สภามหาวิทยาลัยมหิดล ไปเยี่ยมชื่อชมสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียนเมื่อวันที่ ๑๗ ก.พ. ๕๔  นับเป็นส่วนงานที่ ๒๑  และเป็นส่วนงานที่มีพื้นที่อาคารใช้สอยพร้อมมาก เพราะชื่อเดิมคือศูนย์ฝึกอบรมสาธารณสุขมูลฐานแห่งชาติ   จึงมีทั้งพื้นที่สำนักงาน  ห้องประชุม  และห้องพัก   ก่อสร้างแข็งแรงทนทานมาตรฐานญี่ปุ่น เพราะอาคารทั้งหมดได้รับบริจาคจากรัฐบาลญี่ปุ่น

          อ่านสรุปภาพรวมของสถาบันที่นี่    และชม ppt ที่ พญ. สุพัตรา ศรีวณิชชากร นำเสนอต่อคณะผู้ไปเยี่ยมชื่นชมได้ที่นี่

          ความเข้มแข็งของสถาบันฯ อยู่ที่การมีเครือข่ายระหว่างประเทศ (เป็น international institute)   และมีเครือข่ายในชุมชนของประเทศไทย (เป็น local institute)  กิจกรรมที่ทำเน้นส่งเสริมความเข้มแข็งของกิจกรรมเพื่อสุขภาพชุมชน การสาธารณสุขมูลฐาน และระบบสุขภาพ  เป็นสถาบันเดียวในโลกที่มีหลักสูตรปริญญาโท นานาชาติ ด้าน Primary Health Care 

          ผมมองว่า นี่คือ asset ชิ้นงามของ ม. มหิดล ในการทำงานเชื่อมโยงเข้าไปในพื้นที่   เพื่อทำงานวิชาการรับใช้สังคม หรือโครงการ ๑ จังหวัด ๑ มหาวิทยาลัย   และผมได้กระซิบบอกคุณหมอสุพัตราว่า บุคลากรของสถาบันมีทักษะชุมชนสูงมาก และมีบุคลากรที่มาจากหลากหลายสาขา   หากจัดการให้เกิดการทำงานวิชาการร่วมกันเป็นทีมในพื้นที่  และเติมทักษะวิจัยสร้างความรู้จากงานพื้นที่ ให้สามารถตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานชาติได้ ก็จะเกิดประโยชน์สองต่อ  ได้ทั้งความเข้มแข็งทางวิชาการ และรับใช้ชุมชนได้ดียิ่งขึ้น 

          ผมมองว่า ในกระบวนการ HRH Education Reform ที่ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนร่วมกับภาคีนานาชาติ  สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียนน่าจะเป็นภาคีสำคัญในการเชื่อมโยงการศึกษาของบุคลากรสุขภาพเข้าไปเรียน PBL ในสภาพจริงของชุมชน  ให้เกิดการเรียนรู้แบบ Service Learning เป็นการรับใช้สังคมไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้ 

 

วิจารณ์ พานิช
๘ มี.ค. ๕๔

 

พญ. สุพัตตรา ศรีวณิชชากร ผอ. สถาบัน กำลังบรรยายสรุป

 

บรรยากาศในห้องประชุม

 

อีกมุมหนึ่งของห้องประชุม

 

 

อีกมุมหนึ่ง

 

 

เยี่ยมชมอาคารสถานที่

 

 

ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก