KM0064 : ความบังเอิญไม่มีในโลกนี้

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วันและผมคิดว่ามันไม่ใช่ "ความบังเอิญ" อย่างแน่นอน
หลายวันมานี้ผมไม่ค่อยสบาย หลังจากนั่งทำงานที่บ้านและนอนดึกติดต่อกันมา 2-3 วัน ทำให้ลุกขึ้นแล้วรู้สึเหมือนบ้านหมุน พยายามฝืนจะไปทำงานโดยให้ภรรยาขับรถให้ คิดว่าสักพักน่าจะดีขึ้น แต่เอาเข้าจริงเมื่อนั่งรถไปได้สักพักต้องบอกให้ภรรยาหันหัวรถกลับบ้าน เพราะร่างกายทำท่าจะไม่รอด สุดท้ายก็ต้องกลับมานอนอยู่บ้านถึง 2 วัน อาการค่อยดีขึ้น
อย่างไรก็ตามระหว่างป่วยผมมีเรื่องบางเรื่องผ่านเข้ามา ซึ่งถือว่าเป็นครั้งสำคัญในชีวิตอีกครั้ง (ผมขออนุญาตไม่เล่าเพราะเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ 3) เพราะทำให้ผมได้รู้ว่าบางครั้งเมื่อเราทุ่มเทให้กับงาน และงานสำเร็จ อาจมีเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง เจ้านายยินดีกับเรา (รวมทั้งบางคนที่อาจหมั่นไส้เรา) แต่คนที่เป็นทุกข์ที่เห็นเราทุ่มเทโดยไม่ห่วงสุขภาพร่างกาย ก็คือ คนที่อยู่ใกล้ตัวเรา ซึ่งผมหมายถึง ทั้งภรรยา พ่อแม่ และลูกๆ ของเรา การที่ผมคิดเช่นนี้ได้คงมิได้ "บังเอิญป่วย" และ "บังเอิญมีปัญหากับที่ทำงานเพราะผมป่วย" แต่คงเป็นเรื่องของบางสิ่งที่ได้กำหนดให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นพร้อมๆ กัน เพราะหากเกิดเรื่องราวเพียงเรื่องเดียว เช่น ผมป่วย ผมก็ยังอาจคิดอะไรไม่ได้เช่นเดิม
ความ "ไม่บังเอิญ" ยังเข้ามาหาผมอีก วันนี้ผลพาลูกๆ มาเดินมาเล่นในห้างเนื่องจากเป็น่วันหยุด ขณะนั่งรอลูกเล่นอยู่ ภรรยาผมส่งหนังสือแฟชั่นเล่มหนามาให้อ่าน (จำไม่ได้ว่าหนังสืออะไร) ซึ่งปกติผมไม่ค่อยอ่าน แต่เมื่อเปิดอ่านผมก็เปิดไปกลางๆ เล่ม ไปเจอเรื่องของ "คุณบอย โกสิยพงษ์" ซึ่งก็ "ไม่บังเอิญ" อีกเช่นกัน คุณบอยเล่าถึงการทำงานของคุณบอยที่หักโหมทำงาน นอนตี 3 ตื่น 6 โมงเช้า เกือบทุกวัน จนวันหนึ่งลุกขึ้นมาแล้วมีอาการบ้านหมุน จนต้องเข้าโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่า "เกิดจากเส้นเลือดในสมองตีบ" หลังจากนั้นทำให้คุณบอยคิดถึงเรื่องอะไรได้หลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่อง "ครอบครัว"
สุดท้ายตอนเย็นมานั่งทานข้าวที่ร้านอาหาร ข้างๆ โต๊ะกินข้าวมีหนังสือที่เกี่ยวกับ "หลวงตามหาบัว" ในนั้นมีคำสอนของหลวงตาที่เกี่ยวข้องและตรงกับสิ่งที่ผมกำลังคิดหลายเรื่อง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วันและผมคิดว่ามันไม่ใช่ "ความบังเอิญ" อย่างแน่นอน ราตรีสวัสดิ์ ขอพักผ่อนก่อนนะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM by Kidkom



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

ผมก็เคยคุยกับน้องที่รักอยู่เหมือนกันครับว่า "ฟ้าลิขิต" ที่เกิดขึ้นมันคงไม่มีในโลก มันน่าจะ "บังเอิญ" เสียมากกว่า แต่ "บังเอิญ" มัน "บังเอิญ" หลาย ๆ ครั้งติด ๆ กันเกินไปเท่านั้นเองครับ ;)...

ขอให้กำลังใจเช่นกันครับ เพราะผมก็ทำงานแล้วมีคนหมั่นไส้เหมือนกัน ;)...

จงเชื่อมั่นในการทำความดีครับ ;)...

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • เป็นกำลังใจให้ผ่านพ้นทุกเรื่องค่ะ
  • อะไรไม่สำคัญเท่าผลกระทบต่อสุขภาพนะคะ
เขียนเมื่อ 

^_^ น่าจะถือเป็นการป่วยที่ได้ประโยชน์ ได้แง่คิดครับ

หลายองค์กร โดยเฉพาะกับเอกชน ซึ่งต้องมีการแข่งขันสูง กำลังละเลยเรื่องสุขภาพของบุคลากรในองค์กร
ตอนนี้กำลังเจอว่า หลายองค์กรพยายามลดคน แต่ต้องการทำกำไรเพิ่มขึ้น (โตขึ้น)
ก็ต้องรับงานมากขึ้น โดยลดคนให้น้อยกว่าเดิม ทำให้คนที่มีอยู่ต้องทำงานเพิ่มทำเกินเวลา หรือ ทำงานล่วงเวลา
อาจจะตรงข้ามกับการ "สนุกกับงาน" มากเกินไป ซึ่งก็ทำให้ทำงานเกินเวลาอันควรใช้ทำงาน

แต่ก็กลายเป็นสถานการณ์สุขภาพทั้งคู่เลย

อย่างไรก็ต้องขอให้หายป่วยเร็วๆ ครับพี่คิดคม

สวัสดีครับคุณWasawat Deemarn

จริงๆ ผมอยากจะเขียนว่าทั้งหมดคือ "กรรม" แต่เด็กสมัยใหม่อาจคิดว่า "งมงาย" แต่หากงมงายแล้วทำให้เรา "คิดดี ทำดี" ก็ยอมงมงายครับ

ขอบคุณครับคุณ ลำดวน

สวัสดีครับคุณ โหน่ง สคส.

ถูกต้องครับบางครั้งเราก็ "สนุกกับงาน" มากจนลืม "สนุกกับคนในครอบครัว" การป่วยครั้งนี้คงเหมือนกับการป่วยหลายครั้ง หากไม่มีเรื่อง "ไม่บังเอิญ" ผ่านเข้ามาครับ