ASA-SOS-THAI/ CSR-SAFETY

ภายหลังที่เกิดความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคย มีมาก่อน รวมทั้งการคาดการณ์ถึงเหตุภัยอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต กลุ่มอาสาสู้พิบัติภัย เพื่อชุมชนไทยเข้มแข็ง (ASA-SOS-THAI ) ริเริ่มด้วยบุคคลหลายสาขาวิชาชีพจาก มหิดล จุฬา ศศินทร์ กลุ่ม CSR-SAFETY CSRเพื่อประเทศไทย กลุ่มอาสาฟื้นฟูประเทศไทย (You Break, We Rebuild) กลุ่มนวัตกรรมไทยเพื่อความปลอดภัย (SME Thai Innovation for Safety) ตัวแทนจากภาครัฐและเอกชน ฯลฯ จึงได้ร่วมหารือกันเพื่อหาแนวทางดำเนินการกระตุ้นให้เกิดการเตรียมความพร้อม เผชิญเหตุวิกฤติและภัยพิบัติ โดยเป้าหมายเพื่อสร้างแนวร่วมของภาคสังคมเสริมกับส่วนงานภาครัฐที่มีหน้าที่ รับผิดชอบ เพื่อพยายามลดความเสียหายที่เกิดจากเหตุภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในประเทศ ทั้งจากสาเหตุธรรมชาติ ความประมาท และจากมนุษย์

ผล จากการนัดพบหารือครั้งแรกโดยการสละเวลาส่วนหนึ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์วิสาขะ บูชาของกลุ่มผู้มีจิตอาสาเพื่อสาธารณะที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนในบ่ายวัน อาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2553 โดยมีผู้มาร่วมหารือประมาณ 15 คนได้ผลสรุปเป็นชื่อของกลุ่มซึ่งแสดงจุดยืนและเป้าหมายด้วยแนวทางที่จะ ดำเนินการเพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อให้เกิดและขยายเครือข่ายกลุ่มอาสาสมัครในชุมชนต่าง ๆ เกี่ยวกับด้านภัยพิบัติความปลอดภัย และเฝ้าระวังเหตุ มีโซเชียลเนตเวิร์ค เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ เวบไซต์ของกลุ่ม เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสาร แบ่งปันความรู้ และทำกิจกรรมการอบรมเตรียมความพร้อมต่อการเผชิญภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อภัย พิบัติขนาดใหญ่ ซึ่งจัดเป็นกิจกรรมแนว CSR-SAFETY ที่จะประสานกับกลุ่มและหน่วยงานภาครัฐเอกชนต่างๆ ให้ช่วยกันต่อยอดเครือข่ายในแนวคิดเดียวกันให้ออกไปอย่างกว้างขวางขึ้น เรื่อยๆ

การทำงานของกลุ่มจะเป็นงานอาสาสมัครที่ยังไม่มีงบประมาณใด สนับสนุน เราจึงต้องเริ่มจากเล็กๆ ก่อนโดยจะวางโครงสร้างงานในขอบข่ายที่เราสามารถทำได้ในขั้นแรก มีเป้าหมายและสร้างแผนงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอนชัดเจนเพื่อสื่อสารได้ บริหารได้ และประสานงานได้อย่างมีระบบ พยายามคิดทุกอย่างออกมาให้เป็นรูปธรรมที่เข้าใจได้และวัดผลสัมฤทธิ้ได้ และอาจเป็นต้นแบบสำหรับกลุ่ม ชุมชน สามารถนำไปต่อยอดได้อย่างค่อนข้างสำเร็จรูป หรือขยายผลออกไปได้ในมิติอื่นๆ สู่ทุกภาคส่วน ช่วยกันเติมเต็มด้านความปลอดภัยและความมั่นคงให้แก่ประเทศไทย

เพราะ “ความปลอดภัยเป็นเรื่องเร่งด่วน” เหตุร้ายเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และอาจเสียหายมากหากเราไม่มีการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ดังนั้นกิจกรรมแรกๆที่เราจะทำในเร็ววันนี้คือ การจัดฝึกอบรมความรู้ด้านภัยพิบัติต่างๆ การเตรียมความพร้อม การเผชิญภัย และการเอาชีวิตรอด ซึ่งจะทำเป็นหลักสูตรภาคประชาชน ฝึกอบรมในรูปแบบค่ายความปลอดภัยและกู้ภัย เพื่อฝึกฝนให้เกิดความพร้อมในชุมชน ครอบคลุมตั้งแต่ช่วยกันรวบรวมและแบ่งปันองค์ความรู้ การสร้างชุมชนเฝ้าระวัง การกู้ภัย การหนีภัย การฟื้นฟู ฯลฯ โดยเรียนรู้จากวิทยากรผู้มีประสบการณ์และติดต่อประสานกับองค์กรทั้งในและ ระหว่างชาติ

ร่วมด้วยช่วยกันต่อยอดเครือข่ายอาสาสู้พิบัติภัยฯ ไปทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ

หากต้องการเข้าร่วมเครือข่ายหรือรับข้อมูล กรุณาตอบรับได้ที่นี่ หรืออีเมล์ [email protected]