เช้าตรู่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 ณ สนามบินอินชอน
หลังจากผ่านความรู้สึกรอดตาย เพราะได้พบคนที่จะนำทางให้ผมดำรงชีวิตในประเทศเกาหลีใต้...สิ่งสำคัญในหัวใจของผม คือ ความคิดถึงลูกชายวัย 7 ขวบ เมื่อพบได้เจอะเจอเด็ก ๆ ในแผ่นดินนี้
แต่ละสถานที่ผมไป เช่น เกาะนามิ, วนอุทยานแห่งชาติโซรัคซาน, วัดซินฮันซา, PHEONIX สกีพาร์ค, สวนสนุกเอเวอร์แลนด์, ป้อมฮวาซอง, สวนสาธารณะนัมซาน, หอคอยโซลทาวเวอร์ เป็นต้น
ผมได้เจอะเด็ก ๆ เกาหลีใต้มากมาย และรวมถึง เด็กไทย ที่ไปกับผู้ปกครอง ซึ่งในบางสถานที่ผมได้ยินเสียงคนไทยพูดภาษาไทยอย่างอื้ออึงราวกับผมอยู่เมืองไทย
เด็กที่แห่งนี้ ณ เวลานี้ จะแก้มแดง ๆ เพราะกำลังอยู่ในฤดูหนาว และบาง
แห่งมีหิมะปกคลุม ชุดเสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้า และหมวก ทำให้เด็กมีขนาดตัวที่พองโต มีสีสัน และรอยยิ้ม เหมือนตุ๊กตาหมี จนอดไม่ได้ที่ผม จะเข้าไปทักทาย และขอถ่ายรูป
ทำให้ผมคิดถึงลูกชายของผมทุกครั้งทุกครา...
และภาพความประทับที่แสนงดงามของผม คือ การที่ได้เห็นเด็ก ๆ อยู่ท่ามกลาง พ่อกับแม่, คุณตาและคุณยาย, และคุณครู
ทำให้ผมยิ่งตระหนักว่า เด็ก คือ สมบัติอันล้ำค่าของโลก
ยิ่งตอนนี้ เด็กมีอัตราการเกิดน้อยลง โดยเฉพาะเด็กหญิงเกาหลี มีแนวโน้มน้อยลง เพราะค่านิยมต้องการลูกชาย และการมีบุตรน้อยลง (เพื่อนเล่าว่า ผู้ชายเกาหลี มีโอกาสมีโอกาสได้แต่งงานน้อยลง และผู้หญิงเกาหลีมีค่ามาก)
เด็ก คือ สมบัติอันล้ำค่าของโลกอย่างแท้จริง การลงทุนกับเด็กในรูปแบบต่าง ๆ มีความเหมาะสมและทุกคนในโลกต้องร่วมมือกัน
เพราะเด็กจะเป็นตัวแทนของทุกคนที่จะต้องอาศัยอยู่บนโลกของเราต่อไป
สวัสดีค่ะ
เด็กๆ น่ารักมากค่ะ