สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง 'Radioactive substances and their impact on health' = "สาร(กัมมันต)รังสีและผลกระทบ(ของมัน)ต่อสุขภาพ", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ 
  • substance (noun) = สาร สสาร
  • impact on (noun) = ผลกระทบ (ต่อ...)

การได้รับสาร(กัมมันต)รังสีขนาดสูงพอ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ผมร่วง ท้องเสีย ตกเลือด (เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ไอเป็นเลือด ฯลฯ), ซึม ชัก หมดสติ แขนขาอ่อนแรง หรือตายได้

รังสีมีผลต่อรหัสพันธุกรรมหรือ DNA ในระยะยาว เพิ่มเสี่ยงมะเร็ง ซึ่งอาจกินเวลา 2-3 ปี หรือ 10 ปีขึ้นไป ทำให้เด็กเล็กและทารกในครรภ์ได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ใหญ่
.
เมื่อมีรังสีรั่วไหล จะทำให้อะตอมแตกตัวไปชนอะตอมอื่นจากสารที่ไม่ปล่อยรังสี เช่น ไอโอดีน
ธรรมดา ฯลฯ เกิดเป็นสารรังสีใหม่ได้ ซึ่งที่พบบ่อย คือ ไอโอดีน-131 (iodine-131) หรือไอโอดีนชนิด(ปล่อย)รังสีได้ (radioactive iodine) - ต่อไปจะกล่าวถึงสารรังสีที่พบบ่อย และความเสี่ยง
.
(1). ไอโอดีน(กัมมันต)รังสี หรือไอโอดีนชนิดปล่อยรังสี
 
สัปดาห์นี้ (20 มีค. 54) มีการตรวจพบไอโอดีนรังสีในผักบริเวณใกล้โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ 22,000 เบคเคอเรล/กก. = เกินมาตรฐานอาหารสหภาพยุโรป (EU) 11 เท่า
.
การกินผักปนเปื้อนสารรังสี 1 กก. จะทำให้ได้รับรังสี = 1/2 ของขีดจำกัดสำหรับประชาชนใน 1 ปี
.
ถ้ากินผักปนเปื้อนสารรังสี 1 กก. 45 วันติดต่อกัน จะได้รับสารรังสี 50 มิลลิซีเวิร์ท (millisievert / mSv) = ขีดจำกัดคนทำงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 1 ปี ขีดจำกัดสำหรับคนทำงานจะมากประมาณ 10 เท่าของประชากรทั่วไป เนื่องจากถือว่า ได้รับค่าจ้างหรือประโยชน์จากการทำงาน จึงต้องอาบรังสีมากหน่อย)
.
ถ้าได้รับรังสี 100 mSv/ปี จะเพิ่มเสี่ยงมะเร็งชัดเจน ประมาณรังสีขนาดนี้ = การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้อง (CT scans) 3 ครั้ง
.
สารไอโอดีนทั้งชนิดทั่วไปและชนิดรังสีชอบต่อมธัยรอยด์ ซึ่งอยู่หน้าลูกกระเดือกมากเป็นชีวิตจิตใจ
.
นิยมให้คนในพื้นที่เสี่ยงภัยกินยาเม็ดไอโอดีนทั่วไป (ในรูป potassium iodide) เพื่อให้ต่อมธัยรอยด์อิ่มแปล้ และไม่อยากจับไอโอดีนรังสีเข้าไปอีก (คล้ายกับคนที่อิ่มจนเกือบอาเจียน ไม่อยากกินอะไรใหม่เข้าไป)
.
ผู้ใหญ่ทั่วไปมีไอโอดีนสะสมมากกว่าเด็กเล็ก ทำให้มีโอกาสได้รับไอโอดีนรังสีเข้าไปน้อยกว่า
.
การเกิดมะเร็งต่อมธัยรอยด์อาจใช้เวลาหลายปี หรือหลายสิบปี ทำให้ทารกในครรภ์และคนอายุน้อยเสี่ยงมากกว่าผู้ใหญ่
.
กล่าวกันว่า ชีวิตของไอโอดีนรังสีคล้ายยุง คือ กัดเจ็บแต่อายสั้น นั่นคือ ไอโอดีนรังสีมีอายุของการปล่อยสารรังสี (radioactivity) ที่เรียกว่า "ค่าครึ่งชีวิต (half life)" ยาวประมาณ 8 วัน
.
ถ้าทิ้งมันไว้เฉยๆ จะปล่อยรังสีลดลง 1/2 เหลือ 50% ทุกๆ เวลาที่ผ่านไป 8 วัน = 50% ทำให้มีการปล่อยรังสีลดลงไปเรื่อยๆ คิดจากตอนแรกมี 100% ดังต่อไปนี้
  • 8 วัน > เหลือ 1/2 = 50%
  • 16 วัน > เหลือ 1/2 x 1/2 = 1/4 = 25%
  • 24 วัน > เหลือ 1/2 x 1/2 x 1/2 = 1/8 = 12.5%
  • 80 วัน > เหลือ 1/1024 = 0.098% หรือน้อยกว่า 1/1,000

ถ้าทิ้งไว้ 10 เท่าของระยะเวลาครึ่งชีวิต = 80 วัน ถือว่า ปริมาณรังสีที่ปล่อยออกมาน้อยมากจนน่าจะปลอดภัยแล้ว นั่นคือ ถ้าจะกินอาหาร-นม-น้ำจากญี่ปุ่น, น่าจะปลอดภัยจากไอโอดีนรังสีหลัง 80 วัน

(2). ซีเซียมรังสี (cesium-134 & cesium-137)
.
ผักบริเวณใกล้โรงไฟฟ้าฯ ปนเปื้อนซีเซียมรังสี 14,000 เบคเคอเรล/กก., เกินขีดจำกัด EU กว่า 11 เท่า 
.
ถ้ากินผักปนเปื้อนรังสี 1 กก./วัน 1 เดือน จะได้รับรังสี = 20 mSv = การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั่วร่างกาย (full body CT scan = ตรวจส่วนหัว + คอ + อก + ท้อง)
.
ขีดจำกัดสำหรับคนทำงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 50 mSv/ปี = กินผักปนเปื้อน 1 กก. 75 วัน / 2.5 เดือน
.
ซีเซียมชอบเนื้อเยื่ออ่อน (soft tissues = เนื้อเยื่อที่ไม่ใช่กระดูก) ที่พบมาก คือ เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ สารเคมีนี้อาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็ง-กระตุก และเป็นหมันได้
.
สารนี้ไม่มียาป้องกันและปล่อยรังสีได้นานกว่าไอโอดีนรังสี คือ ซีเซียม-137 มีค่าครึ่งชีวิต = 30 ปี, กว่าจะหมดพิษสงจะใช้เวลาประมาณ 10 เท่าของค่าครึ่งชีวิต = 300 ปี (ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า 240 ปีน่าจะพอ), นั่นคือ แม้แต่ศพก็ควรฝังให้ห่างไกลผู้คน ยาที่พอจะใช้ได้ คือ ยา "ทำใจ"
.
ซีเซียมลูกพี่ลูกน้อง คือ ซีเซียม-134 มีค่าครึ่งชีวิต = 2 ปี, กว่าจะหมดพิษสงใช้เวลาประมาณ 10 เท่าของค่าครึ่งชีวิต = 20 ปี
.
ถ้าได้รับรังสีขนาดสูงจะทำให้เกิดอาการป่วยจากรังสี (radiation sickness) ได้แก่ คลื่นไส้ ผมร่วง ผิวหนังไหม้-พุพอง และถ้าได้รับมากพอมักจะตายใน 2 เดือน โดยขึ้นกับปริมาณรังสีดังต่อไปนี้
.
(1). 50-100 mSv > ตรวจเลือดพบเม็ดเลือดขาวต่ำลง
.
(2). 500 mSv > คลื่นไส้ในไม่กี่ชั่วโมง
.
(3). 700 mSv > อาเจียน
.
(4). 750 mSv > ผมร่วงใน 2-3 สัปดาห์
.
(5). 900 mSv > ท้องเสีย
.
(6). 1,000 mSv > ตกเลือด เช่น อาเจียน-อุจจาระเป็นเลือด ฯลฯ
.
(7). 4,000 mSv > ตายใน 2 เดือน (ถ้าไม่ได้รับการรักษา)
.
(8). 10,000 mSv > เยื่อบุทางเดินอาหารลอกหลุดหมด (คล้ายกับงูที่ถูกกรอกน้ำร้อนทางปาก) ทำให้ตกเลือดจากทางเดินอาหาร หายใน 1-2 สัปดาห์
.
(9). 20,000 mSv > ทำลายสมอง-ไขสันหลัง (ระบบประสาทส่วนกลาง) ทำให้ซึม ชัก หมดสติในไม่กี่นาที และตายใน 2-3 ชั่วโมงจนถึง 2-3 วัน
. 
สรุป คือ สถานการณ์นิวเคลียร์รั่วจากญี่ปุ่นตอนนี้
.
(1). ทางอากาศ > ฝุ่นละอองรังสีส่วนใหญ่พัดไปทางตะวันตก ลงทะเล-มหาสมุทร และอาจพัดไปอเมริกา, ตรงนี้คนไทยน่าจะปลอดภัย
.
(2). ทางอาหาร > นมบริเวณใกล้โรงไฟฟ้าถูกควบคุม ห้ามขายแล้ว เหลือแต่ผัก คือ ไม่ควรกินผักปนเปื้อนรังสีจากบริเวณใกล้โรงไฟฟ้า 1 กก./วัน นานเกิน 45 วัน
.
ปัญหาใหญ่ของคนไทย คือ คนไทยจะตายเพราะกินผักน้อย ทำให้น้ำหนักเกิน อ้วน ความดันเลือดสูง เป็นเบาหวาน มะเร็ง โรคหัวใจกันมาก (อย่างน้อยปีละเกินแสนคน), แต่โอกาสที่จะตายเพราะกินผักปนเปื้อนรังสีจากญี่ปุ่นนั้นน้อยมากๆ
.
ปี 2548 คนไทยตายจาก 5 มหาอำนาจได้แก่ มะเร็ง-เนื้องอก = 50,622; อุบัติเหตุ = 35,818; โรคหลอดเลือดสมอง-ความดันเลือดสูง 18,171; โรคหัวใจ 17,539; โรคปอด 13,946 (หน่วยคน); รวม = 136,096 คน/ปี (2548) [ thaiinsuranceetc ]
.
ส่วนที่ญี่ปุ่นตอนนี้ยอดคนตายจากนิวเคลียร์รั่ว = 0 คนเท่านั้นเอง
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
 

 > [ Twitter ]                             

  • Thank Reuters > Sources: Taiwan Atomic Energy Council, World Nuclear Association, US Environmental Protection Agency, Japan's Ministry of Health, Hong Kong's Center for Food Safety
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 25 มีนาคม 2554.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.