สิ่งที่เรียกว่ารกนี้ เป็นของจำเป็น เป็นสมบัติแห่งชีวิตของตนแต่ผู้เดียว

  รก-ราก เป็นคนละคำ แต่ความหมายนั้นลึกซึ้งนัก เพราะ คำว่ารก เป็นอวัยวะที่ร่างกายของแม่ สร้างมาเพื่อเฉพาะกิจ สำหรับลูกน้อยผู้สืบสายโลหิตเท่านั้น รกจะหมดหน้าที่หลังจาก ที่ทารกลืมตาดูโลก พ้นจากท้องแม่ ไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมง ทั้งนี้ ระหว่างเมื่อแรกคลอดนั้น สายสะดือที่เชื่อมต่อระหว่างรกและเด็ก ยังทำงานประสานอยู่อีก ราวๆ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อให้เวลาชีวิตใหม่ ได้หายใจ และอยู่ได้ด้วยตัวของตัวเอง หลังจากนั้นแล้ว รกก็จะค่อยๆลอกตัว หมดอายุการใช้งาน กลายเป็นก้อนชิ้นเนื้อ ที่หมดชีวิตชีวา หยุดการทำงานโดยสิ้นเชิง รอการนำไปฝังทิ้ง หลังจาก การดูแลเด็กให้ปลอดภัยเรียบร้อย หลับอุตุอยู่ข้างแม่ได้แล้ว

  สมัยก่อนที่ผู้เขียนรับราชการอยู่ที่สถานีอนามัย ที่ห่างไกลมาก เป็นชนบทขนานแท้ ผู้เขียนทำคลอดให้คนในหมู่บ้านเกือบทั้งหมด ทั้งกลางวันกลางคืน ทำคนเดียว เพราะอยู่คนเดียว เฝ้าคลอด จนทำคลอด จนรกคลอด อาบน้ำเด็ก อาบน้ำแม่เสร็จแล้ว จึงจะนำรถไปฝัง ผู้เขียนทำเองทั้งหมด ทำมานานหลายสิบปี

 (ซึ่งเรื่องของหมออนามัย ผู้เขียนจะได้บันทึกเก็บไว้ ที่ เว็บไซต์www.Tantirapan.com ใครอยากรู้จักชีวิตหมออนามัยเพิ่มขึ้น ก็ขอเชิญค่ะ)

   มาเล่าเรื่องรกกันต่อ ผู้เขียนก็มีความเชื่อแบบโบราณ ซึ่งในชนบทสมัยนั้น ยังสืบทอดกันอยู่ นั่นคือการนำรกเด็กไปฝัง ในที่อันควร จะทำให้เด็กนั้น มีความเจริญสุข สวัสดี ต้องมีการฝากพระแม่ธรณี แลัวขอพรให้ท่าน ช่วยให้เจ้าเด็กน้อยที่เกิดใหม่ เลี้ยงง่าย แข็งแรง และเป็นคนดี ผู้เขียนก็จะขุดดิน อาจเป็นบริเวณใกล้โคนไม้บ้าง แต่ที่สำคัญ ตรงนั้นต้อง เป็นที่ผู้คนไม่ผ่านไปมา เหยียบย่ำบริเวณฝังรก เป็นการให้เกียรติแก่รกผู้ดูแล

  โบราณยังเชื่ออีกว่า คนเราต้องรักแผ่นดินที่ฝังรกของเราไว้ ต้องปกปักรักษา หวงแหน เพราะเป็นแผ่นดินแม่ ผู้เขียนเองก็ยังจำได้ว่า แม่จะเล่าให้ลูกๆฟังเสมอ ว่าหมอตำแยคนไหนทำคลอด และเป็นผู้นำรกไปฝังให้ ซึ่งพวกเราก็จะนับถือคนทำคลอดให้เรามากๆ

  รกราก จึงเป็นคำที่ใช้สื่อว่า สถานที่ฝังรกนั้นเสมือนเป็นแผ่นดินรากฐานของคนๆนั้น ที่มีความสำคัญควรจดจำ และตอบแทนคุณแผ่นดินนั้น เป็นการสร้างความรักชาติ อย่างมีเหตุผลทีเดียว

 ต่อมาจึงใช้คำว่า ฝังรกรากที่นั่น ที่นี่ เป็นการสื่อความหมายถึง การอยู่ที่นั่นเป็นที่มั่นเหมาะแล้ว ไม่คิดจะโยกย้ายไปไหน เป็นการแสดงถึงความรักถิ่นของตนเองด้วย

  แต่สมัยนี้ มักพูดถึงรกอย่างรังเกียจ ไม่มีเยื่อใยอะไร จะรีบนำไปทิ้งขว้างที่ไหน ก็รีบไป เพราะขยะแขยงเหลือเกิน หารู้ไม่ว่า สิ่งที่เรียกว่ารกนี้ เป็นของจำเป็น เป็นสมบัติแห่งชีวิตของตนแต่ผู้เดียว ด้วยสายใยรัก ทำให้รกเกาะท้องแม่อย่างแน่นเหนียว ไม่หลุดร่อนโดยง่าย ให้ใครในท้องต้องขาดใจตายก่อนเกิด ครั้นเมื่อเจ้าของเอาชีวิตรอดด้วยลมหายใจตัวเอง รกจึงหมดค่าทันที และลืมกันไปตั้งแต่ยังไม่ได้เห็นกัน

  วันนี้ ถึงวิทยาการจะเจริญขนาดไหน อย่าพลั้งเผลอลืมผู้มีพระคุณของตนทีเดียว รกอาจถูกนำไปทำอะไรต่ออะไรมากมายหลายขั้นตอน แล้วสุดท้าย ก็ฝังซากรกไว้ใต้พื้นดินอยู่ดี รกไม่ได้ไปไหนไกล ยังอยู่ใต้พื้นดินแห่งนี้ แม้จะไม่มีหมอตำแย หรือผดุงครรภ์คนเก่า มาชี้ที่ฝังรกให้ดู ก็ขอให้ตั้งใจเถิด ว่า แผ่นดินเกิดของตนอยู่ตรงนี้ ที่นี่ จงรัก จงหวงแหน และดูแลให้สมกับยังมีแผ่นดินแม่ของตนอยู่

บีนทึกเล็กๆกันลืม ของหมออนามัย นักทำคลอดค่ะ