เมืองราชบุรี เมื่อวานฉันได้มีโอกาสกลับไปจังหวัดราชบุรีอีกครั้ง ซึ่งราชบุรีเป็นบ้านเกิดที่ฉันภูมิใจ และฉันได้พาเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยกันในครั้งนี้ แต่จะทำอย่างไรเล่าที่จะทำให้เพื่อนของฉันรู้จักบ้านเกิดเมืองนอนที่ฉันภูมิใจภายในเวลาอันจำกัด แน่นอนสถานที่หนึ่งที่ฉันนึกได้ นั่นคือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดราชบุรี ที่นั่นสามารถบอกรากเหง้าทางประเพณี วัฒนธรรม ภาษาและชาติพันธ์ ของราชบุรีดั้งเดิม ที่มีทั้ง ชาวไททรงดำ ชาวมอญ กระเหรี่ยง ลาวโซ่ง และลาวตี้ ที่เค้ามักจะลงท้ายประโยคด้วยคำว่า 'ตี้' จึงถูกเรียกขานว่า ลาวตี้ ..

อาคารพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดราชบุรีเดิมนั้นเป็นอาคารศาลากลางจังหวัดราชบุรีและได้มอบให้กับกรมศิลปากร และปรับมาเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน .. (ด้านในของพิพิธภัณฑ์ไม่สามารถบันทึกภาพได้)

            

         

เมื่อเดินออกมาด้านหน้าซึ่งจะมองเห็นแม่น้ำแม่กลองที่กว้างขวาง ลมพัดเย็นสบาย ฉันบอกเพื่อนว่าถนนด้านข้างพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติราชบุรีนั้นชื่อ ถนนสฤษดิ์เดช เป็นที่ตั้งของบ้านฉันเอง ซึ่งบ้านหลังนี้มีอายุร่วม ๑๐๐ ปีเป็นบ้านไม้ทรงไทยประยุกต์ โซนนี้เป็นที่ตั้งดั้งเดิมของตระกูล ช่วงสุวนิ ฉันยังชี้ให้เพื่อนได้ดูว่าบ้านไม้ชั้นเดียวหลังไหนเป็นบริเวณบ้านที่อาจารย์สงัด ปุยอ๊อก ศิลปินสีน้ำ สีน้ำมันได้มาอยู่เมื่อสมัยเด็กๆ เพื่อเรียนศิลปะก่อนไปตั้งรกราก สร้างครอบครัว รับราชการเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ..

และตรงหัวมุมถนนสฤษดิ์เดช มีบ้านไม้เก่าแก่ที่ทรุดโทรมเหลือเกิน แต่ปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ฉันทึ่งจนต้องชักชวนเพื่อนขึ้นไปชื่นชมบ้านหลังนี้ เพราะเมื่อสมัยเด็กๆ ก็เป็นบริเวณที่ฉันได้ขึ้นมาวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ เหมือนกับบริเวณอาคารศาลากลางเดิม ..

'ผมไม่อยากให้ศิลปะถูกแยกส่วนออกจากความเป็นวิถีชีวิตของชุมชน' คุณติ้ว เจ้าของบ้านไม้หลังนี้ในปัจจุบันเอ่ยให้ฟังหลังจากที่เราเข้าพูดคุยกับเธอเรื่องของที่มาที่ไปกับการจัดบ้านหลังนี้ให้เป็น cafe & gallery ในนาม 'Tao Hong Tai - d Kunst' เถ้า ฮง ไถ่ : ดี คุ้น ...

หลายๆ ท่านคงทราบดีว่า เมืองโอ่งก็คือเมืองราชบุรีนั่นเอง โรงโอ่งเถ้า ฮง ไถ่ เป็นโรงงานเซรามิก ที่ผลิตโอ่งมังกร ที่มีชื่อแห่งหนึ่งของเมืองราชบุรี .. คุณติ้วเล่าให้เราฟังอีกว่า คุณพ่อผมซื้อต่อมาอีกที ผมจึงรับสานต่อที่จะดูแลบ้านหลังนี้ต่อจากคุณพ่อ ใน 'ตอนแรกผมไม่ทราบเลยว่าเป็นคุณพ่อผมเองที่เป็นคนซื้อบ้านหลังนี้ไว้ ผมอยากชักชวนชาวบ้านบริเวณนี้รู้จักศิลปะที่ไม่แยกส่วนไปจากชีวิตของพวกเค้า ผมอยากเข้าไปพูดคุย และชักชวนกันมาทำงานศิลปะกัน มีบ้านไม้หลังนึงที่ผมอยากเข้าไปคุยมาก แต่ไม่ค่อยมีคนอยู่ เป็นบ้านไม้ที่ยังมีกระจกสีๆ อยู่' ฉันฟังแล้วต้องสะดุ้งปนดีใจ เพราะบ้านหลังนั้นเป็นบ้าน เติมเดช ของคุณปู่เดช ทองคำ คุณย่าเติม (ช่วงสุวนิช) ทองคำ ของฉันเอง ..

คุณติ้ว และฉันกับเพื่อน พูดคุยกันประนึงเครือญาติกัน เพราะเจ้าของโรงโอ่ง เถ้า ฮง ไถ่ ก็คือ น้านิ่ม ที่สนิทสนมกับตระกูลของฉันอย่างมาก และคุณติ้วก็พูดคุยชักชวนฉันกลายๆ ซึ่งแน่นอนว่า โปรเจคของคุณติ้ว ทำให้โปรเจคการกลับบ้าน การคืนถิ่นของฉันได้กลับมาในความคิดคำนึงอีกครั้ง ..

ประมาณเดือนพฤษภาคม ปีนี้ คุณติ้วมีโครงการทำถนนเส้นนี้ให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพราะเมื่อในอดีตบริเวณริมแม่น้ำแม่กลองบริเวณนี้จะคึกคักไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมาด้วยรถและเรือ โดยจะลองในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ นำเยาวชนมาทำกิจกรรมศิลปะบนถนนสฤษดิเดชแห่งนี้ อย่างไรเสียก็ขอเชิญชวนทุกท่านค่ะ ..

 

             

             

 

            

            

            

            

            

 

             

             

             

 

-----------------------------------------------
เรื่อง/ภาพ : ณัฐพัชร์ ทองคำ
กล้อง : Kodak Z981