สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์เรื่อง 'Japan nuclear progress as toll up [ BBC ]' = "ความก้าวหน้านิวเคลียร์ญี่ปุ่น,
  • [ toll ] > [ โท่ว ]http://www.thefreedictionary.com/toll > noun = การสูญเสียภาษี ค่าผ่านทาง; verb = ตีระฆัง
  • คำนี้มาจากภาษาละติน ศัพท์เดิม = tax collector = คนเก็บภาษี; คำในภาษาไทยที่คุ้นกันดี คือ "โทลล์เวย์" = ทางผ่านเก็บเงิน (ค่าใช้ถนน)
ผู้เชี่ยวชาญเกือบทั้งหมดมีความเห็นว่า รังสี(ionising radiation) ขนาดต่ำ คือ 100 มิลลิซีเวิร์ท (millisieverts / mSv; milli- = 1/พัน) = 1/10 ซีเวิร์ท (sieverts / Sv) ขึ้นไปเพิ่มเสี่ยงมะเร็งจริง แต่คิดแล้วน้อยมาก
.
ปริมาณรังสีระดับมากกว่านั้น, ยิ่งมากยิ่งเพิ่มเสี่ยงมะเร็ง เช่น 1 Sv เพิ่มเสี่ยงมะเร็งที่ทำให้เสียชีวิต 5%
.
มะเร็งจากการได้รับรังสีที่พบบ่อยได้แก่ มะเร็งต่อมธัยรอยด์ และมะเร็งเม็ดเลือดขาว
.
อุบัติภัยนิวเคลียร์มักจะทำให้เกิดไอโอดีนอันตราย หรือไอโอดีนที่ปล่อยรังสีออกมาได้มากขึ้น การที่ต่อมธัยรอยด์ดูดซับไอโอดีนได้มาก จะทำให้ต่อมนี้มีโอกาสได้รับรังสีขนาดสูงกว่าอวัยวะอื่นๆ
.
วิธีป้องกันรังสีสำหรับคนในพื้นที่ที่มีสาร(กัมมันต)รังสีสูง คือ ให้กินไอโอดีนปกติ เพื่อต่อมธัยรอยด์ "อิ่มเอิบ" ไปด้วยไอโอดีนปกติ และดูดซับไอโอดีนรังสีได้น้อยลงไปมาก
.
เซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว เช่น ไขกระดูกที่สร้างเม็ดเลือด เซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร ฯลฯ จะได้รับผลจากรังสีมากกว่าเซลล์ทีแบ่งตัวช้า
.
เซลล์ที่กำลังแบ่งตัวมีปริมาณ DNA มากขึ้น, โอกาสถูกรังสีทำลาย DNA มีมากกว่าเซลล์ทั่วไป จึงพบมะเร็งเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นได้บ่อย และอาจพบได้ใน 2-3 ปีแรกหลังได้รับรังสีขนาดสูง
.
มะเร็งจากรังสีชนิดอื่น เช่น มะเร็งปอด-ผิวหนัง-ธัยรอยด์-เต้านม-กระเพาะอาหาร ฯลฯ มักจะใช้เวลา "เพาะตัว" นาน 10 ปีขึ้นไป และอาจนานหลายสิบปีได้ ทำให้ผลของรังสีในคนอายุน้อยมีมากกว่าในคนที่มีอายุมาก
.
มาตรการที่ญี่ปุ่นใช้ตอนนี้ คือ อพยพคนในรัศมี 20 กม. ออกจากพื้นที่ และแนะนำให้คนที่อยู่ในรัศมี 30 กม. ออกนอกพื้นที่ หรืออยู่แต่ในบ้าน และพยายามทำให้ฝุ่นละอองเข้าบ้านน้อยลง เช่น ปิดประตู-หน้าต่าง-ติดแอร์ ฯลฯ
.
สมาคมนิวเคลียร์โลก (World Nuclear Association) รายงานว่า ปริมาณรังสีขนาดต่างๆ จะทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้ (ต้นฉบับเป็นหน่วยเกรย์ - gray / Gy - หน่วยปริมาณรังสีที่เนื้อเยื่อดูดซับได้ = ซีเวิร์ท / Sv; ต่อไปจะใช้หน่วย Sv ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกันแทน) [ wiki ]
.
(1). ปริมาณรังสีพื้นฐาน (background) ที่คนส่วนใหญ่ได้รับ = 2 mSv/ปี
.
(2). นักบิน-พนักงานบนเครื่องที่บินจากนิวยอร์ค-โตเกียวผ่านขั้วโลก = 9 mSv/ปี
.
(3). ขีดจำกัดของคนที่ทำงานด้านรังสี = 20 mSv/ปี, ค่ามาตรฐานสำหรับ "มืออาชีพ" หรือคนที่ทำงานอุตสาหกรรมทางรังสี เช่น พนักงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฯลฯ ทั่วโลกจะสูงกว่าประชากรทั่วไป 10 เท่า
.
(4). ระดับเพิ่มเสี่ยงมะเร็ง = 100 mSv/ปี
.
(5). ระดับที่ต้องอพยพคนออกจากพื้นที่ = 350 mSv/ปริมาณที่ได้รับรวมตลอดชีวิต (เดิมใช้ข้อมูลจากระเบิดปรมาณู, ข้อมูลนี้ได้จากเหตุการณ์เชอร์โนบิล)
.
ระดับรังสีรอบๆ โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิชิ (15 มกราคม 2554) = 400 mSv/ชั่วโมง ซึ่งมีเฉพาะหน่วยกู้ภัยญี่ปุ่นที่ได้รับรังสีขนาดสูง เนื่องจากมีการอพยพคนออกก่อนหน้านั้นแล้วตามสไตล์ "คุณรอบคอบ" ของญี่ปุ่น
.
(6). รังสีครั้งเดียว = 1,000 mSv > ทำให้เกิดอาการป่วยจากรังสี (radiation sickness) = คลื่นไส้ อาเจียน ตรวจเลือดพบเม็ดเลือดขาวลดลง
.
(7). รังสีครั้งเดียว = 5,000 mSv > ทำให้คนครึ่งหนึ่งตายภายใน 1 เดือน โดยอาจตายจากไขกระดูกล้มเหลว (เม็ดเลือดขาวต่ำทำให้ติดเชื้อง่าย เกล็ดเลือดต่ำทำให้ตกเลือด ฯลฯ) ใน 1-3 สัปดาห์
.
ปริมาณรังสีที่สูงขึ้นอาจทำให้ตายจากทางเดินอาหารล้มเหลว เนื่องจากเยื่อบุทางเดินอาหารหลุดลอก ซึ่งอาจทำให้อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเหลว ถ่ายเป็นเลือดจนตายใน 3-7 วัน
.
ปริมาณรังสีที่สูงมากอาจทำให้ตายจากสมองบวม ซึมลง ชัก หมดสติ หรือตายได้ใน 1-3 ชั่วโมง
.
เรื่องที่น่าสนใจ คือ เราใช้รังสีมาใช้รักษามะเร็งเฉพาะส่วนได้ โดยการให้รังสีขนาดต่ำสลับกับช่วงพักหลายๆ ครั้ง 
.
เนื่องจากเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวเร็วบาดเจ็บหรือตายจากรังสีได้มากกว่าเซลล์ทั่วไป และเซลล์มะเร็งซ่อมแซม DNA ที่เสียหายได้น้อยกว่าเซลล์ทั่วไป
.
ภาพรวมของอุบัติภัยนิวเคลียร์ญี่ปุ่น คือ ผลกระทบต่อสุขภาพกายไม่มากเท่าสุขภาพจิต, ผลจากความไม่รู้ (โดยเฉพาะความกลัว) มากกว่าผลจากความรู้
.
ถ้าจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยคงต้องระวัง อย่าไปสร้างใกล้ๆ ชายแดนกัมพูชา เพราะไม่รู้ว่า จะโดนถล่มวันใด
.
ฝันของใครบางคน คือ จะรีบสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ได้ 5 โรง ซึ่ง 1 ใน 5 คือ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้ปากเซของลาว และห่างจากชายแดนกัมพูชาประมาณ 100 กม. ใกล้กว่าระยะทางฟุกุชิมะ-โตเกียวแยะเลย
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
 
 > [ Twitter ]                             
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 21 มีนาคม 2554.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.