เป็นไผ่ที่เหนียว ไม่เปราะ

 ลายบองหยอง

   ๖.ลายบองหยอง เป็นลายกระด้งที่ใช้กันทางภาคใต้ ใช้เก็บพริก กาแฟ ข้าวเปลือก

 ลายพัฒนา คือลายที่พัฒนามาจากลายพื้นฐาน มีดังนี้

   ลายบ้า ใช้สานกระเป๋า ตะกร้า แจง กระชอน เป็นต้น    ลายดีด้าน ใช้สานจำพวกตะกร้า ข้อง

ลายเฉลาเกล็ดเต่า ใช้สานฝาชี กระเป๋า ฯลฯ    ลายดอกขิง ใช้สานตะกร้า ข้องใส่ปลา

 ลายดีหล่ม นิยมใช้ตอกสีสานสลับลาย ลายดีหล่มนี้ ถ้าสานใช้ตอกคว่ำเข้าหากัน เรียกลายดีหล่มคว่ำ     สานให้ลายหงายออกเรียกลายดีหล่มหงาย       

ลายประดิษฐ์ เป็นลายที่สานขึ้นตามความนึกคิดของตัวผู้สานเอง ตัวอย่างเช่น

 ลายขัดตาหมากรุก   ลายขัดตาแทยง   ลายขัดตอกคู่   ลายขัดโครงหวาย

 ลายสอง   ลายสาม   ลายตาหลิ่ว    

 คุณค่าและการใช้สอยในชีวิตประจำวัน

    ในสังคมกสิกรรมหรือเกษตรกรรม เครื่องจักสานมีบทบาทที่สำคัญยิ่งเนื่องจากชาวบ้านจะใช้ภูมิปัญญาของตนเองประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ขึ้น ตามความต้องการใช้งานเขาจะใช้อย่างรู้และเข้าใจในสิ่งนั้นๆ และเห็นคุณค่าของเครื่องใช้ เครื่องจักสานจากภูมิปัญญาของตน

  ๑. ประโยชน์ของการใช้สอยสามารถโยงใยไปถึงคุณค่าแห่งจิตใจ ให้เกิดความรักและหวงแหนในคุณค่าของสิ่งที่ตนเองบรรจงสร้างขึ้น จากความรู้สึกนึกคิด จิตวิญญาณที่สร้างความงดงามในชิ้นงานแต่ละชิ้น ตั้งแต่การเหลา การเกลา จนนำมาสานรวมเป็นภาชนะของใช้ ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะใช้อย่างคุ้มค่าและทะนุถนอม

  ๒. สะท้อนของความอุดมสมบูรณ์ และ ความสงบสุขในสังคม ท้องถิ่นเครื่องจักสานที่มีใช้ทั่วไปนั้น มีทั้งเครื่องจับสัตว์ ทำการเกษตร ของใช้ในครัวเรือน และสิ่งเบ็ดเตล็ด หรืออาจรวมไปถึงเครื่องจักสานที่ใช้ในพิธีกรรมบางอย่าง สิ่งเหล่านี้รับใช้คนในสังคมชนบทที่มีแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของพื้นถิ่นซึ่งประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ประชาชนในท้องถิ่นได้รับผลแห่งความอุดมสมบูรณ์ มีการแบ่งปันการใช้สอย การพึ่งพาอาศัย สร้างสมคุณธรรม จริยธรรม กลายเป็นระบบคุณธรรม และเป็นที่มาของความสงบ

๓. เครื่องจักสานจะแสดงคตินิยม ความเชื่อ เรื่องราวต่างๆ ของสังคม และยุคสมัยที่มีผลจากรูปแบบของประเพณีต่างๆ ก่อให้เกิดงานศิลปหัตถกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ชุมชน แสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ อาชีพ

    ภาคกลาง

   สภาพภูมิศาสตร์ พื้นที่ภาคกลางประกอบด้วยจังหวัดต่างๆ ๒๑ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม สุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์

ภาคกลางเป็นภาคที่อุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญ พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก มีแม่น้ำไหลผ่าน แม่น้ำที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา ปิง วัง ยม น่าน แม่น้ำเหล่านี้จะไหลพาตะกอนมาทับถมบริเวณตอนกลางซึ่งเคยเป็นที่ต่ำให้สูงขึ้นกลายเป็นที่ราบ

ภาคกลางด้านตะวันตก มีแม่น้ำแม่กลอง ส่วนที่ไหลมาจากด้านตะวันออก คือ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเหล่านี้ทำให้เกิดการทับถมเป็นพื้นที่ราบ เป็นบริเวณที่กว้างขวางอย่างต่อเนื่อง

ทางตอนบนของภาคกลาง บริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ กำแพงแสน สุโขทัย พิจิตรและพิษณุโลก เป็นบริเวณที่มีแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ซึ่งไหลผ่านค่อนข้างแรง ก็จะพาเอาตะกอนมาทับถมช่วยให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นแหล่งที่สมบูรณ์ ที่สำคัญของภาคกลาง

ด้านอ่าวไทย ได้แก่จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เป็นพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล มีลมมรสุมพัดผ่าน เป็นผลดีต่อพืชผลบางชนิดและเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคกลางอีกส่วนหนึ่ง

การดำเนินชีวิต

   ลักษณะของพื้นที่ภาคกลาง เหมาะแก่การทำเกษตร และประมงทั้งน้ำจืด และ น้ำเค็ม บริเวณที่มีแม่น้ำไหลผ่านโดยทั่วไปจะมีประชาชนตั้งบ้านเรือนอยู่ทั่วไป เพราะเป็นย่านที่สะดวก สบายต่อการติดต่อ ค้าขายภาคกลางจึงเป็นภาคที่มีประชากรอยู่หนาแน่น และมีความคล่องตัวในการดำเนินชีวิตมากกว่าภาคอื่นๆ ๑. อาชีพ ประชากรที่อยู่อาศัยบริเวณภาคกลาง ประกอบอาชีพที่สำคัญคือ การทำเกษตร เลี้ยงสัตว์ จับสัตว์น้ำ ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม บริเวณที่ติดชายฝั่งทะเลจะเป็นที่นำรายได้มาสู่ประชาชนค่อนข้างสูง

 

อาชีพค้าขาย เป็นอีกส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตของประชาชนภาคกลางทั้งนี้เพราะมีแม่น้ำไหลผ่าน ทำให้เป็นแหล่งชุมชน จึงเหมาะแก่การค้าขาย ประชากรส่วนใหญ่สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยอาศัยทรัพยากรธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์เป็นเครื่องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ดังคำขวัญที่ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ดังนั้นภายในบ้านหลังหนึ่งๆ จะมีเครื่องมือในการดำเนินชีวิตเป็นต้นว่า เป็นต้นว่าเครื่องมือในการเกษตร เครื่องมือในการจับสัตว์น้ำ เครื่องมือเหล่านี้เดิมชาวบ้านทำขึ้นใช้เอง และมักมีอยู่ทุกครัวเรือนและใช้เป็นเครื่องช่วยในการเลี้ยงชีพ เป็นต้นว่า ลอบ ไซ สวิง สุ่ม

๒. คติความเชื่อ คนไทยภาคกลางโดยมากถือคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา เป็นหลักของชีวิต ประเพณีความเชื่อต่างๆ โดยมากมีพื้นฐานมาจากพุทธศาสนา และศาสนาอื่นๆ มีการเคารพกราบไหว้แม่พระคงคา และเรือที่อาศัยเป็นยานพาหนะ โดยจะมีการเคารพต่อแม่ย่านางเรือ

ชาวไทยภาคกลาง ที่ทำการเพาะปลูก เป็นต้นว่า ปลูกข้าว ก็จะมีประเพณีทำขวัญข้าว เพื่อขวัญและกำลังใจในการเพาะปลูก การเคารพผีปู่ย่าตายาย ยังคงมีให้เห็น เป็นต้นว่า การรดน้ำดำหัวในวันสงกรานต์ มีการนำกระดูกปู่ย่าตายายมาทำพิธีรำลึกและแผ่ส่วนกุศลให้ผู้ตาย ในเรื่องของพิธีกรรมไสยศาสตร์ต่างๆ ยังคงมีให้เห็นประปราย

 

การบวช ถือเป็นความเชื่อหลักของชาวไทยภาคกลาง การนับถือเรื่องวัน ฤกษ์ ยาม ก็ยังคงมีอยู่เช่น เผาผีวันศุกร์ ตัดผมจุกวันอังคาร แต่งงานวันพุธ หรือ ตัดผมวันพุธ เหล่านี้ยังคงมีอยู่

๓. ที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยของคนไทยภาคกลาง เดิมยังคงมีลักษณะเป็นเรือนเครื่องผูก วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากท้องถิ่น เรือนเครื่องผูกทั่วไปมักมีไม้ไผ่เป็นองค์ประกอบ เนื่องจากสามารถมัดและผูกด้วยหวายได้ง่าย นับตั้งแต่ กลอน อกไก่ แป เสา ตง เป็นต้น ส่วนหญ้าคา ใบจาก ก็จะนำมาทำหลังคา หวายใช้เป็นเครื่องมัด เครื่องผูก ต้นหมากใช้เป็นไม้พื้น เครื่องมือเครื่องใช้ในการปลูกเรือน เครื่องผูกก็นับว่าเป็นเครื่องมือที่หาได้ง่ายเช่น มีด ขวาน มีดตอก พร้า ชนิดต่างๆ และเหล็กหมาด

 

องค์ประกอบที่สำคัญของเรือนเครื่องผูกก็มี แฮะ (คือสิ่งที่ทำขึ้นปูก้นหลุมกันทรุด) เสาตอหม้อ เสาปะเด หรือเสาเรือนเพื่อรับขื่อแป เสาดั้ง เสาเรือนขนาดยาว รอด ตง ฟาก ขื่อ แป จั่ว ฝาเรือน เชิงชาย กลอน จันทัน เป็นต้น

เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ชาวไทยภาคกลางเชื่อว่าการปลูกเรือนคร่อมตอนั้นไม่ดี โฉลกเดือนสำหรับปลูกเรือนนั้น ปัจจุบันยังคงถือเป็นเรื่องสำคัญ ทำเลการตั้งบ้านเรือนของชาวไทยภาคกลางโดยมากจะปลูกสร้างตามที่ราบลุ่ม มีน้ำไหลผ่าน โดยเฉพาะสองฝั่งแม่น้ำจะปลูกกันมาก ตัวเรือนจะเป็นใต้ถุนโปร่ง จึงใช้เป็นที่เก็บเครื่องใช้ต่างๆ เป็นต้นว่าเครื่องมือกสิกรรม เครื่องจักสาน และใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ตัวเรือนที่ปลูกได้มาตรฐานจะใช้ใต้ถุนเป็นที่รับแขกได้ในตัว ปัจจุบันชาวไทยภาคกลางเปลี่ยนจากเรือนเครื่องผูกมาใช้ปลูกด้วยไม้จริง หรือไม้เนื้อแข็ง ยึดเหนี่ยวด้วยตะปูเป็นผลให้มีสภาพความเป็นอยู่ต่างไปจากเดิมมากทีเดียว

  ชนิดของเครื่องจักสาน  

เครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน  

กระชอน ใช้คั้นมะพร้าวและกรองกะทิ สานด้วยไม้ไผ่

 กระจาด สานด้วยไม้ไผ่ ใช้ใส่สิ่งของ

 เปล ใช้สำหรับเด็ก ๆ นอน

เข่ง

 กระเป๋าหวายโบราณ ใช้ใส่สิ่งของ

 ฝาชี

กระด้งใช้ฝัดข้าว เพื่อที่จะเลือกเม็ดข้าวเปลือกที่ไม่ดีทิ้ง ตะกร้าหู

 หวดใช้นึ่งข้าวเหนียว 

เก้าอี้สานหวาย

 ตะกร้า

 ตะกร้าหวาย   

  เครื่องมือจับสัตว์น้ำ

กระชังสานจากไม้ไผ่

 สุ่มจับปลา

 ชุด ใช้ดักปลาช่อนปลาดุก 

ตะข้องลอย

 สุ่มดักปลา

 ข้องเป็ด ใช้ขังปลา 

ตะข้องลอย

 กระชังขนาดใหญ่ สำหรับใส่ปลาจากแม่น้ำ

 ตะข้อง

เครื่องมือเครื่องใช้ในงานกสิกรรม 

บุ้งกี๋ ใช้โกยข้าวเปลือก

 กระบุงใช้เก็บข้าวหรือพันธุ์พืช

 ตะกร้าปากควาย ใช้ครอบปากควาย

เวลานวดข้าว เพื่อมิให้ควายกินข้าว 

กระบุงใส่ข้าวเปลือกและตวงข้าว

 กระจาด

 งอบสานจากใบลาน

 ของใช้เบ็ดเตล็ด 

กระเป๋าหวาย

 พัดใบลาน

 กระจาดใส่สิ่งของ

กระเช้าลายดอกพิกุล ปลาตะเพียนใบลาน

ตะกร้าขาสิงห์

ตะกร้าหิ้ว

 เชี่ยนหมาก

 กระจาด 

กระจาดใส่ของมีหูเป็นหวาย หีบสาน ตะกร้าหมาก

ตะกร้าหมาก กระจาดหาบคู่ ตะกร้าหมาก

ภาคเหนือ

   ภาคเหนือตอนบนประกอบด้วยจังหวัดเชียงราย ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน และพะเยา ภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ อุทัยธานี กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ ตาก พิจิตร และอุตรดิตถ์ ปัจจุบันทางราชการได้สร้างเขื่อนเพื่อเสริมสภาพทางภูมิศาสตร์ ให้สามารถนำน้ำมาใช้ในการเกษตร และเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนกิ่วลม เขื่อนแม่กวง และเขื่อนแจ้ห่ม พื้นที่โดยทั่วไป ของภาคเหนือ สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นป่าหรือภูเขาสูงๆ จะมีประชากรเข้าไปอยู่อาศัยทั่วทุกพื้นที่ เช่นที่สูงๆ จะเป็นที่อยู่ของชาวเขา ส่วนพื้นที่ราบก็จะมีคนไทยอาศัยอยู่โดยทั่วไป เป็นเหตุให้ภาคเหนือเป็นแหล่งที่มีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างไทยน้อย ไทยใหญ่ เงี้ยว พม่า ล้านช้างหรือลาวเป็นต้น

   การดำเนินชีวิต

พื้นที่โดยทั่วไปของภาคเหนือ มีทั้งพื้นที่ราบ ภูเขา แม่น้ำ การดำเนินชีวิตส่วนใหญ่จะผูกพันกับธรรมชาติ ดังที่กล่าวมา

๑. อาชีพ ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพเพาะปลูก ทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์และทำสวน การตีข้าวจะเป็นการดำเนินชีวิตของสังคมเกษตรภาคเหนือ ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่แถบลุ่มน้ำ เช่น ปิงวัง ยม น่าน เป็นต้น นอกจากนี้มีการทำเครื่องเงิน การทอผ้า การแกะสลัก งานหัตถกรรมพื้นบ้านภาคเหนือ เป็นงานที่มีคุณภาพดี สามารถสร้างชื่อเสียงและทำรายได้ให้แก่ประชาชนในภูมิภาคแถบนี้เป็นอันมาก

๒. คติความเชื่อ ชาวไทยภาคเหนือมีคติพื้นถิ่นที่สอดคล้องกับชีวิตพื้นถิ่นทั้งนี้เพราะธรรมชาตินอกจากจะเป็นแหล่งผลิตโภคทรัพย์แล้ว ยังเป็นบ่อเกิดศิลป วัฒนธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความเชื่อนานาชนิด รวมทั้ง ความเชื่อเรื่องผีและโหราศาสตร์

 

๓. ที่อยู่อาศัย จะมีความต่างกันไปตามสถานะของความเป็นอยู่ เช่น กษัตริย์ หรือขุนนาง อาคารจะประดับด้วยช่อฟ้า ปั้นลมปิดทองอย่างงดงาม บ้านของขุนนางหรือชนชั้นสูงจะเป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นเรือนยกพื้น เรียกว่า เรือนสองหลังร่วมพื้น เป็นเรือนแฝดตั้งแต่สองหลังขึ้นไป หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินหรือกระเบื้องไม้สัก ส่วนบ้านพักของชาวบ้านที่ไม่สู้มีฐานะมักเป็นเรือนไม้ไผ่หรือไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงด้วยแฝกหรือใบตองตึง พื้นเป็นฝากหรือไม้กระดาน ฝาเป็นฝาไม้หรือไม้ไผ่ขัดแตะ ตัวเรือนจะยกสูงเหมือนกัน และจะมีคติความเชื่อเรื่องทิศโดยจะหันหน้าบ้านไปทางทิศเหนือและทิศตะวันออก เพราะถือเป็นทิศที่ให้ความเจริญงอกงามแก่ผู้อยู่อาศัย รวมทั้งคติความเชื่อเกี่ยวกับดินปลูกบ้าน ดินที่ขาวหอมเหมือนดอกบัว ปลูกแล้วมีลูกมาก ที่ดินเหม็นเหมือนขี้มดก็จะดี ส่วนดินที่เป็นเนินดังเต่าหากปลูกบ้านเรือนจะไม่ดี

    ชนิดของเครื่องจักสาน

    เครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน 

แอบบรรจุข้าวเหนียวเก็บความร้อนและทำให้ข้าวเหนียวไม่แห้ง  ก่องข้าวเหนียว

 โตก เป็นที่วางกับข้าวคล้ายโต๊ะอาหาร

 แปมใช้ใส่อาหารติดตัวไปทำไร่ทำนา    

ก่องข้าวลายดอก

 ก่องข้าวบรรจุข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว กระเป๋ากะเหรี่ยงใช้ใส่ของสะพายไปกับตัว

 กระเป๋าสะพายหลังใช้เก็บใบชา  

กุ๊บ ใช้สวมศรีษะกันแดดสานด้วยใบลาน

 ภาชนะสานด้วยหวายใช้ตักน้ำ

 หมวกสานไม้ไผ่     

    เครื่องจับสัตว์  

ข้องยืนใช้สำหรับใส่ปลา ปู กุ้ง หอย

 ไซโป้ง ใช้ดักสัตว์น้ำทุกชนิด และดักในบริเวณน้ำไหล

 สุ่ม ใช้สำหรับจับปลาหรือสุ่มปลาตามหนอง บึง ไซ ดักปลา

  เครื่องมือเครื่องใช้ในงานกสิกรรม

คุตีข้าว ใช้สำหรับตีข้าวเหนียวหรือนวดข้าวของชาวนา

 ก่องเก็บเมล็ดพันธุ์พืช

 กระบุงใช้สำหรับตวงข้าวเปลือก

กระบุงใส่ของ ใช้สะพายหลังไปทำไร่ทำนา

 กระบุงสานด้วยไม้ไผ่

 Pan ใช้เก็บใบชา

กระบุงหิ้วสานด้วยหวาย

 กระบุง

 กระบุงหิ้วสานด้วยหวาย

 

 

 

เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด

หีบเสื้อผ้า

 หีบใส่ผ้าสานจากหวาย

 หีบใส่ผ้าสานด้วยไม้ไผ่และหวาย

ช้า(ตะกร้า) ใช้ใส่ข้าวของต่างๆ

 ที่ใส่หลังลาใช้ใส่สิ่งของหรือเครื่องมือเครื่องใช้

 หีบเสื้อผ้า

  ภาคใต้

สภาพภูมิศาสตร์ ดินแดนภาคใต้ เริ่มจากจังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวม ๑๔ จังหวัด แผ่นดินภาคใต้มีลักษณะคล้ายแหลมยื่นลงสู่มหาสมุทร แคบและ ยาวเรื่อยไปจนถึงมาเลเซีย โดยมีเทือกเขาตะนาวศรีที่เชื่อมมาจากเทือเขาหิมาลัย ทอดยาวไปจนถึงจังหวัดกระบี่

ลักษณะโดยทั่วไปมีทั้งที่ราบ ป่าไม้ ทิวเขา มีหาดทรายชายทะเล ถ้ำ อุทยาน ทะเลสาบ เกาะทั้งเล็กและใหญ่ มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงามมาก ลุ่มน้ำสำคัญๆ ได้แก่ ตาปี หลังสวน ท่าทอง ปัตตานี ตะกั่วป่า ปากพนัง น้ำตรัง และลุ่มน้ำคีรีรัฐ นอกจากนี้บริเวณปากแม่น้ำยังมีอ่าวใหญ่ ๆเหมาะแก่การจอดเรืออีกด้วย เช่น อ่าวบ้านดอน อ่าวชุมพร และอ่าวสงขลา

 แหล่งผลิตเกษตรกรรมที่สำคัญของภาคใต้คือฝั่งทะเลด้านตะวันออกของภาค มีลักษณะเป็นชุมชนใหญ่ ซึ่งต่างจากภาคตะวันตกที่มีเพียงกระบี่ ตรัง พังงา และสตูล เท่านั้น เขื่อนที่สำคัญของภาคใต้มี ๒ เขื่อนคือ เขื่อนขางลางและเขื่อนรัชประภา

การดำเนินชีวิต เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้มีดินแดนที่ติดทะเลทั้งสองชายฝั่ง คือชายฝั่งด้านตะวันออกและชายฝั่งด้านตะวันตก จึงเป็นผลดีในการดำเนินชีวิตของประชากรส่วนใหญ่ นอกจากนี้ สภาพพื้นที่ราบ ที่มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย ส่งผลให้ประชากรส่วนใหญ่ดำเนินชีวิตภาคเกษตรกรรมได้เป็นอย่างดี และเมื่อมีการเปรียบเทียบรายได้จะดีกว่าทุกภาคของประเทศไทย

 ๑. อาชีพ จากลักษณะพื้นที่เสริมให้ประชากรซีกฝั่งตะวันตก มีอาชีพการประมง ล่าสัตว์ มีการทำไร่ ต่อมาเมื่อมีการติดต่อค้าขายกับบรรดาพ่อค้าที่แล่นเรือในคาบสมุทรอินเดียทำให้มีการผสมผสานระหว่างพ่อค้ากับชาวพื้นเมืองกลายเป็นชุมชนใหญ่ มีการทำเหมืองแร่ และ ค้าขายกันมากขึ้น ซีกด้านตะวันออกนั้น มักจะมีการทำสวนยาง สวนผลไม้ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ อาชีพที่เกี่ยวกับหัตถกรรม เช่น เครื่องจักสาน เสื่อลำเจียกที่กระบี่ เสื่อกระจูดที่พัทลุง ย่านลิเภาที่นครศรีธรรมราช ต่างเป็นงานฝีมือที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ 

 ๒. คติความเชื่อ ชาวไทยภาคใต้มีศรัทธาในศาสนาอย่างแรงกล้า เชื่อว่าศาสนาเป็นศูนย์กลางของการสร้างสรรค์ ความเชื่อในกฎแห่งกรรม โดยมีจุดรวม ๓ จุด คือ อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ วรรณกรรมชาวใต้มีเรื่องที่แตกแขนงไปจากไตรภูมิพระร่วง คือ ไตรโลกวิถาน กล่าวถึงความเป็นไปของมนุษย์ นรก และ สวรรค์ มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องพระมาลัย เป็นวรรณกรรมที่สะท้อนให้เห็นกฎแห่งกรรม ความเชื่อเรื่องผี ชาวไทยภาคใต้มีบ้างโดยเชื่อว่าสิ่งทั้งหกลายในธรรมชาติจะมีผู้พิทักษ์รักษา เช่น ป่ามีเจ้า ต้นไม้มีเทพารักษ์ ห้วงสมุทรมีนางมณีเมขลา แผ่นดินมีแม่พระธรณี เป็นต้น

 ๓. ที่อยู่อาศัย ลักษณะบ้านไทยชาวใต้โดยทั่วไป อย่างน้อยครอบครัวหนึ่งจะต้องมีเรือนสองหลัง หลังที่หนึ่งเป็นเรือนนอนหรือเรือนพักผ่อน ปลูกให้ส่วนยาวไปทางทิศตะวันตก และทิศตะวันออก เรียกว่า “ลอยหวัน ” ถือเป็นทิศที่เป็นมงคล ส่วนหลังที่สองเรียกว่าเรือนครัว มีสองถึงสามห้อง ใช้เป็นห้องครัวหนึ่งห้อง อีกหนึ่งถึงสองห้องใช้เป็นห้องเก็บข้าวเลียง เรียกว่า “ลอมข้าว”

โดยทั่วไปไทยภาคใต้จะใช้ไม้เนื้อแข็งในการปลูกบ้านเรือนปลูกเป็นรูปทรงที่เรียกว่า “ทรงช้างเยี่ยว”โดยปลูกยกพื้นสูงประมาณ ๑.๕๐ – ๒.๐๐ เมตร นิยมที่จะปลูกใกล้กับทางเดิน ทำน้ำใกล้นาและบ่อ เมื่อเวลาฝนตกจะช่วยลดภาวะน้ำท่วมได้ดี

ใต้ถุนบ้าน ใช้ทำงานทั่วๆ ไป เช่นทอผ้าจักสาน หรือใช้ทำคอกวัว เลี้ยงเป็ด ไก่ หมู เป็นต้น ฝาบ้านทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เป็นแบบที่ชาวบ้านเรียกว่า “ ร่องตีนช้าง ” ประตู ช่องลม หน้าต่าง ทั่วไปมีลักษณะคล้ายเรือนไทยภาคกลาง หน้าจั่ว ไทยภาคใต้เรียกว่า “ หุ้มกลอง ” นิยมปิดทึบ ชานเรือน เรียกว่านอกชาน นิยมโล่ง ไม่มีหลังคาคลุม

บ้านเรือนทางภาคใต้ โดยทั่วไปแล้วจะปลูกสร้างแข็งแรง ใช้ไม้เนื้อแข็ง ทั้งนี้เพราะภูมิประเทศมีฝนตกชุก ลมแรง มีพายุในทุกปีของฤดูฝน บ้านเรือนของไทยภาคใต้จึงไม่นิยมใช้ไม้ไผ่เท่าใดนัก

 ชนิดของเครื่องจักสาน  

  เครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน   

เปลเด็ก

 ตะแกรง

 กระด้ง

 กระชอน   

ติหมา หรือ ติมออูเป๊ะ ใช้สำหรับตักน้ำ

 เชี่ยนหมาก

 ตะกร้าใส่สิ่งของ

 หมอนสาน    

เตียวหม้อ (เสวียนหม้อ)

ใช้รองก้นหม้อข้าวเนื่องจากมีเขม่าควันดำ

 ฝาชี

 ชั้น

 ตะกร้าหมาก  

ตะแกรง

 ใช้สำหรับใส่หอม กระเทียม ตรอง (กระชอน) ใช้กรองเศษหรือ

กากของเหลว

 ครัวฝาสานด้วยไม้ไผ่  

 เครื่องจับสัตว์     

ลอบนอน

 กระชัง

 ไส ใส่ปลา

 กับดักปลา   

ลอบ

 ที่ดักนกขุ้ม

 ช้อง ภาชนะเก็บหรือใส่สัตว์น้ำ

 สุ่ม ใช้จับปลา   

กรงนกเขา

 ลอบนอนใช้ดักปลา

 นาง หรือ ขนางใช้ดักปลา

 กรงนกกระจาบ    

ตะแกรงช้อนปลา

 ส้อน ใช้ดักปลา

 รันวิ่ง ใช้ดักปลา

 เครื่องมือเครื่องใช้ในงานกสิกรรม   

โชงโลง ใช้ตักปลา หวีด้าย เครื่องสีข้าว

 ตรอม ใช้สอยผลไม้

 เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด

   ตะกร้าหิ้ว

 หีบใส่ผ้า

 ที่ใส่ตัวหนังตะลุง   

ฝาชี กระเป๋าย่านลิเภา กระเป๋าใส่สตางค์ ไม้กวาด   

ลูกชู

 ตะกร้าย่านลิเภา

 ตะกร้าใส่หมาก

 กระเป๋าใส่สตางค์         

   ภาคอีสาน

สภาพภูมิศาสตร์

   ภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่โดยทั่วไปเป็นดินปนทราย มีดินแดนรวมกัน ๑๗ จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มุกดาหาร ชัยภูมิ นครพนม นคราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย อุดรธานี และ อุบลราชธานี

ดินแดนทางภาคอีสาน มีแอ่งสำคัญสองแห่ง แอ่งตอนล่างคือ แอ่งโคราช มีแม่น้ำมูล ชี ปาว และพอง ไหลลงสู่แม่น้ำโขง เชื่อกันว่าภาคอีสานเคยเป็นทะเลมาก่อนใต้ดินนั้นจะมีสภาพเป็นเกลือ เมื่อน้ำท่วมทำให้ดินทั่วไปเค็ม ก่อให้เกิดป่าละเมาะ ชาวบ้านดำเนินชีวิตด้วยการกสิกรรม แอ่งตอนเหนือ คือดินแดนที่ขึ้นไปยังที่ราบสูง เลยทิวเขาภูพานขึ้นไป เรียกว่า แอ่งสกลนคร ลุ่มน้ำที่สำคัญได้แก่ สงครามและฟุ้ง ซึ่งไหลลงสู่