ปัญหาตอนเช้าหน้าเสาธงมักมีปัญหาเกี่ยวกับระเบียบการแต่งกายของนักเรียน

ซึ่งครูเวรแต่ละท่านจะมีความสามารถมากในการพูดๆๆๆให้เด็กน้อยฟัง

เพียงหวังให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีกับลูกศิษย์

พร้อมทั้งแอบแฝงเอาความคิดเห็นส่วนตัวมาประกอบความเชื่อของตัวเอง

ตลอดเวลาที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ครูเวรเช่นเวรอื่นๆ

ฉันกลับไม่เห็นด้วยกับวิธีการพูดตักเตือนหน้าเสาธง

ด้วยฉันเองเป็นคนไม่ชอบเสียงบ่นนั้น

รู้สึกว่าบรรยากาศของความพร้อมที่จะเรียนให้สนุกหดหายไปทุกที

และรู้สึกเบื่อหน่ายอีกทั้งปฏิเสธที่จะรับฟังเสียงบ่นนั้น

จึงมักเลี่ยงไปอยู่กับต้นไม้ คุยกับต้นไม้และให้อาหารต้นไม้

แล้วปล่อยให้ตัวเองเพลิดเพลินกับความเปลี่ยนแปลง งอกงามของต้นไม้ที่ปลูก

วันนี้แม้โรงเรียนจะปิดเทอมแล้ว แต่ต้นคูณที่ปลูกไว้ 20 ต้น เหลือรอด 16 ต้น

ออกดอกมารับอากาศที่เปลี่ยนแปลงอีก 2 ต้น เสียดายไม่ได้เอากล้องติดมือไปด้วย

การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติมีทั้งงดงาม และโหดร้าย

การพัฒนาผู้เรียนครูจึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมในทุกด้าน

ถึงเวรฉันใช่ว่าจะไม่มีเด็กไม่ผิดระเบียบ

ไม่ใช่ว่าไม่สนใจ แต่เราเลือกใช้วิธีคุ้นชินในการแก้ปัญหามากกว่า

การได้ทำความคุ้นเคยกันทำให้พบเหตผลที่ต้องคิด

และการแก้ปัญหาใช่ว่าจะแก้ตรงๆได้เสมอไป

ทำไมเด็กหญิงคนหนึ่งยอมให้ครูลงโทษที่ผมยาวถึง 2ครั้ง

เด็กหญิงเป็นลูกสาวคนเดียวที่ทางบ้านพอมีฐานะ

พ่อแม่เอาใจใส่มาก เสื้อผ้าสะอาดตา ตั้งใจเรียนและร่วมกิจกรรมด้วยดีเสมอมา

นี่เป็นปัญหาขัดแย้งขึ้นในใจ

หลังเราพูดคุยกันแบบคุ้นชิน จึงรู้ว่าพ่อของเธอป่วยเริ่มเป็นอัมพฤต

มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงถึง 500 เที่ยวพาตัวเองไปรักษาทางเจ้าเข้าทรง

เพราะคิดไม่ถึงว่าอาการที่เกิดอยู่นั้นมีเบาหวานเป็นตัวเสริมสนับสนุน

แม่ของเธอต้องดูแลพ่อ ส่วนเธอก็หัดดูแลตัวเองเพราะที่ผ่านมาเป็นหน้าที่ของแม่

ฉันหาโอกาสพูดคุยกับเธอมากขึ้น เธอไม่มีปัญหาเหมือนเด็กคนอื่น

ที่ต้องรอเงินแม่ออกก่อนจึงไปตัดผมได้ ถ้าถามฉันว่าฉันรู้สึกอย่างไร

กับเด็กนักเรียนในเครื่องแบบที่ปล่อยผมยาวเกินกำหนด

ก่อนอื่นอยากบอกว่าเกิดความรู้สึกถึงความด้อยวินัยในตนเองของนักเรียน

ตลอดจนความอดทนที่จะการประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบของโรงเรียน

และขัดลูกตาเล็กน้อย เพราะผมเกรียนๆของเด็กผู้ชายเวลามันยาวมันดูไม่น่ามอง

ยาวมากขัดตามากก็ควักเงินให้ไปตัดทันที เพราะฉันไม่มีเครื่องมือตัดให้

 ส่วนเด็กผู้หญิงก็ให้มัดผมผูกโบเอา

อย่าให้มันทิ่มลูกตาเวลาก้มเงยมันจะทำให้สายตาเสียได้

แต่รายนี้เธอไม่ผูกปล่อยรุงรังปิดบังหน้าตาที่งดงามหมด

เราคุยกัน ฉันเปิดทางเลือกให้เธอ เธอรับปากฉันว่าจะไปตัด แต่เธอก็ทำไม่ได้

ฉันคิดว่าถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอีก

เธอจะต้องถูกลงโทษหน้าเสาธงอีกเป็นแน่

จะเสียกำลังใจเปล่าๆจึงตัดสินใจแก้ปัญหาโดยเปิดร้านเสริมความงามทันที

โดยใช้บริเวณพื้นที่ว่างหน้าห้องเรียนเป็นร้านตัดผม

เด็กชุดแรกเป็นเด็กฐานะยากจน

ชุดที่สองเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่มีเวลาพาไปตัดผม

ชุดที่สามเป็นเด็กที่เห็นเพื่อนสวยแล้วอยากตัดบ้าง

เอารูปเด็กกลุ่มที่สามมาให้ชมค่ะ

นักเรียนคนนี้นี่ทีแรกเธอไม่ค่อยมั่นใจฝีมือครู เธอกลัวกรรไกรหนีบหู

แต่เสียงเชียร์ก็เพิ่มความสุขให้ทั้งช่างจำเป็น และลูกค้าหน้าหวานทั้งหลาย

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านค่ะ