ใจหนึ่งเหมือนมีเสียงใครบอกให้สู้สิ แค่นี้ใจยังไม่สู้แล้วจะต่อสู้กับโรคร้ายได้ยังไง

...เมื่อคืนไปรับแฟนที่สนามบินกับถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน เพราะผิดเวลาหรืออย่างไรก็ไม่ทราบทำให้กว่าจะหลับ ต้องดูลมหายใจเข้าออกอยู่นาน

...เช้าตื่นขึ้นมารู้สึกปวดหัวมากเป็นเพราะอากาศเปลี่ยนหรือนอนดีก ขณะที่ฝนเทลงมาอย่างหนัก

...ตั้งใจว่าจะนั่งรถเมล์ไปฟังเสวนา เรื่อง "ไขรหัสลับตับอักเสบเรื้อรังและตับแข็ง" ที่จุฬาฯต้องเปลี่ยนแผนขับรถไปเอง

...สายฝนที่เทลงมาอย่างหนักทำให้รถติด จะลงพระรามสี่ก็ไม่ได้มีกรวยกั้น ต้องไปลงเพชรบุรี ความไม่คุ้นทาง และกลัวว่าจะไม่ทันเวลาลงทะเบียนเข้าฟัง ทำให้กังวลใจ

...ขับรถวนหาที่จอดในรพ.จุฬาฯ สองรอบไม่มีที่จอด ต้องขับออกจากรพ.เพื่อหาที่จอดหน้าสวนลุมฯแต่ก้ขับเลยที่เข้าจอดอีก เวลาแปดโมงแล้ว

..ผมขับเลยแยกศาลาแดงมุ่งไปด้านพระรามสี่ ใจเริ่มแกว่งหรือว่าจะล้มเลิกความตั้งใจนี้ ขณะที่อีกใจหนึ่งเหมือนมีเสียงใครบอกให้สู้สิ แค่นี้ใจยังไม่สู้แล้วจะต่อสู้กับโรคร้ายได้ยังไง

...ผมได้ยินเสียงนี้จริงๆ ทำให้ผมกลับรถไปที่เดิมแล้วเข้าจอดที่จอดรถหน้าสวนลุมฯ ที่บังเอิญมีที่จอดเหลืออยู่

...แล้วตึกที่เสวนาอยุ่ตรงไหนล่ะ ฝนก็ยังกระหน่ำไม่หยุด เวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆ

...ผมตัดสินใจกางร่มแล้ววิ่งข้ามไปที่ฝั่งตรงข้าม พอเลี้ยวเข้ามุมตึก ก็เจอผู้คนเยอะแยะอยุ่หน้าตึก ผมมองดุป้ายใช่เลยมาถูกแล้ว

...ผมนึกถึงเสียงลึกลับที่บอกให้ผมสู้ขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนเดินเข้างาน