ท่านที่ได้อ่านบันทึกที่แล้ว คงทราบแล้วว่าดิฉันชีพจรลงเท้าก็สืบเนื่องมาจากผู้มีพระคุณของดิฉันได้จากไป และผู้มีพระคุณท่านนี้ยังมีศักดิ์เป็นพี่ชายแท้ๆของพ่อคือคุณลุงยงเจริญ ศรีริเกตุ ดิฉันจะให้น้ำหนักและความสำคัญเป็นอย่างมากกับคำว่า “บุญคุณ” แต่คงไม่ต้องถึงกับเหมือนหนังจีนที่ว่า “บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ” สำหรับดิฉันน่าจะประมาณว่า “บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องอภัย” ค่ะ
ดิฉันจะขอเล่าเรื่องงานศพของลุง เพราะมีบางเรื่องที่เป็นความประทับใจ คุณลุงและคุณป้า ว่าไปแล้วก็รกรากท่านคือคนร้อยเอ็ด ได้ย้ายมาทำงานและอยู่กรุงเทพฯนานมากแล้ว จนลูกๆพูดอีสานไม่ได้ กลายเป็นคนกรุงเทพฯ100 % ทุกคนเกิดที่กรุงเทพฯ ช่วงแรกๆอยู่ที่ลาดพร้าวสะพาน2 จากนั้นย้ายมาอยู่ที่มีนบุรีจนถึงปัจจุบัน ลูกของลุงเป็นผู้ชายทั้งหมด 4 คน
1. พี่ต้อย (นายจักรกฤษณ์ ศรีริเกตุ) ทำงานบริษัท....
2. พันโทกฤษณ์ ศรีริเกตุ
3. นาวาอากาศตรีธนู ศรีริเกตุ
4. นายมีชัย ศรีริเกตุ อาชีพค้าขาย
ผู้หญิง 1 คน(เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก)
ดิฉันจะสนิทกับลูกๆของลุงทุกคน เพราะว่ามาอยู่กับลุงนานมาก เสมือนลูกสาวคนหนึ่งเลยทีเดียว พี่ๆจึงรักดิฉัน เสมือนน้องสาวแท้ๆ เป็นครอบครัวที่แสนจะอบอุ่นมากๆ บ้านลุงเป็นร้านชำ ขายของทุกอย่าง สมัยนั้นขายดีมาก ดิฉันก็จะช่วยลุงและป้า ขายของอยู่เสมอๆ นี่คือสาเหตุที่ดิฉันต้องมางานศพของลุง และเป็นกำลังใจให้ป้าและพี่ๆ
เช้าวันเสาร์ดิฉันต้องขึ้นมากรุงเทพอีกครั้ง.. ถึง กทม.ช่วงเย็นๆพอดี จึงได้มีโอกาสได้บันทึกภาพของ แขกที่มาร่วมงาน จนค่ำ หลังเลิกพิธีพี่เบี้ยวนาวาอากาศตรีธนู ศรีริเกตุและป้าน้อยภรรยาพี่เบี้ยว......ซึ่งเป็นทหารอากาศ ได้ชวนมานอนพักที่บ้านพักทหารอากาศ การต้อนรับของลูกชายป้าและลูกสะใภ้ ต้องบอกว่าประทับใจมาก
มีอีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่คนเป็นครูอย่างดิฉันมองว่าเด็กสมัยนี้ขาด แต่หลานๆไม่ขาดคือการเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ดิฉันเห็นลูกๆของพี่ๆ ต้องบอกว่าชื่นใจแทนพ่อแม่มากเลยทีเดียว ลูกสาวเขาเจอกันสิ่งที่เขาคุยคือเรื่องเรียน เรื่องงาน ไม่มีเรื่องแฟน เรื่องเกมส์ เรื่องเที่ยวเลยแม้แต่น้อย งานศพลุงดิฉันเห็นหลานๆช่วยแล้วปลื้มใจมาก ส่วนน้องแบงค์ลูกชายของพี่แก่น(พันโทกฤษณ์ ศรีริเกตุ) อาสาบวชเณรเดินนำศพของปู่ เป็นการอาสาของเขาเอง เด็กปัจจุบันจะไม่ค่อยมีเพราะเสียดายผมทรงเกาหลี....หลังจากเสร็จงานดิฉันก็ตีรถกลับทันที เพราะวันจันทร์ต้องมาทำงานต่อ..
ขวา..น้องบวบ ลูกสาวพี่เบี้ยวกำลังเรียนทันตแพทย์ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ซ้าย..น้องแพรวลูกสาวที่น่ารักของพี่แก่น
สิ่งที่อยากจะฝากเป็นบทเรียนนอกห้องเรียน ณ.ที่นี้ก็คือ การทดแทนคุณ ใครที่มีบุญคุณกับเรา เราต้องหาทางทดแทนคุณผู้นั้นให้ได้ ดิฉันคิดเสมอว่า การรู้จักบุญคุณคน มันจะช่วยให้คนๆนั้นเจริญก้าวหน้าในที่สุด ประการต่อมาการกตัญญูต่อพ่อแม่ การเชื่อฟังคำสั่งสอน ต้องมี.. ประการสุดท้ายที่จะฝาก ซึ่งดิฉันเก็บตกจากงานนี้คือการให้ความรัก ความอบอุ่นกับพ่อหรือแม่ หากคนใดจากไปก่อน เราต้องให้ความอบอุ่นกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะจังหวะนี้เป็นช่วงที่คนที่มีชีวิตอยู่เงียบเหงาวังเวง ลูกๆต้องเข้าใจความรู้สึกตรงนี้ ดิฉันเห็นว่าลูกๆของป้าทำได้ดีมากค่ะ
เรื่องราวคงเล่าไม่หมด แต่ดิฉันมีภาพที่จะช่วยเล่าแทน เป็นภาพเล่าเรื่องก็แล้วกันนะคะ
























สวัสดี ค่ะคุณครู
mena
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณลุงครูมีนาด้วยนะคะ
และต้องขอชื่นชมทุกคนในครอบครัวนี้ที่ได้ทำหน้าที่และปฏิบัติสิ่งที่ดีงามต่อกันซึ่งเป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมมากๆ ค่ะ
คุณครูคงสบายดีนะคะ
ครูใจดีระลึกถึงคุณครูเสมอค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอร่วมแสดงความเสียใจกับคุณลุงด้วยนะคะ
การระลึกถึงผู้มีพระคุณเป็นจิตสำนึกที่น่าชื่นชมค่ะ...
สวัสดีค่ะ คุณครูใจดี
ขอขอบคุณแทนครอบครัวคุณป้ามากๆค่ะ
ระลึกถึงเช่นกันค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณลำดวน
ขอบคุณมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณkrugui
ขอบคุณแทนครอบครัวคุณป้ามากๆค่ะ
ที่อบอุ่นเพราะมีพ่อแม่เป็นแนวทางในการปลูกฝังสิ่งดี ๆ ให้ชีวิต
สวัสดีค่ะ คุณธรรมทิพย์
รักษาสุขภาพเช่นกันค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะ
พี่ดาไม่ได้มานานเลย แต่คิดถึงน้องเสมอค่ะ
"ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของคุณลุงด้วยนะคะ "
ใกล้เปิดเทอมแล้วงานยุ่งหรือเปล่าค่ะ ฝนตกบ้างไหม ให้คนสวนปลูกอะไรเพิ่มบ้าง ได้ชิมอาหารที่ทำจากฟักข้าวบ้างหรือยัง วันนี้พี่ดานำอัญชันมาฝากค่ะ