ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วันและผมคิดว่ามันไม่ใช่ "ความบังเอิญ" อย่างแน่นอน
หลายวันมานี้ผมไม่ค่อยสบาย หลังจากนั่งทำงานที่บ้านและนอนดึกติดต่อกันมา 2-3 วัน ทำให้ลุกขึ้นแล้วรู้สึเหมือนบ้านหมุน พยายามฝืนจะไปทำงานโดยให้ภรรยาขับรถให้ คิดว่าสักพักน่าจะดีขึ้น แต่เอาเข้าจริงเมื่อนั่งรถไปได้สักพักต้องบอกให้ภรรยาหันหัวรถกลับบ้าน เพราะร่างกายทำท่าจะไม่รอด สุดท้ายก็ต้องกลับมานอนอยู่บ้านถึง 2 วัน อาการค่อยดีขึ้น
อย่างไรก็ตามระหว่างป่วยผมมีเรื่องบางเรื่องผ่านเข้ามา ซึ่งถือว่าเป็นครั้งสำคัญในชีวิตอีกครั้ง (ผมขออนุญาตไม่เล่าเพราะเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ 3) เพราะทำให้ผมได้รู้ว่าบางครั้งเมื่อเราทุ่มเทให้กับงาน และงานสำเร็จ อาจมีเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง เจ้านายยินดีกับเรา (รวมทั้งบางคนที่อาจหมั่นไส้เรา) แต่คนที่เป็นทุกข์ที่เห็นเราทุ่มเทโดยไม่ห่วงสุขภาพร่างกาย ก็คือ คนที่อยู่ใกล้ตัวเรา ซึ่งผมหมายถึง ทั้งภรรยา พ่อแม่ และลูกๆ ของเรา การที่ผมคิดเช่นนี้ได้คงมิได้ "บังเอิญป่วย" และ "บังเอิญมีปัญหากับที่ทำงานเพราะผมป่วย" แต่คงเป็นเรื่องของบางสิ่งที่ได้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นพร้อมๆ กัน เพราะหากเกิดเรื่องราวเพียงเรื่องเดียว เช่น ผมป่วย ผมก็ยังอาจคิดอะไรไม่ได้เช่นเดิม
ความ "ไม่บังเอิญ" ยังเข้ามาหาผมอีก วันนี้ผลพาลูกๆ มาเดินมาเล่นในห้างเนื่องจากเป็น่วันหยุด ขณะนั่งรอลูกเล่นอยู่ ภรรยาผมส่งหนังสือแฟชั่นเล่มหนามาให้อ่าน (จำไม่ได้ว่าหนังสืออะไร) ซึ่งปกติผมไม่ค่อยอ่าน แต่เมื่อเปิดอ่านผมก็เปิดไปกลางๆ เล่ม ไปเจอเรื่องของ "คุณบอย โกสิยพงษ์" ซึ่งก็ "ไม่บังเอิญ" อีกเช่นกัน คุณบอยเล่าถึงการทำงานของคุณบอยที่หักโหมทำงาน นอนตี 3 ตื่น 6 โมงเช้า เกือบทุกวัน จนวันหนึ่งลุกขึ้นมาแล้วมีอาการบ้านหมุน จนต้องเข้าโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่า "เกิดจากเส้นเลือดในสมองตีบ" หลังจากนั้นทำให้คุณบอยคิดถึงเรื่องอะไรได้หลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่อง "ครอบครัว"
สุดท้ายตอนเย็นมานั่งทานข้าวที่ร้านอาหาร ข้างๆ โต๊ะกินข้าวมีหนังสือที่เกี่ยวกับ "หลวงตามหาบัว" ในนั้นมีคำสอนของหลวงตาที่เกี่ยวข้องและตรงกับสิ่งที่ผมกำลังคิดหลายเรื่อง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วันและผมคิดว่ามันไม่ใช่ "ความบังเอิญ" อย่างแน่นอน ราตรีสวัสดิ์ ขอพักผ่อนก่อนนะครับ