เคยสงสัยบ้างมั้ยคะ ทำไมเครื่องบูชาพระ ซึ่งประกอบด้วย โต๊ะหมู่บูชา เทียนสองดวง ธูปสามดอก และดอกไม้สองแจกัน มีปริศนาธรรมอะไรหนอ ถึงต้องกำหนดไว้เช่นนี้ 

    เทียนดุ๊กดิ๊กเทียนดุ๊กดิ๊กเทียนสองดวง  เทียนบูชาพระจะต้องมีสองดวง จะเป็นดวงเดียวมิได้ เพราะเทียนเป็นเครื่องให้แสงสว่าง อันหมายถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า แสงเทียนส่องสว่างในความมืด แสงธรรมส่องสว่างให้กับชีวิต ผู้ใดปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็จะมีความสุขตลอดชีวิต กับคำถามที่ว่า "ทำไมต้องใช้เทียนสองดวง" ก็หมายถึงพระธรรมมีสองประเภท คือ พระปริยัติธรรม และพระธรรมวินัย

              เทียนดุ๊กดิ๊กดวงที่หนึ่ง บูชาพระปริยัติธรรม คือ พระพุทธบัญญัติ

              เทียนดุ๊กดิ๊กดวงที่สอง บูชาพระธรรมวินัย   คือ พระพุทธโอวาท

    เทียนดุ๊กดิ๊กเทียนดุ๊กดิ๊กเทียนดุ๊กดิ๊กธูปสามดอก  ในการบูชาพระของพุทธศาสนิกชนต้องใช้ธูปสามดอก นั่นสิ "ทำไม่ต้องใช้ธูปสามดอก"  ฉันเองเคยเข้าใจว่า ธูปสามดอก คือการบูชาพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม  พระสงฆ์  ตามที่คุณแม่บอก  ตามที่คุณครูบอก  แต่เมื่อได้ศึกษา "กาลามสูตร" ที่นำเสนอไปเมื่อบันทึกที่แล้ว  ทำให้ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ จึงเพิ่งมีความรู้ใหม่ว่า จริง ๆ แล้ว ธูปสามดอกใช้บูชาพระพุทธอย่างเดียวซึ่งมีความหมายคือ

               เทียนดุ๊กดิ๊กธูปดอกที่หนึ่ง  บูชาพระปัญญาคุณ  หมายความว่า พระพุทธเจ้ามีปัญญา มีความสามารถอย่างยอดเยี่ยมในโลก เพราะพระองค์ตรัสรู้พระธรรมด้วยพระองค์เอง มิได้มีผู้ใดสั่งสอนพระองค์มาก่อน ธูปดอกที่หนึ่งจึงบูชาพระปัญญาคุณ

               เทียนดุ๊กดิ๊กธูปดอกที่สอง  บูชาพระบริสุทธิ์คุณ เพราะพระพุทธเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย ธูปดอกที่สองจึงบูชาพระบริสุทธิ์คุณ

               เทียนดุ๊กดิ๊กธูปดอกที่สาม  บูชาพระเมตตาคุณ พระพุทธเจ้าทรงมีความเมตตากรุณาต่อมนุษย์ทุกผู้ทุกคนทั่วโลก  โดยที่พระองค์ทรงทราบว่า พระธรรมที่ทรงค้นพบถ้าได้ปฏิบัติแล้วจะมีความสุข พระองค์ทรงมีพระเมตตาให้ชาวโลกมีความสุข แม้พระองค์จะทรงลำบากเท่าใดโดยพระองค์จะเสด็จสอนพระธรรมเพื่อให้ชาวโลกมีความสุข ธูปดอกที่สามจึงบูชาพระเมตตาคุณ

        ดอกไม่ดุ๊กดิ๊กดอกไม้สองแจกัน หรือ สองกำ  ดอกไม้บูชาพระ ถ้าให้มีมงคลควรเป็นดอกไม้สด และควรจัดเป็นแจกันและกำ และต้องใช้สองแจกัน เพราะดอกไม้บูชาพระสงฆ์ พระสงฆ์เป็นผู้สืบทอดศาสนาและยังมีชีวิตอยู่ และอยู่สืบทอดตลอดไป จึงต้องใช้ดอกไม้สด แล้ว "ทำไมต้องสองแจกันด้วยหล่ะ"  ก็เพราะพระสงฆ์มีสองกลุ่มใหญ่ ๆ คือ พระอริยสงฆ์ พระสงฆ์ที่ศึกษาพระธรรมชั้นสูงถึงขั้นโสดาบันหรืออรหันต์  และ พระสมมติสงฆ์ คือ พระสงฆ์ที่บวชใหม่ กำลังศึกษาพระธรรมอยู่ ดอกไม้ทั้งสองแจกันหรือสองกำจึงบูชาพระสงฆ์

        เทียนดุ๊กดิ๊ก"เอ้า...แล้วทำไมต้องจัดเป็นแจกัน หรือเป็นกำด้วยหล่ะ"  ฉันยังสงสัยได้เรื่อย ๆ ก็เก็บความได้ว่า เหตุที่จัดเป็นแจกันหรือเป็นกำ ก็หมายถึง พระสงฆ์จะต้องมีวินัย ดอกไม้ในแจกันเป็นตัววินัย จัดแล้วดอกไม้จะเป็นระเบียบสวยงาม การจัดเป็นกำก็เหมือนกัน หมายถึง พระสงฆ์อยู่ในวัดเดียวกันและอยู่กันอย่างดีก็เพราะมีพระธรรมวินัย พระสงฆ์จึงมีวินัยและปฏิบัติตามอย่างสวยงาม พวงมาลัยดอกไม้ก็เหมือนกัน เส้นด้ายที่ใช้ร้อยพวงมาลัยหมายถึงวินัย ถ้าเส้นด้ายขาดดอกไม้ก็กระจัดกระจายเหมือนสังคมขาดวินัย เราจึงนิยมนำพวงมาลัยถวายพระ หรือมอบให้ผู้ใหญ่ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่า เราต้องมีวินัยเหมือนผู้ใหญ่ที่เรานับถือ

 

          เทียนดุ๊กดิ๊กในเรื่องของดอกไม้นี้ ฉันเคยได้อ่านในบันทึกของพระคุณเจ้า พระมหาวินัย พระคุณเจ้าได้แต่งคำประพันธ์ประกอบไว้ได้ไพเราะมาก ขอเก็บความมาใช้ส่งท้ายบันทึกนี้ นะคะ

เปรียบดอกไม้เหมือนพระสงฆ์องค์วิสุทธิ์  

 หน่อพระพุทธสละเพศวิเศษหมาย

 เมื่อมาอยู่รวมกันนั้นมากมาย                   

 ต่างกระจัดกระจายหลากหลายพันธุ์

 เหตุไฉนจะงดงามตามระเบียบ

 เรียงร้อยเรียบเป็นมาลัยให้สีสั

 อาศัยด้ายมาร้อยคอยเกี่ยวพัน                 

แม้คละกันก็มีค่าน่าชื่นชม

พระวินัยท่านเทียบเปรียบดั่งด้าย              

หรือก็คล้ายแจกันอันเหมาะสม

หากพระดีมีวินัยใฝ่อบรม

ชนนิยมบูชาศรัทธาจริง

ขอบพระคุณบทเพลงประกอบ : เพลง "ตามรอยบาทพระศาสดา"

ประพันธ์คำร้องโดย คุณวิโรจน์  พูลสุข