โฮมกระเต๊ง โฮมกระเตง


และแล้วเราก็ได้นอนกระเตงกลางทะเลสมใจ

2 ปีมาแล้ว กะจะงดทริปในประเทศให้น้อยลง จะได้มีเงินเหลือเก็บไปเที่ยวต่างประเทศกะเค้าบ้าง ไม่ได้เห่อบ้านเค้าหรอกนะคะ แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากที่จะเจออะไรแปลกๆ ใหม่ๆ บ้าง แต่ก็ทำไม่ได้สักที แต่ปี 2554 นี้ท่าจะได้ เพราะย่างเข้าเดือนที่ 3 ของปี เพิ่งจะออกรอบครั้งแรก ปีก่อนนู้นเป็นแบบนี้ซะที่ไหน

 

แอบเอาหลานหนุ่มมาเป็นข้ออ้าง ด้วยว่าจะไปส่งหลานชายไปฝึกงาน กทม. ปกติก็มักเลยไปกินข้าวที่ดอนหอยหลอดอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว คราวนี้เลยอัมพวาไปอีกนี๊ดหนึ่งดีปล่าว ป๊ะ ไปนอนโฮมกระเตงกัน

 

 ทริป  2 วัน 1 คืน จึงเริ่มอย่างเป็นทางการ นับจากป้ายโคราช น่าเสียดายที่พี่ๆ น้องไม่ได้พร้อมหน้าพร้อมตากัน  คนอื่นก็ยากงานราษฏร์งานหลวง แต่ป้าตุ่นยุ่งยากมากกว่า พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกมาตั้งแต่ปลายปี 53 แล้ว แถมยังอมทั้งจันทร์และราหูไว้อีก จะปลีกตัวไปไหนก็ลำบาก ดังนั้นอะไรพอแสวงหาความสุขใส่ตัวได้ก็ต้องรีบคว้า

โฮมกระเตง หรือ ขนำเฝ้าฟาร์มหอยฟาร์มกุ้งกลางทะเล  ปัจจุบันปรับปรุงให้นักท่องเที่ยวได้พักและจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ใครไม่กลัวโคลนเลนเปรอะเปื้อนก็มาลองดู ได้อรรถรสดี คืนนี้คณะเรา 5 คนก็จะนอนฝันหวานท่ามกลางอ้อมกอดของทะเล   ทั้งนี้หากจะรอไปมัลดีฟ ก็อาจจะหงำเหงือกก่อน 

 

ข้าวเที่ยงของมื้อแวะกินที่หน้าวัดเพชรพระสมุทร และรอเวลาชม ตลาดร่มหุบ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ตลาดแม่กลอง ตั้งคร่อมรางรถไฟที่จะเข้าสถานีรถไฟแม่กลอง  ทำให้เมื่อเวลารถไฟเข้าร้านรวงต้องหุบร่มเพื่อให้รถไฟแล่นผ่าน จริงๆ ภาพในทีวีโดยเฉพาะรายการตลาดสดสนามเป้านำเสนอไว้ดีแล้ว แต่มาวันนี้ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ เค้าโชว์การหุบร่มวันหนึ่ง  8 รอบ กำหนดเวลาเดินรถไฟสายแม่กลอง- บ้านแหลม เวลาเข้า-ออก (จำนวน 2 โบกี้) คือ ออก : 6.20 น.,9.00 น. ,11.30 น.,15.30 น. เข้า :8.30 น. 11.10 น 14.30 น. .16.30 น. เวลานั้นตลาดที่มีชาวบ้านไปจับจ่ายสิ่งของก็จะถูกกองทัพนักท่องเที่ยวเบียดบัง โดยเฉพาะทำเลหน้าร้านทอง ที่ว่าเห็นรถไฟและการหุบร่มได้ดีมั่ก

                เกือบบ่าย 4 โมงเย็นเราออกจากอัมพวา ไป ต.คลองโคน เส้นทางเดียวกันกับเส้นทางลัดไป อ.ชะอำ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เราก็ถึงโฮมกระเตงที่หมาย “โฮมกระเตงชาวเล”

 

เมื่อรถจอดเราก็เริ่มกิจกรรมที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ทำในราคาหัวละ 1,200 บาท กับอาหาร 3 มื้อ ที่พัก ค่าเรือและไกด์ในการทำกิจกรรม

ไกด์แนะนำให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ที่พร้อมสำหรับการซักไม่ออก หลังจากนั้นเราก็ออกทะเลกัน เวลาเย็นใน ช่วงน้ำลงยังงี้จะแล่นเรือในคลองเลน ดังนั้นคนกลัวทะเลพอทำใจได้ ทั้งนี้มีเสื้อชูชีพเป็นระบบความปลอดภัย

กิจกรรมแรกไกด์พาแล่นเรือแนะนำสภาพแวดล้อมและอาชีพของชาวคลองโคน ต่อด้วยการไปให้อาหารลิงแสม การชมนิเวศวิทยาของป่าชายเลนที่ประกอบด้วยแสม โกงกาง และโกงเกง...อิอิ ชมฝูงปูก้ามดาบ ปลาตีน  ชมการทำฟาร์มหอยแครงและหอยนางรม และงมหอย...เนื้อโคลนละเอียดมาก...เนียน นุ่ม และไม่มีกลิ่นเหม็นสาบ

 

หลังจากใช้เวลาเรียนรู้นิเวศวิทยา ชมพระอาทิตย์ตกทะเลแล้ว น้ำกำลังขึ้นเรื่อยๆ คณะเราก็กลับฝั่งมาอาบน้ำบนฝั่ง เพื่อที่จะทานอาหารเย็น ก่อนกลับไปนอนที่โฮมกระเตงกัน มีคำถามว่าทำไมเราไม่อาบน้ำที่กระเตงซะเลย ก็เพราะบนฝั่งสามารถใช้น้ำได้เต็มที่ แต่บนกระเตงมีน้ำเพียง 200 ลิตรเท่านั้น เอาไว้ใช้เฉพาะ case ที่จำเป็นๆ มากกว่า

อาหารเย็นวันนี้ใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้จากฟาร์มแถวๆ นั้น จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ประกอบด้วยลวกหอยแครงตัวโต๊โต ต้มยำรวมมิตร ปลากระพงสามรส ปลาทรายทอดกระเทียมพริกไทย ทอดมันกุ้ง และกุ้งอบเกลือ พวกเรากินจนพุงปลิ้น ปกติโฮมสเตย์ กะ โฮมกระเตง จะจัดอาหารให้เลย มักไม่มีเมนูอาหารให้เลือก แต่สามารถบอกได้ว่ามีเด็ก มีผู้สูงอายุที่ทานอาหารรสจัดไม่ได้ มีคนแพ้กุ้ง เป็นต้น

อิ่มหมีพีมันแล้วก็ลงเรือไปนอนที่กระเตงกัน เนื่องจากมันที่ไปนี้มีสึนามิที่ญี่ปุ่น เพื่อความปลอดภัยเราจึงเลือกกระเตงหลังที่ห่างออกไปจากชุมชนเพียง 5 กม. ซึ่งเป็นปากทางออกไปอ่าวถือเป็นทางเข้าออก ทำให้ได้ยินเสียงเรือหางยาวของชาวบ้านที่ไปหาปูหาปลาเกือบตลอดคืน แต่หลังที่ไกลออกไปประมาณ 10 กม. เงียบสนิทแน่ แต่กระนั้นบรรยากาศก็ดีมากมาย

บนกระเตงมีไฟฟ้าด้วยนะคะ เป็นไฟจากเครื่องปั่นไฟ ดังนั้นเอา Accessories ไปด้วยได้ คืนนั้นมีกิจกรรมเล็กๆ โดยการฝึกสมองด้วยดรัมมี่ ซึ่งมันเป็นแค่เกมฝึกคิด แต่ก็กั๊กกันสุดยอด ชักเหนื่อยก็ตัวใครตัวมัน หลายคนนอนในห้องนอน แต่ป้าตุ่นเลือกนอนโถงหน้ากระเตง รับลมทะเลเย็นๆ ทำให้เช้ามาเมื่อเสียงลุงอ้อนบอกว่าพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เท่านั้นแหละพอป้าตุ่นขยับเปลือกตา พระอาทิตย์ดวงโตก็ค่อยๆ ขยับกายโผล่ขึ้นเหนือทะเล เป็นเช้าที่น่าทึ่งยิ่งนัก

นัดเรือมารับตอน 8 โมงเช้า ระหว่างนี้ก็ซดกาแฟไปพลาง วิ่งออกกำลังกายบนกระเตง (คิดได้งัย) เอาเท้าจุ่มน้ำทะเลล่อกุ้งมาตอด อิอิ พอได้เวลาเรือมารับเราก็ไปกินข้าวที่ฝั่ง จะกินที่กระเตงก็ได้นะคะ ตามใจลูกค้าค่ะ แต่เราเลือกกินที่ฝั่งเพราะประหยัดเวลา เรามีที่แวะอีกหลายที่

อาบน้ำอาบท่าเสร็จก็จบทริปโฮมกระเตงด้วย ข้าวต้มกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆๆๆ หม้อใหญ่ๆๆๆ อร่อยๆๆๆ

ว่าแล้วเมื่อเห็นอาหารของที่นี่คิดถึงแม่หนาและครอบครัวเราจัง ทั้งเยอะทั้งอร่อย  เห็นที่ว่างของกระเตงแล้วคิดถึงน้องแอ้และกีตาร์ตัวโปรด+My gang เห็นความเป็นอิสระจากบ้านเรือนแล้วคิดถึงแก๊งค์ 6/12  SPK จะเสีนงดังยังงัยก็ทำไปเล้ย...ไม่ต้องกลัวหนวกหูชาวบ้าน

หมายเลขบันทึก: 433824เขียนเมื่อ 2 เมษายน 2011 16:23 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 13:40 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (2)
  • ขอบคุณการทักทายของ อาจารย์ JJ
  • สบายดีนะคะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง