ภิกษุทั้งหลาย ! บุคคลประกอบด้วยธรรม 4 ประการ เป็นที่รู้กัน ว่าเป็นสัตบุรุษ
4 ประการ อย่างไรเล่า ? 4 ประการ คือ
ภิกษุทั้งหลาย ! สัตบุรุษในกรณีนี้
แม้มีใครถาม ถึงความไม่ดีของบุคคลอื่น
ก็ไม่เปิดเผยให้ปรากฏ จะกล่าวทำไมถึงเมื่อไม่ถูกใครถาม
ก็เมื่อถูกใครถาม ถึงความไม่ดีของบุคคลอื่น
ก็นำเอาปัญหาไปทำให้หลีกเลี้ยวลดหย่อนลง กล่าวความไม่ดีของผู้อื่นอย่างไม่พิสดารเต็มที่
ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อนี้พึงรู้กันเถิดว่า คนคนนี้ เป็นสัตบุรุษ
ภิกษุทั้งหลาย ! สัตบุรุษอย่างอื่นยังมีอีก คือ
แม้ไม่ถูกใครถามอยู่ ถึงความดีของบุคคลอื่น
ก็ยังนำมาเปิดเผยให้ปรากฏ จะต้องกล่าวทำไมถึงเมื่อถูกใครถาม
ก็เมื่อถูกใครถาม ถึงความดีของบุคคลอื่น
ก็นำเอาปัญหาไปทำให้ไม่หลีกเลี้ยวลดหย่อน กล่าวความดีของผู้อื่นโดยพิสดารบริบูรณ์
ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อนี้พึงรู้กันเถิดว่า คนคนนี้ เป็นสัตบุรุษ
ภิกษุทั้งหลาย ! สัตบุรุษอย่างอื่นยังมีอีก คือ
แม้ไม่มีใครถาม ถึงความไม่ดีของตน
ก็ยังนำมาเปิดเผยทำให้ปรากฏ ทำไมจะต้องกล่าวถึงเมื่อถูกถามเล่า
ก็เมื่อถูกใครถาม ถึงความไม่ดีของตน
ก็ไม่นำเอาปัญหาไปหาทางทำให้ลดหย่อนบิดพลิ้ว แต่กล่าวความไม่ดีของตนโดยพิสดารเต็มที่
ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อนี้พึงรู้กันเถิดว่า คนคนนี้ เป็นสัตบุรุษ
ภิกษุทั้งหลาย ! สัตบุรุษอย่างอื่นยังมีอีก คือ
แม้มีใครถาม ถึงความดีของตน
ก็ไม่เปิดเผยให้ปรากฏ ทำไมจะต้องกล่าวถึงเมื่อไม่ถูกใครถามเล่า
ก็เมื่อถูกใครถาม ถึงความดีของตน
ก็นำเอาปัญหาไปกระทำให้ลดหย่อนหลีกเลี้ยวเสีย กล่าวความดีของตนโดยไม่พิสดารเต็มที่
ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อนี้พึงรู้กันเถิดว่า คนคนนี้ เป็นสัตบุรุษ
ภิกษุทั้งหลาย ! บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการเหล่านี้แล เป็นที่รู้กันว่าเป็นสัตบุรุษ